`r`n
Others / Potpourri

ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

by Thaigirl2009-09-18128,400 views60 posts
#1ThaigirlSep 18, 2009
เชื่อว่าทุกคนก็เคยเป็นบ้านป่าเข้ากรุง (จากไทยสู่แคนาดา) มาแล้ว และก็คงจะเคยประสบพบสำนวนภาษาอังกฤษที่เขาใช้กันในชีวิตประจำวัน แต่ไม่มีให้เรียนในหนังสือหรือไม่เคยเจอที่เมืองไทยมาก่อน เอามาเล่าสู่กันฟังดีมั้ยจ๊ะ แบบว่าพอได้ยินแล้วไม่รู้ว่าเขาพูดหรือถามว่าอะไรอ่ะ เดี๋ยวเราจะไปหามานะ มีเยอะเหมือนกันแหละ
#2SweetPeaSep 18, 2009
(almost) at every shop/mall you will be asked with this Q when you walk around in the shop and again at the cashier. "Finding everything ok?"  ;D
#3JJ_JenSep 18, 2009
ปัญหาในชีวิตประจำวันเรื่องภาษาตอนนี้ก็คือ เจอ Idiom เยอะจริงๆนะคะ บางทีพูดกับ Native speaker มี Idiom ทุกประโยคเลยอ่ะ ทำเต้าฮวยนมสดไปให้พี่สาวสามี .... เขาขอบคุณแล้วบอกว่า  I'll take a rain check on that drink tonight.  เราฟังแล้วก็งงค่ะ เพราะว่าจะทานเต้าฮวยของเรา ทำไมต้องเช็คฝนฟ้าด้วยอ่ะ  แต่ก็ไม่ได้ถามในตอนนั้น ได้แต่เฝ้าสังเหตว่าทำไมเขาไม่ทานเต้าฮวยของเราซักทีหว่า ... กลับบ้านมา ถามคนข้างตัว เลยรู้ว่า หมายความว่า เขาจะไม่ทานในตอนนั้น แต่จะทานในคืนนี้ เมื่อกี้ฟังข่าว เจอประโยคนี้ " The environmental watchdogs tell us that we must be careful not to jump too quickly on the bandwagon watchdogs อาจจะพอเดาได้ว่า ระวังหมา(ดุ) แล้วโยงเข้าหาประโยค ก็น่าจะหมายถึงคนที่เฝ้าระวังรักษากฏหรือข้อตกลง หรือสิ่งที่เขาต้องดูแล แต่ไม่ได้หมายถึง watch dog ของคอมพิวเตอร์แน่ๆ ;D ส่วน Jump on the bandwagon ก็หมายถึง การร่วมมือ อันนี้บ้านนอกมากๆ..อิอิ   ตอนมาใหม่ๆ คนรอบตัวพูดเรื่องราคาของแล้วลงท้ายราคาว่า buck ไม่รู้อ่ะ..ว่าพวกหนังสัตว์มาเกี่ยวอะไรด้วย ..งง ครับพี่น้อง   สามีกระซิบบอกว่า Buck = dollar และพอไปเรียนที่โรงเรียนก็ได้ที่มาที่ไปของคำว่า Buck  เป็นประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของคำนี้ในแคนาดานะคะ
#4Mrs.ArsenaultSep 19, 2009
ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากจะบอกว่า มีอาการเดียวกะพี่เจนเลยค่ะ กะไอ้คำว่า " Buck" เนี่ยล่ะค่ะ ก็ได้คนไกล้ตัวเราอย่างพี่เจนแหละ อธิบาย ซะ ถึงบ้างอ้อเชียว และก็มีอีกคำค่ะ ตอนนั้นสามีไปสัมมนาที่นิวเจอร์ซี่ เราอยู่บ้านคนเดียว แล้วภรรยาของเพื่อนสามีโทรมาชวนไปเที่ยว แล้ววันต่อมาเกิดฝนตก เค้าก็เลยโทรมาเลื่อน และบอกว่า  " let us play it by ear" ตอนแรกฟังแล้วขำมากๆ ค่ะ แต่เราเดาความหมายถูก คิกๆๆ ทีใครทีมันเถอะ ไว้ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกัน จะเอาคืน นะจ๊ะ แคเนเดี่้ยนทั้งหลาย เหอะๆๆๆ ;D แต่พูดถึงมาช่วงแรกๆ มีปัญหามากๆ ค่ะ เพราะเค้าพูดเร็วมาก ๆ จนเราต้องขอร้องให้เค้าพูดช้าๆ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นมากเลยค่ะ อีกอย่างการดูทีวี และฟังวิทยุ ช่วยเราฝึกภาษาได้เยอะเลยค่ะ ;D
#5LekkySep 19, 2009
เจอได้ยินเด็กๆคุยกันแบบนี้ A: Dude, I ain't got no cheese. Can I get a Benjamin off you? B: Nah, dude. I ain't got no cabbage, either. ฟังแล้วเอ๋อ...อารายฟะ ไม่มีชีส ขอเบนจามินหน่อยเด่...เฮ้ออ เพื่อน ข้าก้อไม่มีผักกระหล่ำเหมือนกัน ฮาฮาฮาฮา เฉลยนะ... A: เพื่อน เราไม่มีเงินเลยอ่ะ ขอแบงค์ร้อยใบเด่ B: ไม่ได้เว้ยเพื่อน เพราะเราก้อไม่มีเงินเหมือนกัน แป่วววววว.....
#6Slow MotionSep 19, 2009
เอามาแบบเจ๋งๆนะคุณ ไทยเกิล เดี๋ยวผมจะจําไปพูดให้พวกฝรั่งงงเล่นๆมั่ง ;)
#7NickSep 19, 2009
lose your shirt.  ทำเสื้อเชิ้ตหาย ได้ยินอาจารย์สอนการเงินเตือนว่า "If you buy a future you have to be careful otherwise you can lose your shirt. เขาเตือนว่า "ถ้าคุณจะซื้ออนาคตต้องระมัดระวังหน่อยไม่อย่างนั้นแล้วคุณอาจจะทำเสื้อเชิ้ตหายได้" future = การซื้อขายสินค้าล่วงหน้าในตลาดหลักทรัพย์ lose your shirt = หมดตัว ขนาดเสื้อเชิ้ตยังไม่เหลือเลย
#8ThaigirlSep 19, 2009
อยากให้เล่าไปด้วยแปลไปด้วยนะคะว่าสิ่งที่ไม่รู้หรือไม่เข้าใจนั้นหมายความว่าอะไร หรือมีที่มาที่ไปอย่างไร แลกเปลี่ยนความรู้กันค่ะ อีกอย่างถ้านึกอะไรที่ตัวเองพูดเปิ่น ๆ ออกไปก็เอามาเล่าได้นะคะ ตลก ๆ ค่ะ กริยาบางอย่างก็เป็นสิ่งที่มีความหมายในตัวของมันเอง เคยดูทีวีการพูดตลกบนเวที ที่เขาเรียกว่า Stand-up comedy น่ะค่ะ นักแสดงตลกก็เล่าอะไรไป แล้วก็ไปจบด้วยกริยาการสูบบุหรี่อ่ะค่ะ แล้วคนดูก็หัวเราะกัน เราก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร จริง ๆ แล้วการสูบบุหรี่เป็นการกระทำที่เขาทำหลังจากเสร็จภารกิจบนเตียงแล้ว นั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราจะกลับมาเล่าตอนที่เราคุยกับเพื่อนแล้วเราอยากใช้สำนวน ลูกเมียน้อยเป็นภาษาอังกฤษในบทสนทนาให้ฟัง ใครจะเดาล่วงหน้าก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ  ;)
#9playaiSep 19, 2009
Deep fry asshole : Calamari ;D
#10mint_mint1244Sep 19, 2009
"I want to make sure we crossed all our T's and dotted our I's"ประโยคนี้เลยค่ะ คุณแฟนถามมาเรางงงงงงงงงงมากๆ อะไรก็ไม่รู้ ถามไปถามมาเลยเธออยากให้เราแน่ใจว่าเอกสารน่ะไม่มีอะไรตกหล่น
#11playaiSep 19, 2009
ถ้าพูดถึง Saskatchewan ทุกคนมักพูดประโยคนี้ It's so flat in Saskatchewan, you can watch your dog run away from home for a week. มาใหม่ๆก็ไม่เข้าใจว่า flat แค่ไหน ไม่คิดว่าจะ flat ได้ถึงขนาดนี้ ถ้ามา Calgary จะได้ยินคำนี้บ่อยๆ "Chinook เข้า" แรกๆก็งง คิดว่าใครจะมาเยี่ยม แต่จริงๆแล้วเป็น ลม ที่พัดมาจาก เทือกเขา ร็อคกี้ ถ้าพัดมาช่วงหน้าหนาว อากาศจะอุ่นขึ้นมาทันที จากเมื่อวาน -20 วันนี้อาจจะขึ้นมาถึง 0 ได้
#12ThaigirlSep 20, 2009
วันหนึ่งคุยกับเพื่อนอยู่ เขาพูดขึ้นมาว่า I feel so lousy. พร้อมกับทำหน้าไม่สดชื่น งงว่ามันหมายถึงอะไร ถ้า Loud (ลาวด์) มันแปลว่าเสียงดัง แล้ว Lousy (ลาวซี่) มันเกี่ยวกันหรือเปล่า  ในขณะนั้นไม่ได้นั่งอยู่ในสถานที่ ๆ มันมีเสียงอึกทึกครึกโครมแต่ประการใด เลยต้องเดาเอาไว้ก่อนว่าคงไม่ใช่เกี่ยวกับเสียงดัง ตอนหลังเมื่อได้ยินบ่อยครั้งเข้าก็เข้าใจไปเองว่าหมายถึงรู้สึกแย่ ๆ เช่น ถ้านั่งในคาราโอเกะบาร์ที่มีคนร้องเพลงอยู่บนเวทีแล้วมีใครพูดว่า She is lousy ก็หมายถึงเธอร้องเพลงได้ห่วยมาก ๆ  หรือ ถ้าใครพูดว่าThe food there is lousy ก็คืออาหารที่นั้นไม่อร่อยเลย
#13ThaigirlSep 20, 2009
Gas, Oil and Propane มันใช้กันยังไงล่ะ มาใหม่ ๆ เรียกไม่ถูกเลย จะบอกสามีว่าแก๊ส (ที่ใช้ต่อเข้ากับเตาบาร์บีคิว ) มันหมด บอกว่า We are running out of gas เขาไม่เข้าใจ นึกว่ารถน้ำมันมันหมด บ้านเราเรียกน้ำมันรถ เราก็นึกว่าภาษาอังกฤษเรียกว่า Oil กลับไม่ใช่แฮะ เขาเรียก Gas ย่อมาจาก gasoline บ้านเราเรียกแก้สหุงต้ม ที่นี่เรียก Propane Oil เป็นคำเรียกอะไรที่มัน มัน ๆ ลื่น ๆ เท่านั้น อย่างน้ำมันทำอาหาร น้ำมันดิบ น้ำมันเครื่อง เป็นต้น
#14ThaigirlSep 20, 2009
สำนวนง่าย ๆ อย่าง Hey, how is it going? หรือ What’s up? ก็เป็นอะไรที่เขาพูดกัน แต่ไม่มีให้เรียนในตำราหรอก สมัยเราเป็นนักเรียนคุณครูก็ให้เราพูด แต่ Hi, how are you doing? ใช่มั้ย พอเขาถาม  How is it going? หรือ What’s up? ตอบไม่ถูกเล้ย.. How is it going? เป็นประโยคที่เขาทักทายกัน คำตอบก็มักจะเป็น Fine, you? หรือ Very well, you? ในขณะที่  What’s up? (เขียนได้ทั้ง wazzup? หรือ  Wasup?  หรือ สั้น ๆ แค่ "sup?" ) เป็นประโยค ที่ผู้ถูกทักจะถามกลับ ไม่ใช่ประโยคแรกที่ใช้ทักกัน เวลาตอบ ก็ตอบ’ not much’ หรือ ‘nothing’ บางทีเราหาหรือทักใครก่อน แบบมีธุระจริง ๆ แล้วเขาถามว่า  What’s up? เราก็ต้องตอบให้เขาฟังว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไง เช่น เราโทรไปหาเพื่อน จะชวนไปดูหนังซะหน่อย เรา – Hi Beyonce. เพื่อน – Hi Jen. What’s up? เรา – Wanna catch a movie? เพื่อน  - Sure, when?
#15ThaigirlSep 20, 2009
Hydro ไฟฟ้าหรือน้ำกันแน่ Hydro เนี่ยปรกติมันแปลว่าน้ำใช่มั้ย แต่ที่แคนาดาเนี่ยมันแปลว่าไฟฟ้าด้วย เขาให้เหตุผลว่าเพราะไฟฟ้าที่นี่ผลิตจากพลังน้ำนั่นเอง ถ้าไปเห็นคอนโดให้เช่า รวม  Hydro ด้วยก็รวมไฟฟ้า Hydro pole แปลว่า เสาไฟฟ้า ในขณะที่ Fire Hydrant คือหัวท่อน้ำสำหรับดับเพลิง เล่นเอากะเหรี่ยงอย่างเรางงไปพักหนึ่งแหละ
#16ChinookSep 20, 2009
ขอเสริมคุณ Thaigirl นิดนืงครับว่าที่อัลเบอร์ต้าไม่ได้เรียกไฟฟ้าว่า Hydro ครับ แต่จะเรียกว่า power หรือ electricity เพราะที่นี่ไม่มีเขื่อนผลิตไฟฟ้าครับ
#17ThaigirlSep 20, 2009
ขอบคุณค่ะ คุณChinook ----------------------------------------- กะเหรี่ยงตัวจริง คุยกับเด็ก ยังไม่รู้เรื่องเลย มีหลานตัวเล็ก ๆ สองคนเป็นลูกครึ่งอังกฤษ พูดภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ อายุอานามไม่มากหรอก 4 ขวบกับ 6 ขวบ วันหนึ่งเขามาที่นี่ ก็พาไปขับรถเล่น หลานชาย ‘I smell a pong’ หลานหญิง ‘I didn’t do it’ ป้าสาว ‘What is a pong?’ ให้ไปเดาเอาเองนะ ถ้าเดาไม่ได้ให้ถาม เดี๋ยวจะบอก  ;) ---------------------------------------------- พอมีเวลาก็เล่นเกมไพ่กัน ไม่รู้เคยเล่นหรือเปล่า เกมเด็ก ๆ เรียกว่า Go fish คือถือไพ่กันคนละจำนวนหนึ่ง อันไหนที่มันเป็นคู่แล้วก็วางลง แล้วถามคนถัดไปว่าเขามี ไพ่เลขไหนหรือเปล่า ถ้ามีเราก็เอามาเป็นคู่กับไพ่ของเรา ถ้าไม่มี คนถูกถามก็จะบอกให้เรา ‘go fish’ คือให้ไปหยิบไพ่จากกองกลาง ทีนี้ตอนเราถามเราก็ถามอย่างนี้  (เราต้องการไพ่หมายเลข 5) Do you have a ‘five’ เด็กนั่งงงไป 3 วินาที ก่อนตอบว่า ‘go fish’ เล่นไปได้รอบหนึ่ง สองคนพี่น้องเขาเปลี่ยนประโยคถามเป็นแบบนี้ค่ะ Have you got a ‘four’ ท่าทางจะทนไม่ได้กับวิธีถามแบบไม่ใช่อังกฤษ ป้าก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นถามแบบนั้นไปด้วย ไม่ใช่อะไรหรอก ป้าปรับปรุงตัวได้ เด็กมันปรับปรุงตัวไม่ได้  ;D
#18NickSep 21, 2009
พูดถึง How're you doing? นี่ผมจำได้แม่นเลย สมัยเด็กๆเคยเรียนแต่ใช้คำว่า How do you do? และ คำว่า How are you? ตอนทำงานกับบริษัทฝรั่งครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน วันหนึ่งมีงานเลี้ยงที่บริษัท ผมกำลังยืนฉี่อยู่ในห้องน้ำชาย เจ้านายชาวอังกฤษก็เข้ามายืนประกบข้างเลย ส่งยิ้มให้พร้อมกับถามว่า "How're you doing?" ผมได้ยินชัดเจนก็ตรงคำว่า "doing" ก็ยืนงงอยู่แป๊บนึง สงสัยว่า เห็นๆอยู่ว่าคนกำลังยืนฉี่ ทำไมถามว่า "กำลังทำอะไรอยู่" ก็เลยตอบกลับไปว่า "I am pissing." เจ้านายได้ยินเท่านั้นแหละ หัวเราะลั่นเลยแล้วถามต่อว่า "Are you pissing good? Are you pissing well? ผมไม่รู้จะตอบยังไงได้แต่ตอบว่า "Yes, yes" ตามประสาไทยแท้ รีบเก็บแล้วก็รีบเผ่นออกมา พอมาถามเพื่อนๆจึงรู้ว่า เราปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อเลย  ;D
#19JJ_JenSep 21, 2009
ไปที่ไหนๆ หรือดูหนัง ดูทีวี ก็จะเห็นคนพูดคำว่า Of Cuase อยู่บ่อย ก็ใช้มันมาจนเป็นปกตินิสัย.... จนวันนึงครูที่โรงเรียนถาม Are you tired?  เราก็ตอบ Of Course ครูก็สอนว่าอย่าพูดคำว่า Of Course เพราะมันเป็นคำที่ดูถูกคนถามอยู่ในตัว ประมาณว่า   แน่น้อนนน ฉันเหนื่อย เธอไม่รู้หรอกรึ!! (เน้นน้ำเสียงหนักๆ) มาถึงบ้านเล่าให้สามีฟัง เขาสนับสนุนครู และบอกว่าอย่าไปพูดกับใครว่า Of cause ให้พูดว่า Absolutely  จะเป็นคำที่สุภาพมากกว่า
#20TeeSep 22, 2009
wire nut (Thai) = Marrette Adjustable wrench (ปะแจเลื่อน) = Cresent สายไฟ =  Roomex,BX,Teck เป็นต้น
#21di_annSep 22, 2009
วันหนึ่งเขามาที่นี่ ก็พาไปขับรถเล่น หลานชาย ‘I smell a pong’ หลานหญิง ‘I didn’t do it’ ป้าสาว ‘What is a pong?’ ให้ไปเดาเอาเองนะ ถ้าเดาไม่ได้ให้ถาม เดี๋ยวจะบอก  เดาเล่นๆ จากบทสนทนา ว่า ได้กลิ่น ตด อะ อันนี้เพื่อน เล่าให้ฟังว่าตอนที่เพิ่งมาอยู่แคนาดาได้ 5 วันโดนคำถามนี้ จากสาวสวยไม่รู้จักทำเอาอึ้ง Mike: ยืนรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ Candy: สาวสวยเดินมาที่ป้ายรถเมล์และถาม Mike ว่า " How long have you been here?" Mike: ตอบกลับทันที Only 5 day Candy:  ???  :o
#22playaiSep 23, 2009
ตอนอยู่เมืองไทย มั่นใจว่าพูดภาษาอังกฤษใช้ได้ สื่อสารรู้เรื่อง แต่พอมาอยู่ แป่วววววววววววว Host : Good morning, Did you sleep well last night? Playai : Yes I did, and you? Host : Do you want to have breakfast? Playai : Yes I do and you? Host : What do you want to do today? Playai : I'm going to downtown, and you? Host : How was your day? Playai : It was great, and you? ;D
#232pornSep 23, 2009
ที่ทำงานเราจะมี Team Lunch กันอย่างน้อยเดือนละ สองครั้ง คนที่อาสาเป็น team lead  ก็จะส่ง email invite สมาชิก และถามว่าอยากจะไปกินอะไรกัน Bloor:  Where would everyone like to go for lunch on Wednesday. Pub? Japanese? Indian? Vegas? Something else? Young : Japanese would be awesome. Otherwise I'm game for anything. เราก็เลยได้รู้จักสำนวน “ I’m game for anything “ ว่าใช้ใน Context แบบไหน มาดูเรื่องกีฬากันบ้าง..... เราได้มีโอกาสไปดูการแข่งขันกีฬาต่างๆในสนามสด หลายๆครั้ง และนี่คือคำพูดต่างๆเราได้ยินและเรียนรู้ ในสนามเทนนิส เวลาคนตะโกนเชียร์ นอกจากจะเรียกชื่อผู้เข้าแข่งขันออกมาเฉยๆ ก็จะมีคำพูดที่เราได้ยินมาเต็มหูแบบนี้ Finish it Elena  หรือ Take it home Elena  อันนี้ในกรณีที่ Elena คะแนนนำอยู่  สำหรับแฟนๆของผู้เล่นที่เป็นรอง ก็จะเชียร์เหมือนกัน โดยตะโกนว่า Don’t give up Maria เป็นระยะๆ ในสนามแข่งเบสบอล...  เวลาฝ่ายหนึ่งตีลูกบอล คนที่เชียร์ทีมที่รอรับลูก ก็จะบอก Catch it ในฝั่งตรงกันข้าม ก็ตะโกน ว่า Drop it ในสนามแข่งบาสเก็ตบอล... กองเชียร์ทีมเจ้าบ้านก็จะตะโกนเรียกชื่อทีม Raptors เป็นระยะๆ สลับกับคำว่า Deefence ... Deefence…. Deefence (Defence)เมื่อทีมต้องตั้งรับ พอถึงช่วงเบรค หรือขอเวลานอก จะมีหน้าม้าและ Mascot ออกมาวิ่งรอบๆสนามแล้วโฆษกของสนามก็ประกาศผ่านไมโครโฟนว่า Make Noise เพื่อกระตุ้นในคนดูส่งเสียงเชียร์อื้ออึง...ให้คึกคักคับสนาม
#24ThaigirlSep 24, 2009
ดูทีวีเยอะ ๆ ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เรียนรู้คำใหม่ ๆ วิธีการโต้ตอบในบทสนทนาหลากสถานการณ์ ยิ่งตอนนี้หน้าฤดูใบไม้ร่วงรายการทีวีซีซั่นใหม่ออกมาแล้ว ต้องรีบกลับบ้านทุกวัน เถลไถลไปไหนไม่ได้เลย ติดทีวีค่ะ หลายปีมาแล้วดูละครตลกเรื่อง Everybody loves Raymond (ตอนนี้ก็มีฉายซ้ำให้ดูได้ตลอด) ตอนที่  Robert น้องชาย Ray กระทำการ deflower เอมี่เแฟนสาว แต่ไม่รู้ว่ามีคนเห็นเพียบเพราะไม่มีม่านห้องนอน เลยรู้ว่า deflower หมายถึงอะไร คำแบบนี้ไม่ได้เรียนจากในห้องเรียนแน่นอนค่ะ ครูไม่กล้าสอน ปัญหาหลังจากนั้นก็คือ จำมากไปหน่อย เวลาพูดภาษาไทยกับใครแทนที่จะพูดว่าเปิดบริสุทธิ์ พาลไปใช้คำว่า เด็ดดอกไม้ค่ะ คนไทยงง เพราะเด็ดดอกไม้ในภาษาไทยแปลไปอีกอย่างหนึ่ง  ;D
#25LekkySep 26, 2009
วันนี้มีมาเพิ่มให้หลายสถานการณ์ สถานการณ์แรก Manager  : Nicole, they will be two fellows coming in here soon to see me.  Would you please bring them to the meeting room up stair? Nicole: Yes, sure. Thank you for the heads up. I will do. คำว่า Thank you for the heads up จะถูกใช้บ่อยมาก ความหมายก้อคือ การแจ้งล่วงหน้า การเกริ่นให้รู้ตัวก่อนเพื่อการเตรียมพร้อม อะไรแบบนั้น สถานการณ์ที่สอง Jessica: Oh Hi Nicole, it is good to see you. Is everything alright? Nicole:      Everything is alright. I am sorry I am so late. My alarm didn’t go off this morning. คำว่า alarm didn’t go off หมายถึง นาฬิกาปลุกไม่ทำงาน ในทางกลับกัน หากนาฬิกาปลุกทำงานปกติก้อให้เอ่ยว่า the alarm went off สถานการณ์ที่สาม Merlinda: Are you going to the theater in this weekend? Michelle: I went to the theater's website and they don't have any scheduled matinees. So, I might go shopping instead. คำว่า Matinee ในที่นี้ก้อคือ ตั๋วรอบบ่ายที่มีราคาถูกกว่ารอบปกตินั่นเอง
#26Slow MotionSep 27, 2009
คําว่า Hydro แปลความหมายได้ทั้งนําและไฟฟ้าคับ แล้วแต่คนพูดต้องการสื่อความหมายอย่างไร http://www.haldimandcountyhydro.ca/hch/home/index.php บริษัทแรกนี่ให้บริการทั้งนําและไฟฟ้า สรุปว่าใช้ได้ทั้ง 2 อย่าง http://hydroone.com/ บริษัทที่ 2 นี่ให้บริการไฟฟ้าอย่างเดียวในด้าน distribution and transmission อันนี้ให้ความหมายเดียว http://www.opg.com/power/hydro/ ส่วนอันสุดท้ายนี่ Hydroelectric generation  อันนี้คล้ายๆจะใช้ผสมกันคับ ;)
#272pornNov 10, 2009
"  worked like a charm " What does this really mean ?  ??? ??? Uncle Khing, Thai Girl ... can u please help
#28ThaigirlNov 10, 2009
Charm = magic spell = เสก เวทมนต์คาถา Work(s) like a charm = อย่างกะเสกได้ My new car works like a charm = รถยนต์คันใหม่ของฉันวิ่งยังกะเสกได้
#29Mrs.ArsenaultNov 10, 2009
มาตอนแรก เจอศัพท์คำนี้ก็งงสุดๆ ค่ะพี่สาว Thaigirl คราวนี้แหละ กระจ่างซะที เพราะคนแคเนเดี้ยน เค้าใช้คำนี้บ่อยเหมือนกันเนาะ "Charm" เนี่ย ;D
#302pornNov 11, 2009
อะฮ้า กระจ่างแล้ว ขอบคุณจ้าคุณน้องThaigirl  ทีถามเพราะเรื่องมีอย่างนี้นะ วันนีผู้จัดการการตลาดของธุรกิจหน่วยหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ที่ B.C ส่ง email มาขอให้เราปิด order ที่สั่งซื้อของให้ ซึ่งปกติเราจะใจดีทำให้เขาตลอด แต่คราวนี้ เรามิทำให้ แต่สอนวิธีให้เขาทำเอง (walk through) ตามระบบ  พอเขาทำเองได้แล้ว เขาก็เลย ส่ง email มาบอกว่า  thank you...worked like a charm มีถามต่ออีกหน่อยนะ  มีหลายคำเลยที่เดียว ที่เรามักจะได้ยินจากที่ประชุมงานในแผนกหรือหน่วยงานของเราอยู่บ่อยๆ Boil the ocean Cherry pick Hold your breath Slam dunk Low hanging fruit Best of the breed เอ้า ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาทั้งหลาย หรือใครที่มีคนใกล้ตัวเป็นเจ้าของภาษา ช่วยถามหรือให้ความกระจ่างหน่อยซิ  ;)
#31playaiNov 11, 2009
"work like a charm"  is opposite to "work like shit" This shampoo works like a charm " mean" it does everything that is advertise or what people say about it, works like majic
#32playaiNov 11, 2009
― ― Boil the ocean impossible tasks, to waste one's time attempting to do the impossible. ( like counting every grain of sand in the Sahara desert) Cherry pick = someone who deesn't work hard but get the benifit.  Ex: He is very lazy and always like to work only easy thing... finally, he gets promotion or gets pay more than someone who work harder. Don't Hold you breath = unlikely to happend, Basically it won't happen or won't happen soon.  Slam dunk = Guarantee to win, success whatever you do, something that is a sure to occur. Ex: predicting his success was a slam dunk. Low hanging fruit = easily to accessible, sale consumer products to the rigth group. Ex: We're a small company with few assets, so to succeed in the short term, we need to go after the low-hanging fruit. Best of the breed = individuals or things of that group. This slang is derived from dog shows, where the highest quality dog for each breed wins an award and is given the "best of breed" title. คงพอช่วยหายข้องใจได้บ้างนะค่ะ  เขียนอธิบายไม่ค่อยถูกเหมือนกัน
#33Mini MeNov 11, 2009
จริงๆ แล้วมันก็แล้วแต่ context นะ บางอันที่ถามมามันเป็นได้ทั้งบวกทั้งลบ หรือมีหลายนัยยะ หลายความหมาย Boil the ocean Try to boil the ocean พยายามทำอะไรที่เกินกำลัีง บางทีก็ใช้ใน context เดียวกันกับ solve the world's problem คือทำอะไรเกินกำลังหรือพยายามแก้ปัญหาหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน Taking on this project, my advice to you is don't try to boil the ocean. You have to be realistic about what you can accomplish with the resources you have and the deadline given by the executive team. Cherry pick คัดมาอย่างดี พิถิพิถันเลือกสรรมา บางครั้งใช้ประมาณว่า คัดเอาแต่ที่ดีๆ มา You know he cherry picked all his team members. The team he has is like a dream team. I'm not sure how he's managed to do that. Typically, managers inherit employees from other managers. If you're lucky you get a superstar but it's most likely you'll get the deadwood. อีกตัวอย่างคือ I cherry picked those photos. You know the ones that I look best. I even photoshopped some of them :) Hold your breath ปกติที่เคยได้ยินคือ Don't hold your breath ประมาณว่ารอไปก็เท่านั้น I'd like my son to help out with some chores but I'm not going to hold my breath. Slam dunk ประมาณว่าของตาย แน่นอน ทำได้ง่ายๆ Passing the exam is going to be a slam dunk since I've been studying for the pass few months. Low hanging fruit เป็นอะไรที่ทำได้ง่ายๆ บางทีก็ใช้ประมาณว่าเลือกทำอะไรที่ทำได้ง่ายๆ There are many improvements we can recommend to our customer. Maybe we should pick the low hanging fruit ones so we get some quick wins and gain customer's confidence in our capability.   Best of the breed เลิศสุดๆ แล้ว แปลตรงตัวก็ดีที่สุดในสายพันธุ์ If you're looking at buying an ERP system, I think you should consider buying SAP. It is the best of the breed. ไม่รู้ว่ายกตัวอย่างแล้วงงกว่าเดิมรึเปล่า  ;D
#34Mini MeNov 11, 2009
อีกอันที่ได้ยินบ่อยๆ คือ Jack of all trades (master of none) คือทำได้ทุกอย่าง แต่อาจจะไม่เก่งสุดๆ ในด้านใดด้านหนึ่ง I'm looking at hiring a specialist here not a Jack of all trades and that's why I don't think this person is right for this job.
#352pornNov 11, 2009
Thank youuuuuuuuu  ladies...    8) I will elaborate my context when I get a chance.
#36ThaigirlNov 21, 2009
ไม่รู้เป็นอย่างไร สองอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ยินประโยคนี้ติด ๆ กัน หลายที What is your take on that? ยกตัวอย่างเช่น Have you heard about the new H1N1 vaccine? What is your take on that? What is your take on that? คุณคิดอย่างไรกับมัน
#37playaiNov 22, 2009
If you keep annoying me, i will "RAG DOLL" you. which mean i will knock you out, so when I shake you , you look like a rag doll in my hand. เพิ่มเติม  ได้ยินจากเพื่อนๆ แซวกันมาจ๊ะ
#382pornNov 27, 2009
วันนี้ได้เรียนรู้สำนวนใหม่ จากที่ประชุม " put your cards on the table "  " Elephant under the table "  - something big or huge but no one wants to acknowledge it " sugar coated "  I think the language used is a bit sugar coated. สำนวนแรก ลองไปค้นดูกันเอาเองนะว่าหมายความว่าอะไร สำหรับสองอันหลัง ได้อธิบายหรือยกตัวอย่างให้แล้ว ใครใช้ใน context ที่ต่างกันก็เสริมได้นะจ๊ะ
#39di_annNov 27, 2009
If you put or lay your cards on the table, you deal with a situation by speaking openly about your feelings, ideas, or plans.   Example :  Put your cards on the table and be very clear about your complaints.
#40Mini MeNov 27, 2009
― ― I often hear "elephant in the room" - truth or issue that is obvious, should be addressed but it is being ignored / overlooked.
#41di_annNov 28, 2009
เห็นเล่นกัน ขอสนุกด้วย Show of hands = Proxy vote = I'm afraid that the file you are attempting to view has gone walkabout. has gone walkabout = ใครว่างๆ มาเฉลยหน่อยเจ้าคะ กูรู้ เอ้ย กูรูทั้งหลาย  :D
#42MaternaDec 14, 2009
ชอบกะทู้นี้มากเลยคะ อยากให้คนที่รู้แสลงเข้ามาช่วยกันโพสคะ เพราะให้ความรู้กับคนที่อ่อนภาษาอย่างเรา ;D
#43ThaigirlNov 02, 2010
คำในภาษาอังกฤษถ้าเติมคำ adverb ตามหลังแล้วความหมายเปลี่ยนมากมาย ยกตัวอย่างนะ Break up, Break in, Break down, Break out, Break even, oh give me a break. Break up เลิกกับแฟน Break in บ้านโดนงัด Break down (รถ)เสีย Break out สิวกำเิริบ Break even เท่าทุน My friend, who has just broken up with her boyfriend, came back from 2 weeks vacation in Italy on the weekend. She was telling me that luck hasn’t been on her side lately. Her house was broken into while she was away. This morning her car broke down and she had to take a subway to work. She also had a break out because of sitting on the plan too long. Once in the office, she sold Research in Motion and lost a few thousand dollars. She will have to make profit on a new stock to break even or at least bring down the loss. ;)
#44ThaigirlNov 03, 2010
คิดไปคิดมา คำว่า up เนี่ยก็เป็นคำพิเศษเหมือนกันนะ เวลาเอาไปเติมหลังคำต่าง ๆ ความหมายเปลี่ยนไปเยอะเลย ตอนทำงานเป็น tech support แทนที่จะบอกให้คนเขา shut down คอมพิวเตอร์ บางทีเราก็หลงพูดว่าให้ shut up คอมพิวเตอร์ก็มี คนเขาอมยิ้มกันใหญ่ เราเพิ่งได้รู้ความหมายของคำว่า Knocked up ก็ตอนหนังเรื่องนี้ออกฉายนั่นแหละ คำว่า Move up แปลว่าขยับไปข้างหน้า ในขณะที่คำว่า Eat up แปลว่ากินให้หมด คำว่า Stand up แปลว่ายืนขึ้น ในขณะที่คำว่า hold up แปลว่าให้หยุดอยู่กับที่ คำว่า grow up แปลว่าโตขึ้น ในขณะที่คำว่า act up แปลว่าไม่ทำงานตามปรกติ (My car is acting up แปลว่ารถเริ่มเสีย) ยิ่งเขียนยิ่งสนุก ได้ขัดเกลาความรู้ตัวเองด้วย
#45Mini MeNov 03, 2010
พี่สาวพูดถึงกิริยาที่เป็นคำสองคำ ปกติเรียก phrasal verbs บางทีเรียก two-word verb ใครสนใจลองไปดูลิสต์และความหมายของแต่ละคำได้ http://www.eslcafe.com/pv/
#46ThaigirlNov 03, 2010
ดีจังค่ะคุณน้อง เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่าง ๆ จะแอบไปอ่านให้หมดทุกตัวอักษรเลย โตขึ้นเราต้องเก่งภาษาอังกฤษแน่เลยล่ะคราวนี้  ;D
#472pornNov 04, 2010
อาทิตย์นี้เพื่อนๆที่ทำงานชวนกันไปดื่มหลังเลิกงานในเย็นวันศุกร์์ ก็มีการส่งเมล์ร่อนกันไปมาเพื่อหาสถานที่ ผลสุดท้ายมีคนหนึ่งบอกว่า ไปผับ XYZ กันเถอะ เพราะเบียร์เหยือกใหญ่ขายแค่ $9.99 เอ็งง่ะ หนึ่งหนุ่มในนั้นก็อีเมล์ตอบมาแค่คำเดียวสั้นๆว่า   SCORE !
#48SuayNov 10, 2010
mix  คำนี้หมายถึงการผสมของต้งแต่ 2 อย่างขึ้นไปเข้าด้วยกัน  เหมือนกับเวลาเราจะทำน้ำปั้นอะไรทำนองนี้         แต่ถ้า  สำนวน(idioms)  ความหมายเปลี่ยนไป             mixed up  =  ทำให้งง ตัวอย่างเช่น             - Instead of helping me, his explanation only mixed me up               หมายความว่า  :  แทนที่จะช่วยดิฉัน  คำอธิบายของเขาทำให้ดิฉันงง
#49auanjungNov 28, 2010
อยากถามว่า คำว่า  "Early Bird"  ที่ติดตามที่จอดรถ นี่หมายความว่าไงคะ ขอบคุณค่ะ
#50ThaigirlNov 28, 2010
Early bird ตามสถานที่จอดรถหมายถึงคนที่เข้ามาจอดในที่จอดรถแต่เช้าตรู่ อย่างที่จอดรถใต้ตึกที่ทำงานจะกำหนด Early bird ไว้ก่อน 8 โมงเช้า  ถ้าเข้ามาจอดก่อน 8 โมงก็จะได้เรทค่าจอดรถต่ำกว่าคนที่เข้ามาจอด หลัง 8 โมง ยกตัวอย่าง เรทค่าจอดรถที่ดาวน์ทาวน์โตรอนโต จอดน้อยกว่า 20 นาที 4 เหรียญ ทุก ๆ 20 นาที ต่อไปคิด 4 เหรียญ จอดระหว่าง 6.00 am - 6.00 pm: คิดสูงสุด 30 เหรียญ Early bird (เข้าไม่เกิน 8.00 am) -  6.00 pm คิดแค่  24 เหรียญ หลัง 6 pm คิด เรทพิเศษ 7 เหรียญ ตลอดคืน จอดได้ถึง  6 am วันต่อไป
#51auanjungNov 29, 2010
ขอบคุณ คุณ thai girl มากเลยค่ะ ไว้ถ้ามีคำไหนสงสัยอีก จะเข้ามาถามอีกนะคะ
#52jealouseyes1Mar 01, 2011
ล่าสุด เกิดขึ้นในลิฟท์ค่ะ พอประตูเปิด เจอเพื่อนคนหนึ่งก้าวเข้ามา แล้วทักว่า hey, what's shaking?? เราก็ อ๊ะ อะไรนะ แผ่นดินไหวที่ไหนเหรอ สรุป เค้าหมายความถึง what's up? anything new? แหม อยู่มานานแต่ก็ไม่ทันคำเค้าเสียที
#53ThaigirlMar 04, 2011
เพืี่อนฝรั่งหนุ่มหล่อคนหนึ่งของเราบอกว่า คำตอบสบาย ๆ (สแลง)ของคำทักทายอย่าง What’s up? What’s shaking? คือ Not much, just kicking ass and taking names. ซึ่งหมายความว่า ไม่มีอะไรมากหรอก มีความสุขดี kicking ass and taking names หมายถึงกำลังประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่ (แตะก้นใครมาแล้วก็จดชื่อไว้) ลองดูนะ แต่เอาแบบไม่เป็นทางการนะจ๊ะ อย่างเพื่อนฝูงอะไรแบบนี้แหละ ไม่ใข่เจ้่านายหรือลูกค้า  ;)
#54NajaApr 30, 2011
สวัสดีค่ะน้องใหม่ฝึกหัดภาษาอังกฤษขอฝากเนื้อฝากกระดูกด้วยค่ะ  คือตอนนี้ข่าวการเมืองกำลังร้อนแรงมีหลายคำให้ได้เรียน กูรูทั้งหลายช่วยแปลคำไทยสวยๆและถูกต้องศัพท์บางคำให้ด้วยค่ะ 1.  Provincial governments  แปลว่า การปกครองส่วนภูมิภาคหรือเปล่าค่ะ 2. Terriorial governments แปลว่า  การปกครองเมืองขึ้นหรือเปล่าค่ะ 3.  Polictically correct/ incorrect  อันนี้เข้าใจความหมายค่ะ แต่ไม่รู้ว่าแปลเป็นคำไหนของไทยดี ขอบคุณค่ะ
#55ThaigirlApr 30, 2011
ไม่ใช่กูรูนะ แต่อยากช่วย 1. Provincial governments  แปลว่าการปกครองส่วนจังหวัด ที่แคนาดาเนี่ยมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด (premier) ด้วย อย่างตอนนี้นาย Dalton McGiunty คือ Premier of Ontario ก็มาจากการเลือกตั้ง 2. Terriorial governments ขออธิบายเบื้องต้นว่า ที่แคนาดาแบ่งเป็น 10 จังหวัด (Provinces) และ 3 Territories  ซึ่งอันนี้เราแปลว่ากิ่งจังหวัด เหมือนบ้านเรามีอำเภอและกิ่งอำเภอ ดังนั้นเมื่อมี Provincial governments  มันก็ต้องมี Terriorial governments ค่ะ 3. Politically correct/ incorrect  อันนี้เข้าใจความหมายค่ะ แต่ไม่รู้ว่าแปลเป็นคำไหนของไทยดี เราว่าไม่มีคำไทยตรงตัวสำหรับคำนี้  เป็นการใช้คำพูดที่ไม่ดูหมิ่นผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นด้านสีผิว เพศ อายุ วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา ฯลฯ
#56KhingApr 30, 2011
พอดีตรงกับคุณสมบัติที่ป๋าพยายามจะเป็นพอดีเลย ก็เลยแอบแปลเพิ่ม  8) Politically correctness คือการกระทำหรือพูดหรือแสดงออกเกี่ยวกับเรื่องหลายต่อหลายเรื่องที่พยายามหลีกเลี่ยงในการก่อให้เกิดความบาดหมางดูหมิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (ในใจจริงแล้วอาจไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตัวเองอย่างนั้นก็ตาม) มากจนถึงขนาดเกินไปจากที่สมควรอยู่ อันนี้คือคุณสมบัติของคนแคแนเดี้ยน
#57Mini MeMay 01, 2011
Politically correct บางทีก็ใช้ในกรณีเลี่ยงคำที่อาจจะทำร้ายจิตใจคนฟัง เช่น คนตาบอด เค้าจะไม่เรียกว่า blinds แต่เรียกว่า visually impaired คนหูหนวกไม่เรียก deaf แต่เรียก hearing impaired คนอินเดียนพื้นเมืองไม่เรียก indian แต่เรียก first nation ในบริบทนี้คำไทยที่ใกล้เคียงน่าจะเป็นคำสุภาพมั้งคะ
#58SweetPeaMay 01, 2011
เก่ง.. Y_Y อยากเก่งมั่ง แต่ความขี้เกียจเป็นอุปสรรค.. ปล. ยังกล้ามาบอกอีกเนาะ ฮา..
#59KhingMay 01, 2011
― ― วันก่อนมีคนสอนมาว่าเห็นคนอ้วนมากๆ ห้ามพูดว่า Fat Boy ให้พูดว่า A man of size และก็ห้ามเรียก old woman หรือ old man ให้เรียกว่า A person of age บางทีไม่ทันนึก เรียกอย่างที่ตาเราเห็นตรงๆเช่น คนดำเราก็เรียก black man  ครูเอ็ดเอาให้ ให้เราเรียกว่า a man of color (ครูบอกห้ามเรียกว่า _egro เด็ดขาดเลย) โอ้ย...ระวังปากไม่ค่อยจะทันเลย So much for politically correctness!!
#60ThaigirlMay 01, 2011
สาเหตุที่ภาษาไทยยังไม่มีคำว่า Politically correctness ก็เพราะคนไทยยังทำไม่ได้  ;) คำว่า อีอ้วน  ไอ้แก่  ไอ้ด้วน  อีลาว ไอ้เตี้ย ยังคงใช้กันอยู่พร่ำเพ่อ