#1domechulaFeb 17, 2010
สวัสดีคะ
ตอนนี้ดิฉันกำลังเตรียมเอกสารสมัครวีซ่า Spouse(Family Class)-Immigration Part II จากข้างนอกอยุ่คะ พอดีว่ามีข้อข้องใจในการเขียน/พิมพ์เอกสารในกรณี ข้อมูลที่บรรยายความสัมพันธ์ใส่เข้าไปในฟอร์มไม่พอ จากที่สังเกต ถ้าคำถามไหนเราพิพม์คำตอบไม่พอ เราก็ควรจะแอดกระดาษเปล่าพร้อมเขียนชือนามสกุล ชื่อฟอร์ม หน้า และคำถามด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ถูกไหมคะ
ทีนี้ถ้าดูจากในฟอร์มIMM5490E เมื่อเทียบกับฟอร์มอื่นแล้ว ฟอร์มนี้มีพื้นที่มากกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเราไม่อยากเขียนลงในฟอร์มตรงนั้น เราจะเอาไปอธิบายในกระดาษที่เราแอดเข้ามาแล้วพิมพ์อธิบายทีเดียวได้หรือเปล่าคะ ส่วนในฟอร์มดิฉันจะได้เขียนว่า SEPARATE DOCUMENT ATTACHED แทน ไม่ทราบว่าทำได้หรือเปล่าคะ หรือว่าเราควรพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ในฟอร์มเหมือนเกริ่น ๆ ก่อน แล้ววงเล็บท้ายว่า SEPARATE DOCUMENT ATTACHED ดีคะ
ในส่วนของกระดาษที่เราแอดเข้ามาในแต่คำถาม ไม่ทราบว่าต้องพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด สำหรับการอธิบายความสัมพันธ์หรือเปล่า หรือว่าพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่แค่ตรงชื่อนามสกุล ชื่อฟอร์ม หน้า และคำถาม แค่นั้นพอแล้วส่วนการอฺธิบายความสัมพันธ์ เราใช้ตัวพิมพ์เล็กได้คะ
อันนี้ขอเพิ่มในกรณีพูดถึงฟอร์มทั่วไปนะคะ ในกรณีที่แอดเอกสารเพิ่มเข้ามาอฺธิบายในหัวข้อที่ดิฉันมีพื้นที่การพิมพ์ไม่พอ โดยปกติคุณแนบใส่ข้างหลังฟอร์มไปเลยในแต่ละฟอร์ม หรือว่าแยกทำ เป็น Table of Contents ต่างหากแล้วรวมเอกสารที่แอดรายละเอียดทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกันเลยคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบคะ
#2SweetPeaFeb 17, 2010
โอ้ เราก็สงสัยเหมือนคุณ เด๊ะๆทุกข้อเลย :o
ปูเสื่อรอฟังคำตอบจากรุ่นพี่ด้วยคนค่ะ.. ;D
#3domechulaFeb 17, 2010
สวัสดีคะคุณ SweetPea
ดิฉันนึกวาคุณสมัครไปอยู่เรียบร้อยแล้วซะอีก ;D สมัครปีนี้หรือเปล่าคะ
รอคำตอบอยู่นะคะ ไม่มีใครมาตอบเลย :(
#4SweetPeaFeb 18, 2010
ยัง ค่ะยัง :D
ยังไม่รู้เลยว่า จะได้ไปลงหลักปักฐานกันที่ไหน ::)
คุณสามีเริ่มร่อนใบสมัครงานแล้วล่ะค่ะ ;D
คงไม่เกิน พค ก็คงได้รู้ว่า จะได้ที่ไหน (ไม่เมกา ก็แคนาดาน่ะค่ะ)
ถ้ารู้เมื่อไร ก็คงได้ส่งใบสมัครล่ะค่ะ
(ตอนนี้อยู่เมกาจ้า กลับบ้านปีนี้ คงเดินเรื่องเตรียมเอกสารเหมือนคนอื่นๆล่ะค่ะ ;) )
ปล. อยากให้ได้ที่แคนาดา
เพราะถ้าได้ที่อื่น ก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่
ในการศึกษาและแตรียมตัวสำหรับขอวีซ่าประเทศนั้นๆอีก :(
#5domechulaFeb 18, 2010
Ah, ok ka :)
#6chanapodFeb 18, 2010
ไม่ยักกะมีคนมาตอบ ;D
งันทำอย่างที่เอ๋เคยทำล่ะกัน ตอนเอ๋กรอกเอกสารIMM5490E
ถ้าข้อไหนมันไม่พอเอ๋ก็พิมพ์เลขหัวข้อ และคำถาม
และคำตอบลงในกระดาษ และก็พิมพ์ชื่อ นามสกุลและวันที่ แล้วปริ้นออกมาพร้อมเซ็นชื่ออีกที
และก็เขียนในเอกสารIMM5490Eอย่างที่คุณdomechula เข้าใจละคะ ว่าเรามีเอกสารที่แยกออกจากคำตอบนั้น ไม่รู้ว่าจะเข้าใจที่เอ๋เขียนหรือเปล่า แบบว่าอธิบายไม่เป็น ;D
และหลังจากที่พิมพ์เรียบร้อยแล้วเอ๋ก็เอาแม็กเย็บติดกับเอกสารคำถามเลย แต่บางคนเคยอ่านเจอเขาทำสารบัญบอกว่าหน้าไหนเป็นอะไร คำตอบของอะไร แต่เอ๋ขี้เกียจทำเพราะมันยุ่งยากสำหรับเอ๋
เอ๋เลยเอาคำตอบที่เย็บติดไปเลย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ เอ๋ก็ได้วีซ่าแล้วด้วย
อันนี้แล้วแต่ว่าจะทำแบบเอ๋หรือเปล่า
ขอให้โชคดีสำหรับคนที่กำลังทำพีอาร์นะคะ
สู้สู้คะ
#7domechulaFeb 18, 2010
สวัสดีคะคุณเอ๋
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ แล้วการพิมพ์ในกระดาษที่เราอธิบายความสัมพันธ์เพิ่มเข้ามาละคะ ไม่ทราบว่าคุณเอ๋อธิบายเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กแบบนี้หรือเปล่าคะ
I met my husband in the year of xxxx. We went to...... ตัวพิมพ์เล็กอย่างงี้หรือเปล่าคะ หรือว่า
I MET MY HUSBAND IN THE YEAR OF XXXX. WE WENT TO.... เป็นตัวพิมพ์ใหญ่แบบนี้คะ
พิมพ์เป็นตย เลยดีกว่า จะได้ไม่งงกับคำถามดิฉันนะคะ
ขอบคุณคะ
#8chanapodFeb 18, 2010
ขอโทษทีคะเอ๋ตอบไม่เคลีย์ คือเอ๋เขียนตัวอัษรต้นประโยคเป็นตัวพิมพ์ใหญ่และก็เขียนตัวพิมพ์เล็กคะ
คือถ้าขึ้นต้นประโยคใหม่เอ๋เขียนพิมพ์ใหญ่คะ
เหมือนประโยคนี้แหละคะ
I met my husband in the year of xxxx. We went to
หาหลักฐานและเอกสารประกอบเยอะๆนะคะ และอธิบายความสัมพันธ์ให้แน่นๆ
ขอให้โชคดีคะ
#9domechulaFeb 18, 2010
ทีนี้เคลียร์แล้วคะคุณเอ๋ ขอบคุณมากคะ :)
คุณ SweetPea ยังไงเราก็รู้คำตอบแล้วนะ จะได้สมัครพีอาร์รุ่นเดียวกัน ;D
#10SweetPeaFeb 18, 2010
จริงๆแล้ว มันไม่มีกฏตายตัวว่าต้องทำอย่างไร
แต่แค่ให้แน่ใจว่า จัดระเบียบเอกสารให้มันดี แค่นั้นเอง ::)
หยกคงไม่ได้ปริ้นซ์พวก MSN หรือ รายการพวกค่าโทรศัพท์หรือ SMS ที่ส่งหากัน
อย่างที่หลายๆคนใช้เป็นหลักฐาน
(หยกคบกันมา 3-4ปีกว่าจะแต่ง ให้เก็บทุกอย่าง คงไม่ไหว
และไม่ได้เก็บ chat history ไว้ด้วย เพราะเปลี่ยนคอมฯมาเครื่องที่สามแล้ว)
อีเมลล์มีเยอะนะ แต่ก็ลบๆทิ้งไปบ้าง เหลือแค่ไม่กี่ร้อยอัน
แต่จะมีพวกการ์ด จม โปสการ์ด รูปถ่ายน่ะ เยอะหน่อย (เพราะชอบเที่ยว และบ้าถ่ายรูป ทั้งผัวและเมีย)
แต่ก็คิดว่า ความน่าเชื่อถือในความสัมพันธ์ คงดีในระดับหนึ่ง
คือคบกันหลายปี แล้วก็ได้แต่งงาน และอยู่ด้วยกันระยะหนึ่งแล้วน่ะ
แต่วีซ่านะ มั่นใจอะไรไม่ได้หรอก ::)
― ―
โอเคเลยค่ะ
PR2010 ;D
#11ABSFeb 18, 2010
ขอโทษ นะคะ พอดีเราภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง คือสงสัยว่ามันมีบอกด้วยหรอค่ะว่าต้องเขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่อ่ะคะ ขอบคุณค่ะ :D
#12domechulaFeb 18, 2010
― ―
คุณ ABS
เค้ามีบอกในคุ่มือการกรอกนะคะ ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ แต่แค่ข้องใจในการพิมพ์/เพิ่มเอกสารเข้ามาแค่นั้นเอง ว่าต้องเขียนตัวใหญ่หมดเหมือนในฟอร์มหรือเปล่า เพราะหลังจากพิมพ์เสร็จอ่านแต่ตัวพิมพ์ใหญ่ที่เราอธิบายเพิ่มเข้ามา ดูไปก็ลายตาหนะ แต่ถ้าเขียนแบบ I met my husband in the year of xxxx. We went to...... อะไรประมาณนี้ เวลาคนอ่านน่าจะอ่านง่ายหน่อยนะคะ
คุณ SweetPea
เราเคสตรงกันอีกแล้ว ;D ดิฉันก็ไม่มีเอกสารไรมาก มีส่งเท่าที่มี นี่ก็เปลี่ยนคอมมา 4 เครื่อง ฟอร์แมตแล้วฟอร์แมตอีก ข้อมูลแชทไร หายหมด (เราเก็บไม่หมด) ทั้งเราและแฟน ก็ไม่ได้เก็บไรเลย แต่เรื่องรูปถ่าย ตรึม ;D
#13SweetPeaFeb 18, 2010
เพิ่งสังเกตว่าใน IMM 5406E เค้าให้เขียนชื่อทั้งภาษาอังกฤษและภาษาถิ่น (ไทย)ด้วยนะนี่
คื่อให้ลงทั้ง ชื่ออังกฤษ และ ไทย
Complete ALL names in English and in your native language (For example: Arabic, Chinese etc.)
ใน Acrobat พิมพ์ไทยไม่ได้ ก็คงต้องปริ้นออกมา แล้วเขียนทีหลัง ::)
#14domechulaFeb 19, 2010
ถูกต้องคะ คุณ SweetPea ;D
#15TanyaponFeb 20, 2010
แล้วการกรอกเนี่ย ต้องพิมพ์เท่านั้นเหรอคะ เขียนเองได้มั้ยค่ะ หรือว่าพี่ๆไม่แนะนำ
#16SweetPeaFeb 20, 2010
― ―
เขียนเอาก็ได้ค่ะ แต่ต้องหมึกสีดำเท่านั้น
จากที่บอกว่า
TYPE or PRINT in black ink.
แต่แนะนำให้กรอกในคอมฯ แล้วปริ้นซ์ออกมา จะดีกว่าค่ะ
แก้ข้อความได้เรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ
และ จะดูเรียบร้อย น่าอ่านมากกว่า
(แต่ถ้ามั่นใจว่า ลายมือสวย สม่ำเสมอ ระดับแชมป์คัดลายมือจังหวัดยังอาย
ก็ เขียนเองได้เลยค่ะ ;D )
ปล. Acrobat Version 6 ค่ะ
ที่สามารถ เขียนและเซฟได้
(เวอร์ชั่นอื่นไม่รู้ รู้แต่อันนี้และใช้อยู่ )
มีเวอร์ชั่นไหน พิมพ์ไทยได้มั่งยังเนี่ย?? ???
#17domechulaFeb 20, 2010
คุณ SweetPea เวอร์ชั่น 6พิมพ์ได้เหรอคะ เราใช้เวอร์ชั่น 7 โปร เขียนและเซฟได้เหมือนกัน ;D
#18NickFeb 20, 2010
การกรอกภาษาไทยลงในแบบฟอร์ม ให้พิมพ์ด้วย MS Word แล้ว copy and paste ครับ
#19SweetPeaFeb 20, 2010
― ―
ตอนนี้หยกมี Acrobat 6, Adobe Reader 9
Acrobat 6 - สามารถพิมพ์ได้ เซฟได้ แต่พิมพ์ไทยไม่ได้ copy & paste จาก Word มาใช้ไม่ได้
และเปิด ไฟล์ PDF จากเนตไม่ได้ (เนื่องจาก required 8-9)
Adobe Reader 9 - พิมพ์ได้ ทั้ง ไทยและอังกฤษ แต่เซฟไม่ได้ เปิด PDF จากเนตได้
(ตอนแรกไม่รู้ว่า พิมพ์ไทยได้
พอดีลองพิมพ์ไทยดู แล้วโปรแกรมก็เลย Update ให้
เลยพิมพ์ไทยได้แล้ว เย้ๆ ไม่ต้องเขียน ฮ่าๆ)
จริงๆเวอร์ชั่นล่าสุด น่าจะทำให้เซฟได้ จะได้ครบสูตร ไปเลย ???
หยกก็เลย ต้องใช้ทั้งสองอันคู่กัน
ดีนะ มันให้มี สองเวอร์ชั้นในเครื่องได้
ไม่ใช่ให้ replace -_-' ไม่งั้นแย่เลย
รักพี่เสียดายน้อง ;D
#20domechulaFeb 21, 2010
ดีจังคุณหยก แต่ก็ยังงง ๆ ว่ามันจะเซฟยังไง คุณหยกอย่าบอกนะว่าพิมพ์ไทยอังกฤษ ในเวอร์ 9 แล้วเอาไปตัดแปะในเวอร์ 6 แล้วเซฟนะ หรือมันออโต้ เดี่ยวจะลองโหลดดูเผื่อได้มั้ง แต่คิดว่าไม่ได้ 555 ;D คุณหยกเตรียมเอกสารไปถึงไหนแล้วคะ เรายังอยู่ ฟอร์มเดิมข้อเดิมอยู่เลย :'(
#21SweetPeaFeb 21, 2010
ปกติก็ใช้ Acrobat 6 กับทุกฟอร์มน่ะล่ะค่ะ
เพราะปกติทุกฟอร์มไม่ต้องใช้ภาษาไทยไง
มีแค่อันนี้ที่ว่า ต้องพิมพ์ชื่อไทย
เราก็พิมพ์ใน Acrobat 6 ให้เรียบร้อย (เซฟไว้ก่อน)
พอจะต้องปริ้น เราก็เอาที่พิมพ์ไว้ มาเปิดใน Adobe 9
พิมพ์ ชื่อไทยเพิ่มลงไปให้ครบเรียบร้อยทุกคน
แล้วก็ค่อยสั่งพิมพ์ไง ;D
เข้าใจมั้ยเนี่ย??
ส่วนเอกสาร ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรมากเลยค่ะ
วันไหนเบื่อๆทำขนม หรือขี้เกียจถักนิตติ้ง
ก็เปิดฟอร์มมากรอกๆ พิมพ์ๆอธิบายคำตอบแต่ละข้อ
(กไอ้ที่คำตอบยาวๆ แล้วเราต้องเพิ่มกระดาษต่างหากนั่นน่ะ)
สรุปแล้ว ก็ยังไม่ได้อะไรถึงไหน หรอกค่ะ แห่ะๆ
#22domechulaFeb 21, 2010
ลองทำแล้วจร้า แต่เราทำเวอร์ชั่น 7 กับ 9 มันไม่ให้เราเปิดนะสิ >:( สงสัย ต้องโหลด เวอร์ชั่น 6 มาใช้ตามที่คุณว่าแล้วเนี่ย เรื่องของเรื่อง พิมพ์เซพหมดแล้วในเวอร์ชั่น 7 คิดว่าก็คงไม่ให้เราเปิด ที่พิมพ์เซฟไว้ในเวอร์ชั่น 7 ไปเป็น 6แน่นอน :D แต่ก็จะลองโหลดทำตามที่คุณหยกว่าดู
เข้าไปดูอาหารคุณหยกแล้ว เค้กทำไมน่ากินอย่างงี้ อยากกิน ๆ ;D
#23SweetPeaFeb 21, 2010
― ―
เมื่อวานลองทำ Panna Cotta ดู
เด่วเย็นนี้จะลงรูป รอดูแล้วกันนะจ๊ะ ;D
ปล. เหมือนมีเราคุยกันอยู่สองคนเลย แห่ะๆ
#24domechulaFeb 22, 2010
โอเคจ้า กระทู้นี้ ก็คุยกันสองคนไปแล้วกัน เอิ๊ก ๆ
#25SweetPeaFeb 22, 2010
วีคหน้าไปชิคาโก้ (5วัน)
(คุณสามีไปประชุม อิเมียเกาะไปด้วย ;D )
คงมีเวลาอยู่กับคอมฯเยอะ (ไม่ต้องทำกับข้าว ไม่ได้ถักนิตติ้ง)
กะว่า จะกรอกฟอร์มและทำเอกสารให้เสร็จ ก็ให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้
เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีเน็ตใช้มั้ย ถ้าไม่มีเน็ต ก็คงไม่เถลไถลไปทางอื่น :D
คงมีสมาธิในการกรอกเอกสาร หรือเขียนบรรยายความสัมพันธ์ยาวๆ ต่างๆ
คืบหน้ายังไง จะมาโพสบอกแล้วกันค่ะ ;)
ปล. เมื่อวานบนถนนไม่มีหิมะเลย
เช้านี้ตื่นมา เต็มไปหมด ตอนนี้ก็ตกหนักมาก
พายุหิมะเข้าอีกแล้ว.. ::)
#26OliveFeb 22, 2010
ขอถามเรื่อง form IMM 008 generic - application for permanent residence in Canada หน่อยค่ะ
คุณ sweetpea ตอนนี้ไม่ได้ทำงานใช่มั๊ยคะ ข้อ 13 your current occupation ต้องกรอกอะไรคะถ้าเราไม่ได้ทำงานตอนนี้
ขอบคุณค่ะ
#27SweetPeaFeb 22, 2010
หยกคงตอบ NONE, N/A อ่ะค่ะ
แต่เด็วรอดูคุณสามีก่อน ว่าเค้าให้ตอบว่าอะไร
เพราะเอกสารที่กรอกอยู่ ยังไม่ได้ให้เค้าเช็คเลย
(คุณสามีเป็นอาจารย์น่ะ ตรวจการบ้านเก่ง ฮ่าๆ)
มีใครตอบอย่างอื่นมั้ยคะ?
#28SweetPeaFeb 22, 2010
IMM0008 Background
ข้อ 13 น่ะ ที่ว่า Government Position เนี่ย
หยกเคยเป็น เลขาฯนายก อบต. น่ะ
ยังงี้ ต้องกรอกลงข้อ 13 มั้ยคะ?
เพราะไม่ใช่ ข้าราชการ จริงๆ
เป็นตำแหน่งที่เรียกว่า พนักงานของรัฐ
ซึ่งมีชุดกากี และชุดขาว เหมือนข้าราชการเลย น่ะ ::)
เพราะถ้าแบบนี้ไม่นับ ก็จะได้ใส่ NONE ลงไปค่ะ
#29OliveFeb 22, 2010
กรอก application นี่เหนื่อยเหมือนกันเนอะ คำถามบางอย่างดูแล้วงงๆ ตอบได้หลายแบบ
ตอนนี้เตรียม supporting document ไว้หมดแล้ว เหลือ organize ทำ index แล้วก็กรอก application นี่ล่ะ plan ว่าจะส่ง application ต้นเดือนหน้าแล้ว
#30SweetPeaFeb 22, 2010
โหย.. ดีจัง พร้อมส่งแล้ว :o
เดือนหน้าก็ วีคหน้านี่แล้วนะจ๊ะ
โชคดีน๊า..คุณโอลีฟ ;D
ปล. เราก็ โอลีฟเหมือนกัน
ลีบๆ ยาวๆ น่ะ T_T
#31domechulaFeb 23, 2010
― ―
ระวัง ๆ หน่อยนะ พายุหิมะเนี่ย เราเริ่มกรอกใกล้เสร็จแล้ว นั่งอธิบาย ความสัมพันธ์ ตั้ง 3 วัน ไม่ได้ทำไรเลย อ่านทีไรเขียนยังไงให้ต่อเนื่องและดูดี เพราะเขียนไปเขียน
มา ก็ลงทุกรายละเอียด เกินไป กว่าจะเรียบเรียงเสร็จ ก็แทบแย่ ;D แต่งานนี้ไม่มีท้อ อิอิ
ปล เข้าไปดูอาหารคุณสวีทพี มาแล้วนะคะ เห็นเขียนว่าตามล่าหาตับ อ่านแล้วขำดี อิอิ แต่จริงนะ หายากมาก :(
#32rina_bkkFeb 23, 2010
― ―
คนที่บ้านบอกให้ใส่ Unemployed คะ
#33rina_bkkFeb 23, 2010
― ―
อันนี้คือทำงานเลยใช่ไหมคะ เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าต้องใส่หรือเปล่า แล้วมีตำแหน่งเหมือนข้าราชการเปล่าคะ ถ้าเป็นเลขาธรรมดาเหมือนเลขาพนักงานบริษัท เอกชน ก็ไม่ต้องใส่คะ (แต่ใครอาจมีความเห็นอย่างอื่นก็บอกคุณหยกได้นะคะ อันนี้ ความคิดเรา)
#34OliveFeb 23, 2010
จริงๆ เพื่งค้นพบว่าถ้าเรา unlock แบบฟอร์ม adobe acrobat 8 และ 9 ก็สามารถพิมพ์ได้ save ได้นะ :) ตอนนี้เลยพิมพ์ได้ทั้งไทย/อังกฤษแล้วก็ save ได้แล้ว :)
#35SweetPeaFeb 23, 2010
― ―
ทำไงอ่ะคะ
พอจะบอกได้มั้ย? :o
#36SweetPeaFeb 23, 2010
― ―
เด๋วหยกคงเปลี่ยนเป็น Unemployed เหมือนกัน ;D
― ―
ทำเลยค่ะ มีหนังสือประกาศเป็นคำสั่งแต่งตั้งเลยค่ะ
แต่หยกขึ้นกับนายกฯนะ
เค้าแต่งตั้งเรา เวลาลาออก ก็เขียนบันทึกข้อความขอลาออกกับนายก ::)
ปวดหัวดีแท้..
ปล. ทำได้ไม่กี่เดือน ก็ลาออกมาแต่งงาน ;D
ดีเหมือนกัน อยู่ไปก็ตีกับปลัดฯ (คนอะไร เมาแม่งทุกวัน -_-' )
#37OliveFeb 23, 2010
ทำไม่เป็น แฟนทำให้ :P แต่ถ้าอยากได้ ส่ง file ให้ได้นะ save ไว้หมดล่ะ ว่าจะเริ่มกรอกวันนี้ล่ะ
#38SweetPeaFeb 23, 2010
เด๋วจะลองหาๆดูว่าทำไง
(ถ้าไม่ต้องใช้ ประมาณ โปรแกรมเมอร์สกิล น่ะนะ -_-' )
#39domechulaFeb 24, 2010
― ―
เรามี Acrobat 7 ,9 ซึ่ง เวอร์ชั่น 7ไม่ให้พิมพ์ไทยแล้วเซฟนะคะ ตอนนี้ เราพิมพ์ไว้ใน เวอร์ชั่น 7 อย่างเดียว ทำยังไงถึงจะเซฟไว้ในเวอร์ชั่นได้คะ คุณโอลีฟ ขอไฟล์ไว้หลังไมค์แล้วนะคะ
ขอบคุณมากคะ
#40domechulaFeb 24, 2010
คุณหยก
เราเพิ่งไปดูกระทู้อื่นมาที่คุณหยกโพสอะ เราเพิ่งรู้ว่าอาจย้ายไปลอนดอนเหรอ บ้านพ่อแม่แฟน เราก็อยู่ละแวกนั้น จะได้เป็นเพื่อนบ้านกันเน้อ อิอิ
#41rina_bkkFeb 24, 2010
แนะนำว่าให้ใส่นะคะ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับรัฐด้วยแล้วคุณมีหนังสือแต่งตั้งอีกนะคะ
― ―
#42SweetPeaFeb 24, 2010
― ―
บ้านพ่อแม่คุณสามีอยู่ Lambeth น่ะ
บ้านพ่อแม่แฟนคุณอยู่ไหนหรอ?
ปล. คุณอะไรเนี่ย? แห่ะๆ -_-'
― ―
โอ้ โอเคค่ะ..
#43SweetPeaFeb 24, 2010
น่าจะหลังเมษาไปแล้วค่ะ ::)
เพราะตอนนี่คุณแฟนงานยุ่งโคตรรรรรรรรรรรรร.. -"-
คุณแอนตอนนี้อยู่ไหนคะ?
#44domechulaFeb 25, 2010
ตอนนี้อยู่ไทยจ้า กลับมาเตรียมเอกสาร หลาย ๆ อยาง เอกสารเราเยอะอะ แล้วอยู่ชิคาโก้ยังจ้า เห็นว่าจะไปชิคาโก้ อิอิ
Congrats on your "Hero Member" นะ (แซวหน่อย ;D)
#45SweetPeaFeb 25, 2010
แสดงว่า มาเที่ยวแคนาดา แล้วกลับไปยื่น PR ที่ไทยหรอคะ?
หยกไปชิคาโก้ 1-5 มีนาค่ะ
เด๋ววันอาทิตย์ คงได้ฤกษ์แพคกระเป๋าค่ะ
หาข้อมูลเที่ยวไว้คร่าวๆไว้บ้างแล้ว (ก็แค่เดินเล่นรอบๆน่ะ)
เห็นว่ามี Ice rink ให้สเก็ตฟรี
ก็เลยกะว่า จะแบกรองเท้าสเก็ตไปด้วย
ไม่ได้เล่นนานแล้ว..
― ―
อ๊ะ เพิ้งเห็นเหมือนกัน
ดีใจๆ TT TT
#46domechulaFeb 25, 2010
555ดีใจจนได้ 4ทีเลยนะ ;D
ใช่ เรากลับมายื่นเอกสารอะ แล้วก็จะได้กราบไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่เลย ใกล้สงกรานต์แล้วด้วย อิอิ ไปชิคาโก้ เอารูปมาลงให้ดูด้วยนะ อยากเห็น ;) คุณหยกเล่นสเก็ตเก่งแน่เลย แล้วไม่เล่นสกีมั้งเหรอจ๊ะ ???
#47SweetPeaMar 03, 2010
นั่งทำ Separate sheets อยู่
เหนื่อยลงรูป (มีรูปเป็นตันเลย)
ถามหน่อยว่า ส่งรูปประกอบเรื่องราวกันยังไงอ่ะคะ?
อัดออกมา แล้วเขียนด้านหลังแล้วส่ง
หรือว่า เขียนเล่าลำดับเรื่อง แล้วเอา insert หลายๆรูป ใน word เขียนบรรยายใต้รูปแต่ละอัน
แล้วปริ้น เย็บเล่มเอา?? (หยกทำแบบนี้อ่ะ) ::)
เอารูปมาอวดด้วย
ปล. เล็กหน่อย จะได้ไม่เห็นว่าเราขี้เหร่ ฮ่าๆๆ :D
#48domechulaMar 03, 2010
อ้าว คุณหยก ไหงส่งรูปคุณหยกมาซะเล็กเลย อดเห็นคนสูงยาวเข่าดีเลย ;) คุณหยกเล่นสเก็ตเก่งแน่เลย เราเคยเป็นเดี่ยวนี่ไม่เป็นแล้ว เริ่มแก่ 55
อันนี้แล้วแต่คนนะเรื่องลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์แต่ละคน เราเล่าไปเลยทีเดียว แล้วอัดรุปที่ร้านต่างหาก บรรยายใต้ภาพน่าจะง่ายกว่า เพราะถ้าให้เขียนพรึดยาวพร้อมรูปไร ไม่ไหวอะ เดี่ยวคนอ่านเหนือย ขนาดของเราไม่ค่อยมีเอกสารสนับสนุนเท่าไหร่(เพราะไม่ได้เก็บเพิ่งจะมาเก็บหลังๆ) เรายังเล่าเกือบ 5 หน้าแหนะ เพราะไปเที่ยวหลายที่มันก็เลยต้องเล่าทุกที่ ไหนจะแสตมป์มันก็เป็นตัวโชว์ครอสเชคตรงนั้นอีก ถ้าประเทศเดียวกัน น่าจะเขียนง่ายไม่น่าถึง 5หน้า แล้วเราแต่งมาหลายปีก็เล่าตั้งแต่แรกถึงตอนนี้ ก็ได้มาเกือบ 5หน้า(ถ้าขอหลังจากนี้ เป็น 7-10 ปี สงสัยเขียนเมื่อยเลย) :(
#49SweetPeaMar 03, 2010
หยกลงรูปด้วย เรื่องด้วย ปาไป จะสามสิบหน้าแล้ว
ไม่เยอะๆ ยังได้อีก
เด๋วมีเรื่องกับรูปตอนมาเมกากับแคนาดาอีกปี (รูปอีกเป็นตัน)
อ้อ แล้วก็ พวกจดหมาย โปสการ์ด ที่ติดต่อกันก่อนหน้านี้นี่
ส่งให้เค้าดูยังไงอ่ะคะ?
แป่ะไปกับกระดาษ A4 หรอ?? หรือสแกนเอาได้มะ หรือต้องเอาตัวจริง? ::)
มีหลายคำถามที่ให้ใส่ ว/ด/ป
แต่จำไม่ด้หมดทุกวันหรอก เราไม่ใส่วันที่ได้มะ? เว้นไว้อ่ะ เป็นไรมะ?
จะมั่วไปก็กลัวจำไม่ได้ ว่าใส่ไรไป -_-' เด๋วหาว่า โกหกอีก
ปล. หยกเล่นสเก็ตไม่เก่งหรอก กระดื้บๆได้แค่ไม่กี่คืบ
เห็นคนอื่นเค้าเล่นกันเฟี้ยวฟ้าว ก็อายเค้าเหมือนกัน แห่ะๆ
เด็กๆที่แคนาดา เจ๋งกว่าเด็กที่นี่เยอะเลย
เวลาไปเล่นที่แคนาดา จะเห็นตัวเล็กๆ ร่อนให้เต็มลาน
เด็กที่นี่ สองก้าวลื่น สามเก้าล้ม (เหมือนป้าเลยหนู T_T')
#50domechulaMar 03, 2010
ถ้าจมเราคงไม่แปะใส่ A4 เพราะมันก็เป้นไซส์น้นอยู่แล้ว ก็คงรวม ๆ ส่งไปด้วยกัน แต่ถ้าเป็น ทิคเก้ตบอร์ดดิ้งพาส ก็คงแปะใส่ A4 ตามลำดับ ส่วนวันปีเกิดเค้าถามคุณหยกควรพยายามนึกแล้วใส่ดีกวานะ ไม่ก็ดูที่รูปถ่ายก็ไ้ด้ มันจะมีช่องบอกว่ารูปแต่ละรูปถ่ายวันไหนอะ เราก็ไปดูตรงนั้นเหมือนกัน เลยรู้วันที่ไปในแต่ละที่ ;D
#51SweetPeaMar 03, 2010
อย่างวันที่เจอกันตัวเป็นๆครั้งแรกเนี่ย
จำไม่ได้ เพราะ ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอามาใช้วันนี้น่ะ -_-'
(ตอนนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญ ก็เลยได้สนใจไง)
แล้วก็พวกวันแรกที่ sponsor ได้เจอกับเพื่อน และครอบครัวครั้งแรกอีก
แหง่มๆ -"-
เอาพอประมาณเนาะๆ -_-'
ค่อยๆทำไปๆ.. Y_Y
#52domechulaMar 03, 2010
็ก็ดูเบทจากรูปที่ถายกับวันแสตมป์เอาแล้วกัน กะ ๆ เอาไป ;)
#53JJ_JenMar 03, 2010
― ―
การ์ด จดหมาย ส่งตัวจริง พร้อมซองไปด้วย เพื่อให้เห็นวันที่ของไปรษณีย์ โปสการ์ดก็ส่งเป็นใบๆ ไม่ติดอะไรทั้งนั้น...พี่ส่งไป 30 กว่าชิ้น ก็รวบทั้งหมดในกลุ่มนี้ ใส่ถุงซิบล๊อกค่ะ
#54domechulaMar 03, 2010
กระทู้นี้ดีจริง ๆทุกอย่างที่คนสงสัยส่วนใหญ่จะได้อยู่ในนี้ ปักหมุดไปเลย ;D
ขอบคุณๆ เจนนะคะ ถ้าส่งตัวจริงไปหมด พวกตั๋วไปเที่ยวด้วยกัน บอร์ดดิ้งพาส การด์ หรือรูปทุกอย่าง ส่งตัวจริงไปหมด แล้วซีไอซีคืนมาให้ทีหลังใช่ไหมคะ อยากทราบว่าเอกสารพวกนี้ ทางซีไอซีจะมีถามอีกหรือเปล่า ถ้าวันนึงเราอยุ่แคนาดาครบแล้วต้องสมัคร ซิตี้เซ่นชิพนะคะ (ถามเผื่อไว้นะคะ)เพราะถ้าได้พีอาร์แล้ว จะได้รู้ว่าเอกสารไหนควรเก็บไม่เก็บนะคะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตอนขอซิตี้เซ่นนะคะ (พอดีทางเราเป็นคนไม่ค่อยชอบเก็บเอกสารไรเท่าไหร่นะคะ)
ขอบคุณนะคะ :)
#55JJ_JenMar 03, 2010
การ์ด โปสการ์ด รูปถ่าย บอร์ดดิ้งพาส การ์ดโฟนระหว่างประเทศที่ใช้โทรหากัน เราได้คืนมาทั้งหมด เมื่อ CIC ส่งจดหมายมาขอให้ส่งพาสปอร์ตไปให้เขาค่ะ บอร์ดดิง้พาส ของเราเอา max เย็บลงบนกระดาษ A4 นะคะ ส่วนอย่างอื่นๆที่เป็นชิ้นเล็กๆ เราเอาใส่ถุงซิบล๊อกแยกเป็นประเภทค่ะ
และมาแลนด์ได้เกือบปี ก็ไม่มีการถามหาเอกสารพวกนี้อีก ได้ PR และแลนด์แล้ว ก็ใช้ PR อย่างเดียวเลยค่ะ
ดังนั้นจะทิ้งหรือจะเก็บก็ได้ค่ะ :)
เมือ่ถึงโอกาสได้สมัครซิติเซ่น เอกสารพวกนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้อีกค่ะ
ยังไม่ถึงเวลาได้สมัครหรอก แต่เข้าไปอ่านในเว็บ CIC เอาอ่ะ :)
#56domechulaMar 03, 2010
เคลียร์มากเลยคะ ขอบคุณคะคุณเจน หวังว่าเราไม่ต้องใส่ถุงซิบล็อกคส่งไปเยอะแยะนะเนี่ย ;D
#57JJ_JenMar 03, 2010
เอกสารของเราทั้งหมด ตอนส่ง FedEx จากเมืองไทยไปแคนาดา หนัก 3.2 กก. ค่ะ เราใช้เวลาเกือบอาทิตย์ คัดรูปถ่าย, msn book, phone card , postcard, ใบเสร็จต่างๆ และอื่นๆออกไปประมาณ 5 กก. ไม่งั้น 8.2 กก. มันมากเกินไปอ่ะ เอาแต่พอดีและมีสาระก็พอ คัดจนเหลือ final 3.2 กก.เท่านั้น ในกล่อง FedEx มีถุงซิบล๊อกแยกประเภทเอกสารหลักฐานประมาณ 7 ถุง
แต่พอมาถึงคุณสามี เมื่อรวบรวมกับเอกสารของเขาแล้ว ส่งจาก BC ไป CIC หนักรวมกัน 5.5 กก.
#58domechulaMar 03, 2010
โห คุณเจนเยอะมาก 3.2 เยอะนะนั้น :-[ พูดถึงโฟนการด์ บังเอิญใช้แบบพรีเพรด เป็นการด์ที่ขอดูประวัติการโทรไม่ได้ แต่เก็บการด์โทรไว้ ติดใส่ เอสี่ไปจะได้ไหมคะ หรือไม่ควรติดไป เพราะเคยได้ยินมาว่าถ้าการด์ ไม่โชว์เบอร์ เค้าแนะนะว่าอย่าส่ง ให้หาเอกสารที่สามารถแสดงรายการโทรได้จะดีกว่า อันนี้จริงเท็จยังไงคะ
ขอบคุณคะ
#59JJ_JenMar 03, 2010
เราส่งไปแล้วอ่ะ ทั้งการ์ดดีแทค และการ์ดของ กสท. เพราะใช้พรีเพดเหมือนกัน ก็เรียบร้อยด้วยดีค่ะ
ส่วนสามีเวลาโทรมาเมืองไทย ก็ใช้การ์ดเหมือนกัน ก็ส่งโฟนการ์ดเป็นใบๆนี่ล่ะไปให้เขาดู ไม่ต้องติดกับอะไร ยัดลงในถุงซิบล๊อกอย่างเดียว
#60JJ_JenMar 03, 2010
ไปนอนก่อนนะ บ๊ายบาย
วันนี้เหนื่อยแระ ไว้คุยกันใหม่นะคะ
#61domechulaMar 03, 2010
โอเคคะ สงสัยต้องซื้อซิบล็อกหลายอยุ่ เพราะจิปาถะ ขอบคุณมากคะคุณเจน :)
― ―
#62domechulaMar 03, 2010
คะฝันดีนะคะ ที่นี่ร้อนมาก ;Dขอบคุณที่ออนไลน์ เรียวทามสำหรับคำตอบอีกครั้งคะ
Have a great day tomorrow ka:)
― ―
#63SweetPeaMar 03, 2010
― ―
-__-' สุดยอดเลยพี่เจน..
ถ้าหยกส่งไปเยอะขนาดนี้ คุณสามีต้องว่า เว่อร์แน่ๆ
อ้อ ไม่ได้ว่าใครนะคะ -_-' ออกตัวไว้ก่อน :P
คุณสามีไม่ค่อยจะเห็นว่า สำคัญไง เค้าไม่ค่อยเก็บอะไรจุ๊กจิํก
ขนาดการ์ดที่ส่งหากัน เราก็เพิ่งรู้ว่า เค้าโยนซองทิ้งไปหมดแล้ว
เก็บไว้แต่การ์ด เค้าว่า การ์ดสำคัญกว่าซอง
(แต่หยกเก็บหมด ทั้งการ์ดและซอง)T_T
เด๋วกลับไทย ต้องไปตามหาว่า ไอ้ของจุ๊กจิํกที่เราเก็บไว้ อยู่ส่วนไหนของบ้าน -_-'
#64domechulaMar 03, 2010
คุณหยกเหมือนกันเลย สามีเราก็ไม่เก็บเค้าเป็นคนไม่ชอบเก็บเอกสารหรืออะไรที่เป็นกระดาษเลอะบ้านด้วย นี่เราก็คงต้องส่งไปเท่าที่มี ;)
― ―
-__-' สุดยอดเลยพี่เจน..
ถ้าหยกส่งไปเยอะขนาดนี้ คุณสามีต้องว่า เว่อร์แน่ๆ
อ้อ ไม่ได้ว่าใครนะคะ -_-' ออกตัวไว้ก่อน :P
คุณสามีไม่ค่อยจะเห็นว่า สำคัญไง เค้าไม่ค่อยเก็บอะไรจุ๊กจิํก
ขนาดการ์ดที่ส่งหากัน เราก็เพิ่งรู้ว่า เค้าโยนซองทิ้งไปหมดแล้ว
เก็บไว้แต่การ์ด เค้าว่า การ์ดสำคัญกว่าซอง
(แต่หยกเก็บหมด ทั้งการ์ดและซอง)T_T
เด๋วกลับไทย ต้องไปตามหาว่า ไอ้ของจุ๊กจิํกที่เราเก็บไว้ อยู่ส่วนไหนของบ้าน -_-'
#65domechulaMar 04, 2010
สวัสดีอีกครั้งคะ
ขอถามผู้มีประสบการณ์ การแต่งงานในประเทศไทย ไม่ทราบว่าข้อ 14 การหมั้น เราต้องเล่าหรือเปล่าว่าทำไมต้องให้เป็นสินสอดทองหมั้น (dowry)เพราะอะไร เพราะยังนั่งงงอยู่ว่าน่าจะเกี่ยวกับ culture/custom ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับ religion/rite ไม่แน่ใจนะคะว่าเราต้องเล่าละเอียดทุกขั้นตอนในส่วนของตรงนี้ด้วยหรือเปล่าคะ
ข้อ 15 ในฟอร์มนี้ ที่ให้เล่าการแต่งงาน ซึ่งต้องเล่าพิธีทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานเราด้วย อย่างเช่น ไหว้พระหรือเชิญพระมาพรมน้ำมนต์และให้พรเราและแขกที่มาร่วมงาน รวมทั้งพิธีรดน้ำสังข์และอื่น ๆ ไม่ทราบว่าเราต้องอธิบายหรือเปล่าว่าทำไมเราต้องประกอบพิธีนั้นนะคะ แล้วมีความหมายว่าอย่างไรนะคะ
สงสัยจะคิดมากไปกับคำถาม ???
พอดีว่าจดทะเบียนก่อนแล้วแต่งงานทีหลัง(คนละวันกัน) ทีนี้เวลาตอบข้อ 15 เราจะต้องเล่า 2อันเลยหรือเปล่าคะ ว่าเป็น formal ceremony marriage ดิฉันเข้าใจว่าน่าจะเล่า 2 เหตุการณ์ในข้อนี้เลย อันนี้ ทำถูกต้องไหมคะ
ขอนอกหัวข้อนิดนึงนะคะในฟอร์ม IMM0008 generic ข้อ 9ที่ถามว่า แต่งงานวันไหน สรุปเราต้องยึดและเขียนวันที่เราจดทะเบียนกับอำเภอ หรือ เขียนวันที่เราแต่งงานทีหลังคะ ตามที่เข้าใจ ดิฉันคิดว่าต้องใส่วันที่จดทะเบียน เพราะ เรามีเอกสารประกอบ แล้วก็ official กว่าการฉลองงานแต่งงาน รบกวนช่วยคอนเฟิรม์ด้วยคะ
ขอบคุณมากๆ คะ
#66SweetPeaMar 04, 2010
สงสัยข้อเดียวกันเลย..
ตอนนี้หยกกำลังทำอยู่เหมือนกันค่ะ เขียนเล่าและลงรูปไปด้วย..เพียบค่ะ
เอาที่หยกทำตอนนี้นะ แต่ก็รอดูคนที่เค้าส่งไปแล้วอีกทีแล้วกัน..
― ―
หยกตอบไปว่า No ค่ะ
เพราะเราไม่ได้หมั้น ไม่มีพิธีหมั้น แต่แต่งเลย
โดยจะให้เหตผลว่า ไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนเค้าขอเราแต่งงาน หรือตอนหมั้น น่ะ ::)
― ―
หยกแค่ลงรูปตามลำดับพิธีงานนะ แล้วก็เขียนอธิบายไปว่า ในรูปเป็นใคร หรือทำอะไรอยู่
คิดว่าไม่ต้องอธิบายหรอกละเอียดมากหรอกนะ ว่า สินสอดคืออะไร ทำไมต้องมีหรือประกอบพิธีนั้น
แต่เวลามีรูปก็บอกไปว่า ใคร ทำอะไร
เช่น ปูกับย่า รดน้ำและผูกข้อมือ อวยพรให้ เราโชคดี บลาๆ
หยกว่า เค้าคงรู้หมดแล้วล่ะ ว่าพิธีแต่งไทยเป็นไง อะไร
ก็ส่งกันไป ปีละกี่เคสไม่รู้ -_-‘
― ―
ตอนเขียนอธิบายข้อนี้ หยกก็เล่าทั้งสองอันนะ เล่าตอนจดทะเบียนก่อน
แล้วก็ตามด้วยเรื่องและรูปตามละกับพิธีแต่ง
ส่วนงานเลี้ยงตอรเย็น ก็แยกไปข้อ 18 ที่ว่า เรื่องของ Reception น่ะ
― ―
หยกใส่แค่วันที่จดทะเบียนสมรสค่ะ ซึ่งประมาณ 1 เดือนก่อนงานแต่ง
เพราะตามหลักการแล้ว การเป็นสามีภรรยาตามกม.นั้น มีผลใช้เมื่อจดทะเบียนสมรสกัน
ก็เน้นวันที่จด เป็นทางการค่ะ ไม่ต้องใส่ทั้งสองอันนะ เพราะเดียวเค้าจะงงกัน
อันนี้ที่หยกทำนะ แต่ถ้ามีคนท้วง หรือไง หยกก็อาจจะเปลี่ยนอีก แห่ะๆ
ยังไงก็รอคนที่เค้าส่งแล้วผ่านเรียบร้อยแล้ว มาว่าอีกทีนะ
ถามข้อ 16 หน่อยIMM5490E
เค้าภามว่า ตอนแต่งงาน sponsor ต้องเดินทางมาแต่งที่ ปท. เรา ตอบใช่
แล้วก็ถามต่ออีกว่า มีใครเดินทางมาด้วยมั้ย?
ตอนแรกเค้ามาคนเดียวอ่ะ แล้วก่อนวันงานแต่ง เพื่อนกับพี่น้องเค้าตามมาอีกหลายชีวีตงี้
เราจะตอบไปว่า no หรือ yes ?
ถ้าตอบ yes ก็ต้องแยกกระดาษอีก เพราะไอ้ที่มีให้ มันมีแค่ชื่อเดียว ไม่พอ
หรือเลือกใส่ไปแค่ชื่อเดียว?
แล้วข้อ 4-5 เนี่ย ที่ว่าให้ของขวัญกันมั้ย?
หมายถึงครั้งแรกที่เจอใช่มะคะ?
หยกไม่ได้ให้อะไรกัน เพราะเจอกันครั้งแรก แค่เดินผ่านกันเฉยๆ ฮา..
#67JJ_JenMar 04, 2010
สองคนนี้ Active ดีจริงๆ ;D ;D ;D ท่าทางคงจะทำเอกสารเสร็จในอีกไม่กี่วันนี้แระ
― ―
ข้อ 14 กับข้อ 15 ต้อง Carify ให้ดีก่อนนะคะ เพราะตามประเพณีไทย งานหมั้น กับงานแต่ง นิยมทำในวันเดียวกัน และบางท่านก็ไม่รู้ว่าอันไหนเรียกหมั้น อันไหนเรียกแต่ง ตอนนั้นเราก็สับสนเหมือนกัน แต่พยายามหาอ่านเกี่ยวกับประเพณีไทย
จำได้ว่า มีเว็บนึงอธิบายว่า ในการหมั้น คือการจอง จำง่ายๆว่าสวมแหวน ส่วนการแต่ง คือพิธีในขั้นตอนที่ได้พูดจา หรือแสดงโดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยินยอม อนุญาตให้คู่บ่าวสาวใช้ชีวิตร่วมกัน บางคนเรียกการสู่ขอเป้นการแต่ง แต่บางคู่เขามีการสู่ขอมาก่อนหน้านั้น คิดง่ายๆคือตอนที่เปิดสินสอด ที่พ่อแม่เจ้าบ่าว เอามามอบให้พ่อแม่เจ้าสาว และบอกว่าจะขอฟักแฟงแตงน้ำเต้า ไปทำพันธ์ อะไรพวกนี้ แล้วพ่อแม่เจ้าสาวบอกว่า เขายินดีที่จะยกลูกสาวให้ เพื่อ..อะไรก็ว่ากันไป แล้วหว่านเมล็ดข้าวเปลือก ถั่วเขียว งา เพื่อให้พืชพันธ์เหล่านั้น งอกบนเงินบนทอง แล้วแม่เจ้าสาวต้องแบกห่อเงิน ทำเหมือนว่ามันหนักๆๆ เอาไปเก็บ เพราะเงินเข้าบ้านเยอะมาก ไม่รู้พอจำประเพณีตรงนี้ได้หรือเปล่า อันนี้ล่ะคะ เรียกว่าแต่ง คือพ่อแม่เจ้าสาวยกลูกสาวให้เจ้าบ่าวแล้ว
หลังจากนั้น หรือก่อนหน้านั้น (ตามแต่ฤกษ์งามยามดีของแต่ละคน) จะมีการถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ แล้วมีการรดน้ำสังข์ เพื่อประสาทพร หรือว่าจะผูกข้อมือ สู่ขวัญ ก็ตามแต่ประเพณีในแต่ละท้องถิ่น แล้วก็มีงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเที่ยงหรือเย็น และยังมีการส่งตัวเข้าห้องหออีก และอาจจะจดทะเบียนสมรสที่บ้านในตอนเช้าโดยเชิญนายอำเภอมาที่บ้าน หรือคู่บ่าวสาว ไปจดทะเบียนที่เขต/อำเภอ หลัง หรือก่อนพิธี ก็ได้
แต่บางคู่ไม่มีงานตามประเพณีอย่างที่บอกมา ฝ่ายชายหาที่เหมาะๆ โรแมนติค สวมแหวนให้ และเอ่ยปากขอแต่งงาน อันนี้เรียกหมั้น แต่ขั้นของการแต่ง ก็ไม่มีพิธีอะไรอีกแหล่ะ แค่จูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสที่ว่าการเขต หรืออำเภอ อันนี้เรียกแต่ง ก็ต้องเขียนในข้อ 14 และ 15 ว่าทำไมถึงได้ไม่มีพิธี และมีการวางแผนหรือไม่ว่าจะมีพิธีเมื่อไหร่ เขาไม่ว่านะคะ ให้บอกไปตามตรง เพราะเคยช่วยน้องคนนึงเขียนข้อนี้ ก็บอกเขาไปตามตรงว่าฝ่ายชายมีหนี้สินที่เกิดจากภรรยาเก่า และต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก จึงไม่สามารถจะมีสินสอด ทองหมั้น และงานเลี้ยงฉลองมงคสมรสได้ อธิบายตามความเป้นจริงหมดเลยค่ะ ซึ่งเขาก็ได้ PR หลังจากส่งเอกสารไป CIC 4 เดือน ไม่มีปัญหาว่า ไม่มีงานหมั้น งานแต่ง แล้วจะไม่ได้ PR ไม่ต้องไปกังวลตรงจุดนั้น
ดังนั้น หากมีงานอย่างที่ว่าไปข้างบน ก็ควรเล่าว่าข้อ 14 หมั้น เกิดขึ้นในวันที่เท่าไหร่ ที่ไหน บรรยากาศของการหมั้นเป็นอย่างไร หรือว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ก็คร่าวๆค่ะ มีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง หากเป็นพิธีใหญ่โต ก็บอกจำนวนแขกไป หากเกิดกับแค่สองคน ก็บอกว่าเป็นการหมั้นของเราสองคน แต่เราได้บอกพ่อแม่หรือเปล่า แล้วพ่อแม่ ครอบครัว ว่าอย่างไร มีงานเลี้ยงฉลองการหมั้นหรือไม่ เราเขียนข้อนี้แค่คร่าวๆค่ะ ประมาณ 3/4 หน้ากระดาษ แล้วบอกว่าเรามีรูปจำนวน...แผ่น แสดงงานหมั้นของเรา แล้วก็แยกรูปไว้ต่างหาก ใส่รวมกับรูปที่ถ่ายในโอกาสอื่นๆ ไม่ได้เอารูปมาทำบรรยายในกระดาษที่เขียนอธิบาย
เราไม่ได้อธิบายพิธีหมั้น หรือประเพณีอย่างละเอียดทั้งหมด เราอธิบายแค่ใจความสำคัญ ครอบคลุมที่ไหน เมื่อไหร่ อะไรบ้าง ใครร่วมงานบ้าง อย่างไร (อันนี้เน้นไปที่พ่อแม่ มีส่วนช่วยหรือไม่อย่างไร หรือว่าเราทำเองคนเดียวทั้งหมด) ไม่ต้องไปอธิบายบอกหรอกค่ะว่า สินสอดคืออะไร ทำไมต้องมีสินสอด (อันนี้เอาไว้อธิบายให้ว่าที่สามีและพ่อแม่เขาฟังก็พอ) แต่ในเอกสาร CIC ก็เขียนไปเลยว่า ได้สินสอดกี่ล้าน แหวนเพชรกี่กะรัต และทองอีกกี่กิโล ก็บอกจำนวนไป
ส่วนข้อ 15 ก็ตามที่เขียนไปบ้างแล้วข้างบน หากหมั้นและแต่ง รวมกันวันเดียว ก็อธิบายได้ว่าหลังจากหมั้น(สวมแหวน+ทองหมั้น) พ่อแม่เจ้าบ่าว ก็ทำพิธีขอเจ้าสาวจากทางพ่อแม่เจ้าสาว เมื่อพ่อแม่เจ้าสาวยินยอม ก็มีการมอบสินสอดตามประเพณี จากนั้นมีพิธีรดน้ำ ผู้ใหญ่ให้พร หรือผูกข้อมือ ก็ว่าไป อันนี้เราก็เขียนประมาณหนึ่งหน้ากระดาษ เอาแต่เนื้อๆ ไม่ต้องอธิบายว่าทำไมถึงต้องนิมนต์พระมาทำพิธี หรือทำไมต้องมีรดน้ำ เพราะมันจะยาวเกินไป ให้เกริ่นไว้แต่ต้นเลยว่า เราทำตามประเพณีไทยและศาสนาพุทธ
งานฉลองมงคลสมรส หรือไม่อย่างไร ก็ไปอธิบายที่อีกข้อนึง ว่างานเป็นอย่างไร แขกเท่าไหร่ สถานที่จัดงาน อันนี้มันมีการ์ดแต่งงานและรูปถ่ายเป็นหลักฐานชัดเจน ก็เลยเขียนแค่ครึ่งหน้ากระดาษ
IMM0008 generic ข้อ 9ที่ถามว่า แต่งงานวันไหน จำได้ว่าในไกด์ไลน์ให้ยึดเอาวันที่ในทะเบียนสมรสค่ะ
มีข้อสังเกตนะ....เวลาที่เราเล่าอะไรที่ละเอียดเกินไป มากเกินไป บางทีมันจมามัดตัวเราเองให้สับสนมึนงง หรือว่าถูกตั้งข้อสงสัยได้เหมือนกัน ไม่ต้องเขียนเยอะมากค่ะ เอาแต่พอดี พอประมาณ ข้อนึงไม่ควรเกินสองหรือสามหน้ากระดาษ เพราะเรามีหลักฐานอื่นๆประกอบด้วยอยู่แล้ว คนพิจารณาเขาสามารถที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะจำได้ว่าสามีโทรไปถาม CIC ว่าเขียนได้มากแค่ไหน ต้องการละเอียดแค่ไหน เขาตอบมาว่า ให้อธิบายแบบสรุป สั้นๆ แต่ได้ใจความจรีงๆ
ขอให้สนุกกับการทำเอกสารนะคะสาวๆ PR 2010
#68domechulaMar 04, 2010
คุณหยก เคสคุณหยกคล้าย ๆ เราเลย มาก ๆ ;D เป็นเพื่อนร่วมทางกันไปเลยแล้วกันเนอะ
เรายังสงสัยข้อ 14 จริงๆ ให้แหวนกัน ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าการหมั้นหรือเปล่าเพราะเราจัดพิธีแบบรวบยอดเลย แบบให้แหวนแล้วแต่ง แล้วก็มีพวกเครื่องไหว้ญาติผู้ใหญ่ อย่างงี้เรียกหมั้นหรือเปล่าคะ (ถามผู้รู้หน่อยนะคะ) ???
ข้อ15 เรื่องงานแต่งกับพิธีทางศาสนา ต้องเล่าเป็นพิธีตามขั้นตอนแรกถึงสุดท้ายเลยเหรอ ถ้าเล่าอย่างเดียวแล้วเราแนบรูปไปต่างหากได้เปล่าคะ
เดี๋ยวเราตอบให้คุณหยกคะ ตามที่เราเข้าใจ แต่ใครจะท้วงก็ได้นะคะ
ข้อ 16 คุณตอบว่า Yes แล้วก็แยกกระดาษตอบตามคำถามที่ถามคะ
ข้อ4-5 คือการพบครั้งแรก ตอบว่า No จร้า
#69domechulaMar 04, 2010
คุณเจนมาตอบแล้ว ดีใจจังคะ ;D ;D มีคำถามเพิ่มนะคะ
คือจะบอกว่าหมั้นวันเดียวกับแต่ง แล้วพิธีที่ทำไม่ได้แบบขั้นตอนตามที่คุณเจนว่ามาเป๊ะ ๆ แบบนั้นนะคะ คือบางอันก็ข้าม บางอันก็ไม่มี แต่ของดิฉัน บังเอิญมีพิธียกน้ำชากับของขวัญและสินสอดใ้ห้ในพิธีจีนตอนเช้า แล้วอย่างงี้พิธีจีนเรียกพิธีหมั้นหรือแต่งนะคะ
พอเสร็จก็ไปงานแต่งแบบไทย อีกสถานที่นึงซึ่งงานไทยมีสวมแหวน เครื่องหมู่บูชาญาติผู้ใหญ่ แล้วก็แต่งแบบพิธีรดน้ำสังข์นะคะ
ตอนนี้เลยไม่แน่ใจว่าอันไหนเรียกพิธีหมั้น อันไหนเรียกพิธีแต่งเพราะจัดไว้ 2 อัน แต่ถ้าพิธีจีนยกน้ำชาเรียกว่าพิธีแต่งก่อนพิธีหมั้นเนี่ย มันจะดูแปลก ๆ เปล่าคะ พอดีที่บ้านเป็นจีนด้วย ก็เลยต้องทำแค่พิธีที่สำคัญในพิธีจีนเท่านั้น แต่พิธีไทยก็ทำตามขึ้นตอน แต่ว่าญาติพ่อแม่เจ้าบ่าวเนี่ยไม่มีนะคะ ทำรวม ๆ กับเราเพราะเค้ามาคนเดียว ส่วนแต่งงานก็จดก่อนแต่งทีหลังคิดว่า 2 อันนี้น่าจะรวมในหัวข้อ 15 ได้นะคะ ยังไงรบกวนคุณเจนช่วยคิดหน่อยคะ งง ??? เพราะหลายขั้นตอนตีกันจริง
ปล ที่ว่าจดทะเบียนก่อนที่อำเภอ ใช่เรียกว่า Civil marriage registration หรือเปล่าไม่แน่ใจว่าควรต้องบอกคำนี้ไหมหรือบอกไปว่าไปจดเพื่อเอา marriage certificate แล้วเราต้องบอกไหม ว่าเจ้าหน้าที่เขต ไม่ได้ทำพิธีแต่งงานในวันที่จด แต่เป็นพนักงานรัฐที่ทำหน้าที่จดและเป็นพยานร่วมกับเรา หลังจากจดเสร็จก็ถือว่าเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย ตรงนี้ดิฉันเล่าในข้อ 15 ก่อนเพราะจดก่อนแต่ง แล้วก็เล่าต่อในวันแต่งจีน/ไทย ไม่แน่ใจว่าลำดับเหตุการณ์เล่าบรรยายถูกหรือไม่นะคะ (ที่งงอย่างแรงเพราะเรามีบางตอนเท่านั้นของพิธี ก็เลยไม่แน่ใจว่าพิธีในแต่ละขั้นตอนทั้งจีนไทย อันไหนเรียกหมั้น เรียกแต่งนะคะ งงอย่างแรง ???
ขอบคุณคุณเจนอีกครั้งคะ
― ―
ข้อ 14 กับข้อ 15 ต้อง Carify ให้ดีก่อนนะคะ เพราะตามประเพณีไทย งานหมั้น กับงานแต่ง นิยมทำในวันเดียวกัน และบางท่านก็ไม่รู้ว่าอันไหนเรียกหมั้น อันไหนเรียกแต่ง ตอนนั้นเราก็สับสนเหมือนกัน แต่พยายามหาอ่านเกี่ยวกับประเพณีไทย
จำได้ว่า มีเว็บนึงอธิบายว่า ในการหมั้น คือการจอง จำง่ายๆว่าสวมแหวน ส่วนการแต่ง คือพิธีในขั้นตอนที่ได้พูดจา หรือแสดงโดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยินยอม อนุญาตให้คู่บ่าวสาวใช้ชีวิตร่วมกัน บางคนเรียกการสู่ขอเป้นการแต่ง แต่บางคู่เขามีการสู่ขอมาก่อนหน้านั้น คิดง่ายๆคือตอนที่เปิดสินสอด ที่พ่อแม่เจ้าบ่าว เอามามอบให้พ่อแม่เจ้าสาว และบอกว่าจะขอฟักแฟงแตงน้ำเต้า ไปทำพันธ์ อะไรพวกนี้ แล้วพ่อแม่เจ้าสาวบอกว่า เขายินดีที่จะยกลูกสาวให้ เพื่อ..อะไรก็ว่ากันไป แล้วหว่านเมล็ดข้าวเปลือก ถั่วเขียว งา เพื่อให้พืชพันธ์เหล่านั้น งอกบนเงินบนทอง แล้วแม่เจ้าสาวต้องแบกห่อเงิน ทำเหมือนว่ามันหนักๆๆ เอาไปเก็บ เพราะเงินเข้าบ้านเยอะมาก ไม่รู้พอจำประเพณีตรงนี้ได้หรือเปล่า อันนี้ล่ะคะ เรียกว่าแต่ง คือพ่อแม่เจ้าสาวยกลูกสาวให้เจ้าบ่าวแล้ว
หลังจากนั้น หรือก่อนหน้านั้น (ตามแต่ฤกษ์งามยามดีของแต่ละคน) จะมีการถวายภัตราหารแด่พระภิกษุสงฆ์ แล้วมีการรดน้ำสังข์ เพื่อประสาทพร หรือว่าจะผูกข้อมือ สู่ขวัญ ก็ตามแต่ประเพณีในแต่ละท้องถิ่น แล้วก็มีงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเที่ยงหรือเย็น และยังมีการส่งตัวเข้าห้องหออีก และอาจจะจดทะเบียนสมรสที่บ้านในตอนเช้าโดยเชิญนายอำเภอมาที่บ้าน หรือคู่บ่าวสาว ไปจดทะเบียนที่เขต/อำเภอ หลัง หรือก่อนพิธี ก็ได้
แต่บางคู่ไม่มีงานตามประเพณีอย่างที่บอกมา ฝ่ายชายหาที่เหมาะๆ โรแมนติค สวมแหวนให้ และเอ่ยปากขอแต่งงาน อันนี้เรียกหมั้น แต่ขั้นของการแต่ง ก็ไม่มีพิธีอะไรอีกแหล่ะ แค่จูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสที่ว่าการเขต หรืออำเภอ อันนี้เรียกแต่ง ก็ต้องเขียนในข้อ 14 และ 15 ว่าทำไมถึงได้ไม่มีพิธี และมีการวางแผนหรือไม่ว่าจะมีพิธีเมื่อไหร่ เขาไม่ว่านะคะ ให้บอกไปตามตรง เพราะเคยช่วยน้องคนนึงเขียนข้อนี้ ก็บอกเขาไปตามตรงว่าฝ่ายชายมีหนี้สินที่เกิดจากภรรยาเก่า และต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก จึงไม่สามารถจะมีสินสอด ทองหมั้น และงานเลี้ยงฉลองมงคสมรสได้ อธิบายตามความเป้นจริงหมดเลยค่ะ ซึ่งเขาก็ได้ PR หลังจากส่งเอกสารไป CIC 4 เดือน ไม่มีปัญหาว่า ไม่มีงานหมั้น งานแต่ง แล้วจะไม่ได้ PR ไม่ต้องไปกังวลตรงจุดนั้น
ดังนั้น หากมีงานอย่างที่ว่าไปข้างบน ก็ควรเล่าว่าข้อ 14 หมั้น เกิดขึ้นในวันที่เท่าไหร่ ที่ไหน บรรยากาศของการหมั้นเป็นอย่างไร หรือว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ก็คร่าวๆค่ะ มีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง หากเป็นพิธีใหญ่โต ก็บอกจำนวนแขกไป หากเกิดกับแค่สองคน ก็บอกว่าเป็นการหมั้นของเราสองคน แต่เราได้บอกพ่อแม่หรือเปล่า แล้วพ่อแม่ ครอบครัว ว่าอย่างไร มีงานเลี้ยงฉลองการหมั้นหรือไม่ เราเขียนข้อนี้แค่คร่าวๆค่ะ ประมาณ 3/4 หน้ากระดาษ แล้วบอกว่าเรามีรูปจำนวน...แผ่น แสดงงานหมั้นของเรา แล้วก็แยกรูปไว้ต่างหาก ใส่รวมกับรูปที่ถ่ายในโอกาสอื่นๆ ไม่ได้เอารูปมาทำบรรยายในกระดาษที่เขียนอธิบาย
เราไม่ได้อธิบายพิธีหมั้น หรือประเพณีอย่างละเอียดทั้งหมด เราอธิบายแค่ใจความสำคัญ ครอบคลุมที่ไหน เมื่อไหร่ อะไรบ้าง ใครร่วมงานบ้าง อย่างไร (อันนี้เน้นไปที่พ่อแม่ มีส่วนช่วยหรือไม่อย่างไร หรือว่าเราทำเองคนเดียวทั้งหมด) ไม่ต้องไปอธิบายบอกหรอกค่ะว่า สินสอดคืออะไร ทำไมต้องมีสินสอด (อันนี้เอาไว้อธิบายให้ว่าที่สามีและพ่อแม่เขาฟังก็พอ) แต่ในเอกสาร CIC ก็เขียนไปเลยว่า ได้สินสอดกี่ล้าน แหวนเพชรกี่กะรัต และทองอีกกี่กิโล ก็บอกจำนวนไป
ส่วนข้อ 15 ก็ตามที่เขียนไปบ้างแล้วข้างบน หากหมั้นและแต่ง รวมกันวันเดียว ก็อธิบายได้ว่าหลังจากหมั้น(สวมแหวน+ทองหมั้น) พ่อแม่เจ้าบ่าว ก็ทำพิธีขอเจ้าสาวจากทางพ่อแม่เจ้าสาว เมื่อพ่อแม่เจ้าสาวยินยอม ก็มีการมอบสินสอดตามประเพณี จากนั้นมีพิธีรดน้ำ ผู้ใหญ่ให้พร หรือผูกข้อมือ ก็ว่าไป อันนี้เราก็เขียนประมาณหนึ่งหน้ากระดาษ เอาแต่เนื้อๆ ไม่ต้องอธิบายว่าทำไมถึงต้องนิมนต์พระมาทำพิธี หรือทำไมต้องมีรดน้ำ เพราะมันจะยาวเกินไป ให้เกริ่นไว้แต่ต้นเลยว่า เราทำตามประเพณีไทยและศาสนาพุทธ
งานฉลองมงคลสมรส หรือไม่อย่างไร ก็ไปอธิบายที่อีกข้อนึง ว่างานเป็นอย่างไร แขกเท่าไหร่ สถานที่จัดงาน อันนี้มันมีการ์ดแต่งงานและรูปถ่ายเป็นหลักฐานชัดเจน ก็เลยเขียนแค่ครึ่งหน้ากระดาษ
IMM0008 generic ข้อ 9ที่ถามว่า แต่งงานวันไหน จำได้ว่าในไกด์ไลน์ให้ยึดเอาวันที่ในทะเบียนสมรสค่ะ
มีข้อสังเกตนะ....เวลาที่เราเล่าอะไรที่ละเอียดเกินไป มากเกินไป บางทีมันจมามัดตัวเราเองให้สับสนมึนงง หรือว่าถูกตั้งข้อสงสัยได้เหมือนกัน ไม่ต้องเขียนเยอะมากค่ะ เอาแต่พอดี พอประมาณ ข้อนึงไม่ควรเกินสองหรือสามหน้ากระดาษ เพราะเรามีหลักฐานอื่นๆประกอบด้วยอยู่แล้ว คนพิจารณาเขาสามารถที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะจำได้ว่าสามีโทรไปถาม CIC ว่าเขียนได้มากแค่ไหน ต้องการละเอียดแค่ไหน เขาตอบมาว่า ให้อธิบายแบบสรุป สั้นๆ แต่ได้ใจความจรีงๆ
ขอให้สนุกกับการทำเอกสารนะคะสาวๆ PR 2010
#70JJ_JenMar 05, 2010
ยกน้ำชา / ไหว้ญาติผู้ใหญ่ / เปิด-รับสินสอด / รดน้ำสังฆ์ / ทำพิธีทางศาสนา เหล่านี้เป็นพิธีแต่งงาน จะมีทั้งหมด หรือมีบางพิธีการก็ได้ค่ะ
สวมแหวน สวมสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู ---> อะไรที่เจ้าบ่าวมอบให้เจ้าสาว เพื่อให้รู้ว่า ฉันจองเธอนะ เรียกว่าการหมั้น
ของคุณ domechula ทำพิธีแต่งก่อน แล้วก็ไปทำพิธีหมั้น เพราะเอาหลักๆ ยกน้ำชา แล้วไปสวมแหวน ไม่แปลกหรอกค่ะ ไม่ต้องกังวล
ไม่ต้อง งง หรือว่าคิดเยอะหรอกค่ะ เพราะทำอย่างไร ก็เขียนตามนั้น สมัยนี้จะให้ทำตามอย่างพิธีแต่โบราณมันก็ยาก ที่ไหนๆ ก็ประยุกต์เอาทั้งนั้น ทั้งตามเศรษฐกิจ เวลา และอื่นๆอีก เขาไม่ว่าอะไรเราหรอกค่ะ ว่าทำไมมีพิธีนี้ ไม่มีพิธีนั้น หรือทำไมไม่ทำอันนี้ก่อนแล้วค่อยทำอันนั้น
เอาเป็นว่า ทั้งข้อ 14 ก็เขียนเกริ่นตอนแรกซักหนึ่งประโยคว่า เราทำพิธีการหมั้นและพิธีแต่งงานในวันเดียวกัน โดย วันที่..... เวลา ...... ที่ไหน......มีกิจกรรมอะไรบ้าง......+ อย่างไร มีใครมาร่วมงานบ้าง....... รู้สึกอย่างไร..........
พอข้อ 15 ก็เขียนพิธียกน้ำชา แล้วก็บอกเวลา..... และบอกว่าเราได้ทำตามฤกษ์ (เราสมมตินะคะ แต่คุณคงรู้เหตุผลละว่า ตอนที่ไปดูฤกษ์มา พระท่าน หรือคนดูฤกษ์ เขาจะบอกว่าเวลาเท่าไหร่ให้ทำพิธีอะไร หรือหากไม่ได้ไปดู พ่อแม่บอกให้ทำ ก็เขียนไปตามจริง) ซึ่งพิธีในช่วงนี้ มีกิจกรรมอะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร และเราได้จดทะเบียนสมรสเมื่อไหร่
เจ้าบ่าวมาคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง พ่อแม่ ไม่เป็นปัญหาค่ะ เราก็เป็นอย่างนั้น ;D
#71domechulaMar 05, 2010
ขอบคุณคุณเจนคะ ที่ว่ารู้สึกอย่างไร หมายถึงความรู้สึกของเราคนเดียวหรือของเรากับสามีคะ จะได้ใช้คำสรรพนามถูก เพราะฟอร์มนี้ เหมือนกับว่าเขียนความสัมพันธ์ งานแต่งและอื่นๆ ถึงคนที่สปอนเซอร์เรา เท่าที่ดิฉันเข้าใจควรใช้คำว่า "We felf...." ดีกว่า "I felt...." ใช่ไหมคะ
ขอบคุณอีกครั้งคะ
― ―
#72JJ_JenMar 05, 2010
ควรจะเป็น "I felt...." ค่ะ เพราะอันนี้คือแบบฟอร์มของเรา
สามี เขาก็เขียนในแบบฟอร์มของเขา แต่ก็เป็นไปได้ว่า บางส่วนอาจจะตอบว่า "We felt...." สลับกันไปบ้าง เพื่อให้เขารู้ว่าเราแชร์ความรู้สึกร่วมกันในวันสำคัญของเรา แต่หลักๆ ควรต้องเป็น "I felt...." นะคะ
#73domechulaMar 05, 2010
ขอบคุณคะ ศาสตราจารย์ เจน (เพิ่งจะสังเกตว่ากระทู้มีคำนำหน้าภาษาไทยแล้ว ดูแล้วน่ารักดีคะ ;D)
― ―
#74JJ_JenMar 05, 2010
เฮ้!!! เพิ่งเห็นนะคะ คุณdomechula ไม่แซวมานี่ คงไม่รู้หรอกค่ะ อิอิ ;D
#75SweetPeaMar 05, 2010
จะอ้วกออกมาเป็น IMM5409E อยู่แล้ว ตอนนี้ @_@'
มาชิคาโก้ 5 วัน ทำอยู่ไม่กี่อย่าง
เล่นสเก็ต กะทำ เอกสาร PR
(สิงอยู่ในห้องสมุดก็ดีแฮะ free wi-fi)
อ๊ะ หยกได้เป็น "ที่ปรึกษา" ล่ะ :o
น่ารักจริงๆด้วย ฮา.. ;D
ปล. เด๋วต้องไปตามดูว่า มีอะไรบ้าง เหอ เหอ
#76domechulaMar 05, 2010
เรายังเป็น นักเรียนเลยต้องตั้งใจเรียนฟังคำแนะนำจากผู้มีความรู้ทั้งหลาย ทั้งที่ปรึกษาและศาสตราจารย์นะ (เล่นไปเรื่อยเลยเรา) :D ;D
คุณหยกเราก็จะอ้วกออกมาเป็นฟอร์มนี้แล้ว เชื่อเปล่าเขียนไปอ่านไปอ่านมา เติมตรงนี้นิดตรงนี้หน่อย เหมือนเขียนใหม่ทุกรอบเลย กะแบบให้ออกมาดี แต่ไม่รู้ว่าเขียนไปแล้ว มัน ดีเทลเกินไปหรือเปล่า :D นั่งทำฟอร์มนี้มาหลายวีคแล้วเอกสารต่าง ๆ ยังไม่ได้หาเลย เพราะอยากเขียนให้เสร็จก่อนจะได้รู้ว่าอันไหนที่เราพูดเอกสารไหนที่เราต้องเอามา support ถ้าเตรียมก่อนเดี๋ยวพลาดน่ะ
ตอนนี้ยังอยู่ชิคาโก้เหรอ แล้วกลับบ้านวันไหนเนีย เห็นไปเม้มว่าอยากกินกุนเชียง อยากเหมือนกัน เคยอ่านผ่าน ๆ ว่า้ห้ามเอาเข้าแคนาดา แต่ไม่รู้ถ้าลองเสี่ยงเอาไป กลัวโดนสุ่มตรวจเจอ เลยว่าไม่เอาดีกว่า ไม่รู้กุนเชียงแคนาดาอร่อยเปล่าไม่เคยลอง แต่ได้ยินว่าแวนคุเวอร์กับอัลเบอร์ตาหาของไทยได้เพียบ มีทุกอย่าง เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นไม่รุ้ (นอกเรื่องไปแล้วเรา :D ;D)
#77domechulaMar 05, 2010
มาดูอ่านทบทวนอีกที ยังไม่ได้ขอบคุณคุณ Nick เลย ยังไงขอบคุณมากๆ เลยนะ เดี่ยวจะลองทำดูคะ :)
― ―
#78domechulaMar 05, 2010
สวัสดีคะคุณเจน
มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับการแยกเอกสารคะ ก่อนหน้านี้คุณเจนบอกว่า Boarding pass เราสามารถเย็บใช้แม้คได้บนกระดาษ A4 อันนี้ชัวร์ใช่ไหมคะ เพราะตอนแรกคิดว่ากาวน่าจะดูดีกว่าแต่กลัวติดแล้วหลุดหายกลางทาง ขอคอนเฟริม์อีกทีว่าใช้แม้กซ์เย็บกระดาษได้สำหรับเอกสารของ Boarding pass อีกทีคะ
ส่วนพวกใบเสร็จ รร ร้านอาหาร หรือ Tickets ที่ไปเที่ยวแต่ละที่ด้วยกัน หรือโรงหนัง เราควรจะเย็บพวกใบเสร็จเล็ก ๆ นี้ไว้ไม้คะ หรือควรจะติดเป็นกาวลงใน A4 น่าจะดีกว่าคะ
ส่วน MSN book อันนี้หมายถึง แชทหรือเปล่าคะ ถ้าใช่เราก็ต้องแยกอีเมล์ต่างหากใช่หรือเปล่าคะ ส่งไปเดือนเดียวได้ไหมคะ แล้วเวลาคัดเนื้อหาไม่ว่าจะแชทหรืออีเมล์ที่คุยกัน ควรปริ้นทุกวันของเดือนนั้น หรือ เอาแต่หวาน ๆ ใส่เข้าไปอย่างเดียวคะ แล้วถ้าแต่งแล้ว ควรส่ง MSN chat log & emails หลังแต่งเข้าไปด้วยหรือเปล่าคะ (หลังแต่งแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเพราะอยุ่ด้วยกันนะคะ โทรหากันมากกว่า) รบกวนให้คำแนะนำด้วยนะคะ
พอดีว่ามีอีเมล์ที่ใช้ติดต่อกันเยอะมาก (โดยส่วนตัวใช้4 อีเมล์รวมเมล์ที่ทำงานด้วย) ตั้งแต่รู้จักจนอยุ่ถึงตอนนี้ เพราะฉะนั้นอีเมล์หรือ chat logs ที่ปริ้นท์ออกมา ก้จะโชว์ Email address หลายอันแตกต่างกันด้วย อยากทราบว่าเราต้องอธิบายออกมาต่างหากเกี่ยวกับ Supporting documents ฉบับนี้ไม๊คะว่า ทำไมเราใช้อีเมล์หลายอันคุยกับสามี ซึ่งสามีใช้แค่ 2อีเมล์(อีเมล์ที่ทำงานกับส่วนตัว) หรือเราไม่ต้องอธิบายเพราะ CIC เค้าอาจมี common sense ตรงส่วนนั้นคะ (คิดมากไปอีกแล้วเนี่ยเรา ???)
พูดถึงเรื่องส่ง FedEx ตอนส่ง applications & supporting documents ไป ใช้แบบ one way/ 2 way envelopes ให้ทางซีไอซีคะ เห็นคุณเจนบอกว่าทางซีไอซีจะส่ง supporting documents กลับมาให้เรา ไม่ทราบว่าซีไอซีจ่ายค่าส่งเอกสารกลับให้เราหรือว่าเราต้องจ่ายเองตั้งแต่ต้นตอนส่งเอกสารคะ ส่วนถ้าส่งพาสปอร์ตไปสิงคโปร์ต้องจ่าหน้าซองตัวเองให้ทางสิงคโปร์ส่งกลับมาให้เราด้วย by DHL/registered mail (2 ways) ไม่แน่ใจ 2อย่างนี้เข้าใจถูกหรือเปล่าคะ
ที่ถามเพราะอยากถามความมั่นใจจากผู้มีประสบการณ์เพื่อความชัวร์นะคะ หวังว่าคุณเจนไม่เบื่อตอบไปซะก่อนนะคะ :-\
ขอบคุณมาก ๆ เลยคะ :)
― ―
#79JJ_JenMar 05, 2010
เรามีบอร์ดดิ้งพาส ทั้งหมด 16 ใบ เราเอาติดกับกระดาษ A4 ด้วยการแม็กที่ด้านบนตรงกลาง คอนเฟิร์มว่าเราติดแม็กค่ะ กระดาษเอสี่หนึ่งแผ่น จะติดได้ประมาณ 3 คู่ เพราะเราเขียนไปด้วยว่าเป็นทริบที่ไปไหน วันที่เท่าไหร่
เราคิดว่ามันเป็นวิจารณญาณของแต่ละคน ใครชอบแบบไหน คิดว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเราเอง ก็เลือกทำได้ตามนั้นนะคะ ไม่มีสูตรสำเร็จหรอกค่ะ อย่ากังวลเลยว่าจะติดกาวหรือว่าติดแม็ก :)
พวกใบเสร็จเล็กๆ ชิ้นเล็กๆ เราจะเอากาวติดลงบนเอสี่ แล้วเขียนว่าอันนี้เป็นใบเสร็จของอะไร แต่เราเลือกส่งใบเสร็จเฉพาะอันที่เราคิดว่ามันสำคัญนะคะ เช่น ใบเสร็จของแหวนแต่งงาน ซึ่งจะมีชื่อเรากับแฟน ให้ร้านเขียนเป้นภาษาอังกฤษให้ ใบเสร็จค่าโรงแรม
เรื่อง msn book กับ email จำได้ว่าเพิ่งตอบกระทู้ของน้องมิ้นท์ไปไม่นานนี้ ยังไงรบกวนช่วยอ่านกระทู้เก่านะคะ
สำหรับอีเมล์ที่มีหลายอันนั้น ไม่มีประสบการณ์ค่ะ เพราะว่าเราใช้แค่อีเมล์เดียว คุยกับแฟนมาตลอด
ส่ง FedEx ก็ส่ง One way ค่ะ เพราะหลังจากนั้น หากทาง CIC ติดต่อเรา หรือส่งเอกสารคืนมาให้เราไม่ว่าจะจากแคนาดา หรือสิงคโปร์ เขาจ่ายค่าส่งต่างๆเหล่านั้นเอง เพราะเราจ่ายค่าธรรมเนียนการพิจารณาไปแล้วนี่คะ ตั้ง 1040$
#80domechulaMar 06, 2010
― ―
ขอบคุณคุณเจน อีกครั้งคะ แล้วก็บล็อกดี ๆ เข้าไปอ่านมาแล้ว ได้ความรู้ดีมากเลยคะ แต่สงสัยในเรื่องการทำ Appendix/Table of Contents ขออ้างอิงจากกระทู้คุณเจนนะคะ
ดิฉันพิมพ์หน้าสารบัญนี้ว่า The list of Documentary evidence of evens or activities between the relation of Mrs.....and Mr. ...... ใน list ก็จะมี
Part A : Immigration Forms แล้วเรียงฟอร์มให้เป็น A1...... A2...... A3.....
Part B : Identity and civil status documents B1...... B2...... B3.....
Part C : Travel documents and passports
Part D : Proof of relationship to sponsor อันนี้มีตั้งแต่ D1 ถึง D20 เลยค่ะ ใบเสร็จ รูปถ่าย msn อยู่ในPart นี้
Part E : Police certificate and clearances
Part F : Proof of medical examination
Part G : 5 photos of Mrs......
อันนี้เป็นใบปะหน้า และเมื่อถึงตัวเอกสารต่างๆ ก็ใช้ฟิล์มสีเล็กๆๆเขียนว่าเป็น A1 , A2...., G1 ด้วยค่ะ
เห็นคุณเจนบอกว่า Part A คุณเจนทำเป็น A1...... A2...... A3..... แล้วในกรณีที่เราต้องอธิบายหรือเล่าเพิ่มอย่างเช่น ฟอร์ม IMM5490E ตรงนี้ เราจะอ้างอิงยังไงคะ หรือแค่ใช้เขียนแค่ว่า "SEE SEPARATE DOCUMENTS AND SUPPORTING DOCUMENTS ATTACHED" อย่างนี้หรือเปล่าคะ (เคยถามไปเรื่องฟอร์มการเขียนแยกแล้ว แต่ในกรณีเราต้องทำเป็น Table of Contents เราสับสนนะคะว่าเราจะเขียนข้างในยังไงเพื่อให้รีเฟอร์ออกมาแล้วคนอ่าน ๆ แล้วไม่งงนะคะ
แล้ว Table of Contents ที่คุณเจนทำอันนี้ทำในส่วนของเราคนเดียวหรือรวมกับสามีด้วยคะ ถ้าทำพร้อมสามีแล้วฟอร์มของสามีมีเขียนเพิ่มเข้ามา อย่างงี้ก้ต้องไล่เอกสารเพื่อที่จะทำ Appendix/Table of Contents ตั้งแต่เอกสารของสามีจนถึงของเราใช่ไหมคะ หรือเขียนแยกกัน สำหรับทำ Appendix/Table of Contents เวลาเรียงเอกสารน่าจะง่ายกว่า (ความคิดส่วนตัวถ้าทำแยกกัน เวลารีเฟอร์เอกสารเพิ่มหรือเรียงเอกสาร น่าจะง่ายกว่าจัดทุกอย่างมาอยู่ด้วยกัน) ใช่หรือเปล่าคะ จะได้ไม่ต้องไล่จาก เอถึงแซดนะคะ
ที่ว่าฟิลม์สีทำเป็น ดัชนีข้างใน อย่างงี้ก็มีดัชนีเยอะมากเลยใช่ไหมคะ เพราะเอกสารเขียนเพิ่มและ supporting documents อีกด้วย
ทำเสร็จแล้ว แยกในส่วนของแฟน กับเรา แล้ว supporting documents เราต้องใช้ซองสีน้ำตาลแยกกันเป้นหมวดหมุ่ หรือว่าใช้พลาสติกใสของแฟ้มที่มีรุด้านข้างใส่เอกสารเข้าไปคะก่อนที่เราจะส่งเอกสารและใบสมัครทั้งหมดไปทีเดียวนะคะ ???
ปล ขอย้อนไปเรื่องเอกสารเช่นการด์โฟน การด์ เวลาแยกใส่ซิพล็อก อย่างการด์อวยพร เราต้งอทำเป็นกระดาษเล็ก ๆ เขียนไว้ในซิพล็อกบอกอีกทีหรือเปล่าว่าอันนี้คือการด์ในวันสำคัญที่ให้กันวันต่าง ๆ คะ แล้วในเรื่องของใบเสร็จไม่ว่าจะตั๋วดูหนัง เที่ยว รรและอื่น ๆ เราควรจะทำไฮไลท์ที่วันที่แล้วเขียนไว้ใต้ใบเสร็จแต่ละอันหรือไม่ว่าจ่ายอะไรที่ไหน สำหรับทริปอะไรนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งคะ
#81JJ_JenMar 06, 2010
เราว่าตอนเราทำเอกสารนะ เราคิดเยอะ และละเอียดมากแล้วนะ เพราะพี่ๆที่ทำ PR มาก่อนเราบอกว่าเราเป็นอย่างนั้น วันนี้มาเจอคุณ domechula เราว่าคุณคิดเยอะ และละเอียดมากกว่าเราเยอะทีเดียวค่ะ ;D
เรากับสามี ต่างคนต่างทำเอกสาร เอกสารของสามี เขาทำของเขาเอง เราไม่ยุ่งด้วยเลยค่ะ ดังนั้นเอกสารในชุดเราทั้งหมด มีเฉพาะข้อมูลของเรา และพวกหลักฐานต่างๆ ก็จะมีเฉพาะในส่วนที่เราเก็บเท่านั้น ส่วนของสามี เขาก็มีชุดของเขา และแนบหลักฐานต่างๆที่เขาเป็นคนเก็บ ไม่เอามาโยงเข้าด้วยกันค่ะ เพราะ CIC ก็ไม่มีบอกว่า เอกสารของทั้งสองคนต้องรวมเป็นชุดเดียวกันและอีกอย่าง CIC ก็แยกให้เห็นแบบฟอร์มของสามี แยกออกจากส่วนแบบฟอร์มของเราชัดเจน ;D
ส่วน Appendix/Table of Contents ที่เราทำนั้น เราได้อธิบายเอาไว้ว่า อันนี้คือสารบัญ มันเป็นเพียงแค่สารบัญ เพื่อให้เปิดหาเอกสารง่ายเท่านั้นเอง เป็นสารบัญที่บอกว่าเราเรียงเอกสาร ตาม Appendix A ทุกประการ
หากคุณdomechula ไปดู Appendix A ของ CIC ก็จะเห็นว่า หัวข้อ Part A-G ในสารบัญของเรานี้ เป็นหัวข้อเดียวกับตาม AppendixA ของ CIC ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่จะมี A-Z เพียงแค่ว่าในแต่ละพาร์ทนั้น มันมีเอกสารหลายชิ้น เช่นในเรื่องแบบฟอร์ม ก็มีทั้งหมด 4 ฟอร์ม ดังนั้นจัดกลุ่มให้พวกของแบบฟอร์ม CIC เป็น Part A เราก็เลยใส่ให้เป็น A1 คือฟอร์ม ...., A2.... ,A3 ,A4 เพื่อว่าเราได้เรียงลำดับ และทำสารบัญนี้เพื่อให้หาง่าย เหมือนหนังสือ หากมีสารบัญ มันก็หาเนื้อหาที่อยากหาได้ง่าย
บทที่ 1
หัวข้อ 1.1 เรื่อง.....
1.2 เรื่อง.......
จุดประสงค์ที่ทำก็เท่านี้ล่ะคะ หากคุณdomechula อยากจะรีเฟอร์ไปหาเอกสาร ก็สามารถทำได้ค่ะ แล้วแต่คุณจะพิจารณา
ส่วนคำว่า " SEE SEPARATE DOCUMENTS AND SUPPORTING DOCUMENTS ATTACHED" คำนี้จะปรากฏอยู่ในเอกสารแบบฟอร์ม CIC ในเรื่องการเขียนบรรยายความสัมพันธ์ ซึ่งจำนวนบรรทัดในแต่ละคำถาม CIC มีให้แค่ไม่กี่บรรทัด เราเขียนไม่พอ เราก็เลยพิมพ์" SEE SEPARATE DOCUMENTS AND SUPPORTING DOCUMENTS ATTACHED" ลงไปในแบบฟอร์ม CIC เพื่อให้เขารู้ว่า ข้อนี้ยังมีอธิบายต่อ เขาจะได้ไม่พลาดในการอ่านคำตอบของเรา ถือเป็นการสื่อสารให้ผู้พิจารณาเขารู้เท่านั้นเองค่ะว่าเขาต้องไปอ่านในใบแนบ
หากอ่านที่เราเขียนแชร์ประสบการณ์ไป ก็แค่เอาเป็นแนวทางนะคะ แต่ละคนมีส่วนละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป ดังนั้นคิดว่าแต่ละคนก็คงต้องพิจารณาว่าจะจัดการกับเอกสารอย่างไรตามความเหมาะสมของตัวเอง หรือจะทำอย่างไรต่อไป ก็สุดแล้วแต่ท่านค่ะ
โชคดีนะคะ :)
#82domechulaMar 06, 2010
― ―
จะว่าเป็นคำชมดีไหม พอดีเป็นคนละเอียดเกินไปนะคะ ;D ยังไงขอขอบคุณคุณเจนที่เสียสละเวลาส่วนตัวมาตอบคำถามให้เรานะ เราทราบซึ้งมากจริง ๆ แล้วบล๊อกคุณเราอ่านเราได้ความรู้อะไร ๆ เยอะมากสำหรับการตั้งต้นชีวิตใหม่ ยังไงขอเป็นแฟนคลับไปด้วยเลยแล้วกันนะคะ หวังว่าไม่ว่ากัน :)
Have a nice weekend ka:)
#83SweetPeaMar 06, 2010
@___@.. ง่ะ
#84domechulaMar 06, 2010
― ―
อะไรจ๊ะคุณหยก หายไปเลย กระทู้นี้คุยกะคุณเจน 2 คนเอง เราเริ่มจะเครียร์ ๆ เรื่องเอกสารแล้ว คุณหยกทำไปถึงไหนแล้วจ๊ะ หรือเล่นสเก็ตเพลิน (เราแซวเล่นน่ะ) ;D
#85SweetPeaMar 06, 2010
พักสมองอยู่ค่ะ..
ไม่ไหวๆ แค่อ่านที่ คุณสองคนคุยกันก็เวียนเฮดแล้ว..
ตั้งหลักก่อน..
ไปทำเค้กแก้เครียดดีกว่า.. ;D
เด๋วมาใหม่น๊า..
ปล. คุณ domechula นี่ ชื่อ แอนป่ะคะ?
หยกลืมอ่ะ Y_Y โทษทีน๊า..
#86domechulaMar 06, 2010
― ―
ใช่จ้า เมื่อวานนอนไม่หลับก็มานั่ง ๆ คัดเอกสาร ทำวันละนิดวันละหน่อย ค่อย ๆ ทำไป ไม่รีบ (แต่ตรวจร่างกายไปแล้วเนี่ย ไปอ่านเจอบล๊อกคุณเจนช้าไปว่าให้ไปทำทีหลัง :-\ ไม่เป็นไร คิดว่าน่าจะเดือนกว่าๆ น่าจะได้ตรียมยื่นเอกสารแล้วเนีย สู้ ๆ :D)
#87JJ_JenMar 07, 2010
ชื่นชมในความพยายามจริงๆจ้า
#88SweetPeaMar 09, 2010
มาอีกแล้ว..
ข้อ 9. Describe how your relationship developed after your first meeting.. outing or trips together. Provide photos and documentary...
ที่ว่าอธิบายการพัฒนาความสัมพันธ์หลังจากครั้งแรก และออกเดทหรือไปเที่ยว ให้แสดงหลักฐาน.. บลาๆ
คือก็เข้าใจนะ ว่าอธิบายว่าหลังจากครั้งแรก แล้วเป็นไงต่อ
แต่หยกมีทั้งทริบก่อนและหลังแต่ง
ก็เอาลงข้อนี้หมดเลยป่ะคะ? ทุกทริปที่ไปกันน่ะ จนถึง ยื่นเอกสาร?
25. Have you visited your sponsor during the period of your relationship?
ก่อนแต่งไม่เคยไปเยี่ยมเลย
แต่พอแต่งแล้วไปอยู่ด้วยกันที่เมกา อ่ะ ไปเยี่ยมครอบครัวเค้าที่แคนาดา
แล้วจะตอบว่า yes or no?
คุณสามีบอกให้ตอบ yes
28. Are you currently living with your sponsor?
ตอนนี้อยู่ด้วยกัน แต่ ณ ตอนจะขอยื่นแคนาดา คือ กลับไปไทยคนเดียว แล้วยื่น outside
ส่วนคุณสามีก็ย้ายกลับไปแคนาดา หยกก็อาจจะอยู่จนได้ PR แล้วค่อยไป หรือขอ TRV ไปรอ
(มันก็เหมือนกลับาเที่ยวบ้านไง เดือนสองเดือน ก็กลับไปอยู่ด้วยกัน)
ยังงี้เรียกอยู่ด้วยกันหรือเปล่า?
30. Do you receive financial support from your sponsor?
ก่อนแต่งไม่ได้รับ เพราะคนละกระเป๋า
พอแต่ง แล้วย้ายมาเมกา เค้าห้ามทำงานง่ะ
คุณสามีก็ให้การ์ดมาใบ รูดปื้ดๆ เอา เวลาซื้อของ
กดเงินเองตามสบาย.. (ซึ่งก็ไม่ได้ใช้อะไร นอกจากซื้อกับข้าว กับไหมพรม เหอๆ แค่นั้น)
เค้าถาม..
How much? How often?
เค้าไม่ได้ส่งให้เป็นงวด หรือเท่าไร อ่ะ
แล้วเราจะตอบว่าไงดีคะ??
กะเอาคร่าวๆ ว่าใช้เดือนเท่าไร อะไรประมาณนี้หรอ?
หรือ แยกมาอธิบายต่างหาก?
อะไรจุ๊กจิกเต็มไปหมดค่า Y_Y
#89OliveMar 09, 2010
คุณหยก อยู่อเมริกาถึงปียังคะ เพราะถ้าอยู่ถึงปีสามารถยื่น outland ผ่าน US office ได้เร็วกว่าสิงคโปร์นะ แต่ถ้าจะกลับไปรอที่ไทยอยู่แล้วก็สิงคโปร์โลดจ้า
#90domechulaMar 09, 2010
คุณหยก เราพักเรื่องฟอร์มนี้ไปก่อน ยังทำไม่เสร็จเหมือนกันต้องใช้เวลา เราเลยเอาเวลาไปทำอย่างอื่นก่อน ;D เราตอบตามที่เราเข้าใจนะ แต่ให้ผู้เชี่ยวชาญมาตอบอีกที ;)
ข้อ 9. Describe how your relationship developed after your first meeting.. outing or trips together. Provide photos and documentary...
ที่ว่าอธิบายการพัฒนาความสัมพันธ์หลังจากครั้งแรก และออกเดทหรือไปเที่ยว ให้แสดงหลักฐาน.. บลาๆ
คือก็เข้าใจนะ ว่าอธิบายว่าหลังจากครั้งแรก แล้วเป็นไงต่อ
- ก็อธิบายไปตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน(เราเขียนงานแต่งในนี้ด้วยแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ แล้วก็จบไว้แค่นั้น เพราะ หัวข้อใหญ่ต่อไปเค้าจะถามเรื่อง information about your marriage แล้วค่อยไปอธิบายดีเทลเป็นไง
แต่หยกมีทั้งทริบก่อนและหลังแต่ง
ก็เอาลงข้อนี้หมดเลยป่ะคะ? ทุกทริปที่ไปกันน่ะ จนถึง ยื่นเอกสาร?
-เราใส่หมดอะ เอกสารเรามีตอนหลัง ๆ ก่อนหน้านี้มีบางอย่างเหลือ เราก็ส่งไปหมดเท่าที่เรามีน่ะ
25. Have you visited your sponsor during the period of your relationship?
ก่อนแต่งไม่เคยไปเยี่ยมเลย
แต่พอแต่งแล้วไปอยู่ด้วยกันที่เมกา อ่ะ ไปเยี่ยมครอบครัวเค้าที่แคนาดา
แล้วจะตอบว่า yes or no?
คุณสามีบอกให้ตอบ yes
- ตอบ yes แล้วก็เขียนตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันที่คุณหยกได้ไปหาเค้า ของเราหลังแต่งเราก็บอกว่าอยู่ด้วยกันเลย ก็ไปเที่ยวด้วยกัน มีไรบ้าง แล้วก็มีรูปถ่าย เอกสารอื่นๆ ที่เราหาได้มาประกอบ
28. Are you currently living with your sponsor?
ตอนนี้อยู่ด้วยกัน แต่ ณ ตอนจะขอยื่นแคนาดา คือ กลับไปไทยคนเดียว แล้วยื่น outside
ส่วนคุณสามีก็ย้ายกลับไปแคนาดา หยกก็อาจจะอยู่จนได้ PR แล้วค่อยไป หรือขอ TRV ไปรอ
(มันก็เหมือนกลับาเที่ยวบ้านไง เดือนสองเดือน ก็กลับไปอยู่ด้วยกัน)
ยังงี้เรียกอยู่ด้วยกันหรือเปล่า?
-เคสคุณหยก ก็จะเป็น No อย่างที่บอกข้างต้น เจ้าหน้าีที่จะกลับไปอ่านว่าคุณเขียนอะไรไว้ในข้อข้างต้น แล้วเค้าก็จะรู้ว่าคุณอยู่ด้วยกันมาหลังแต่ง แต่แยกกันอยู่ก่อนตอนนี้เพราะว่าคุณต้องกลับมาทำวีซ่าข้างนอก สามีคุณกลับแคนาดา (แต่ให้ชัวร์เขียนอธิบายเพิ่มเข้ามา กันพลาด)
30. Do you receive financial support from your sponsor?
ก่อนแต่งไม่ได้รับ เพราะคนละกระเป๋า
พอแต่ง แล้วย้ายมาเมกา เค้าห้ามทำงานง่ะ
คุณสามีก็ให้การ์ดมาใบ รูดปื้ดๆ เอา เวลาซื้อของ
กดเงินเองตามสบาย.. (ซึ่งก็ไม่ได้ใช้อะไร นอกจากซื้อกับข้าว กับไหมพรม เหอๆ แค่นั้น)
-ตอบ yes เพราะถือว่าเป็นสามีภรรยาแล้ว ๆก็ใช้เงินเค้าด้วย คำถามไม่ได้แยกว่าก่อนหลัง เพราะคำถามก่อนหน้านี้ เค้าได้ถามเรื่องแต่งงานไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่เค้า common sense คะ
เค้าถาม..
How much? How often?
เค้าไม่ได้ส่งให้เป็นงวด หรือเท่าไร อ่ะ
แล้วเราจะตอบว่าไง?
กะเอาคร่าวๆ ว่าใช้เดือนเท่าไร อะไรประมาณนี้หรอ?
หรือ แยกมาอธิบายต่างหาก?
-ตอบเป็นเดือนคร่าวๆ ในการใช้จ่ายของคุณน่ะ
ทำไวแฮะ เราอ่านคร่าว ๆ หลายรอบแล้ว พักไว้ก่อน ไว้อารมณ์ดี ๆ ค่อยเขียน เพราะอ่านทีไร ก็เขียนใหม่ทุกที :-\
#91SweetPeaMar 09, 2010
โอเคค่ะ ขอบคุณน๊า.. ;D
#92JJ_JenMar 09, 2010
หยก.....หยกอาจจะสับสนนิดหหน่อย เพราะว่าหยกทำเอกสารวันนี้ แต่หยกจะไปยื่นเรื่องอีกหลายเดือนข้างหน้า พี่ว่าหยกอาจจะต้องสมมติตัวเองในวันนี้ ในขณะที่กรอกเอกสารและเล่าเรื่องว่าหยกกำลังอยู่เมืองไทย สมมติวันนี้ให้เป็นวันที่ที่หยกอยู่เมืองไทย ตอนที่หยกจะกลับไปในเร็วๆนี้ค่ะ
ข้อ 9 ก็จะเขียนแค่ ในช่วงระยะเวลาที่คบกัน มาจนถึงแต่งงาน เพราะเขาถามถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ อาจจะลงท้ายไปว่า เพราะฉันประทับใจเขาอย่างนี้...... จึงตกงแต่งงาน อะไรประมาณนี้ แล้วมันจะมีข้อหลังๆอีก ที่ถามว่าใครเป็นคนขอแต่งงาน ให้เล่าเรื่องตรงนั้น แล้วต่อจากนั้นก็เล่าเรื่องพิธีหมั้น แต่งงาน สังเกตได้ว่า CIC เขาเรียงข้อคำถาม จากที่รู้จักกัน จนถึงแต่งงาน
ข้อ 25 สามารถตอบได้ว่า ก่อนแต่งงาน ไม่เคยมาหาแฟนที่แคนาดา หรือเมกา แต่บอกได้ว่า แฟนมาหาหยกกี่ครั้ง และหลังแต่งงานก็มาอยู่ด้วยกันที่เมกา กี่เดือน กี่วัน ก็ว่าไป
ข้อ 30 ต้องแสดงเอกสารการให้เงินของสามีด้วยค่ะ การให้การ์ดมาใช้ ก็เหมือนการให้เงิน ดังนั้นการ์ดใบนี้ก็ควรปริ๊นสเตทเม้นท์ในแต่ละเดือนเอาไว้ เพราะเขาจะดูวันที่ และจำนวนเงินของการใช้เงินของเรา ถามแฟนดูค่ะ ให้ปริ๊นสเตทเม้นท์ออกมาไว้ แล้วหากเป็นบัญชีที่หยกใช้คนเดียว ก็สามารถบอกตัวเลขจำนวนเงินได้ อย่างนี้จะดีมากกว่ากะคร่าวๆ แล้วเราก็มีหลักฐานด้วย ยิ่งหากเงินไม่มาก จนดูเว่อร์ แต่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มันก็ยิ่งช่วย support ให้มองเห็นความเป็นสามี ภรรยา เห็นความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดีอีกด้วย
เคยมีคนถูกปฏิเสธ PRเพราะถูกสงสัยในข้อนี้ เพราะได้เงินเยอะมากๆ ในระยะเวลาที่รู้จักกันสั้นๆ เขาเลยถูกตั้งข้อสงสัย และสุดท้ายก็ไม่ได้ PR
#93SweetPeaMar 09, 2010
― ―
อาจเป็นเพราะยังงั้นค่ะ
คิดเผื่อไกลๆ อะไรๆมันก็เลยไม่แน่นอน
กลัวมีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วแล้วลืมแก้ที่เราแพลนไว้คร่าวๆตอนนี้
ยุ่งเลยทีนี้ ข้อมูลไม่ตรงกัน
― ―
งั้นเอาตามนี้แล้วกัน เล่าเรื่องเรื่องทริป และลงรูปแค่จนถึงแต่งงานกันเนาะ
แล้วทริปที่มีตอนหลังแต่งงาน จะได้ลงตอนไหนกันล่ะนี่? ::)
― ―
ตอบ no ไปก่อน แล้วอธิบายทีหลังว่า No หมายถึงก่อนแต่ง พอแต่งแล้วมาอยู่ด้วยกัน จากวันที่นี้ ถึงนี่
― ―
สามารถปริ้นได้จากaccount online ได้ค่ะ
เข้าไปเช็คมาแล้ว บอกแต่ว่าใช้ที่ไหน เมื่อไร เท่าไร
แต่เป็น joined account ก็เลยไม่ขึ้นว่าใครใช้ เราหรือสามี ::)
ขอบคุณพี่เจนค่ะ
คุณแอนด้วยนะ.. :D
#94domechulaMar 09, 2010
― ―
งั้นเอาตามนี้แล้วกัน เล่าเรื่องเรื่องทริป และลงรูปแค่จนถึงแต่งงานกันเนาะ
แล้วทริปที่มีตอนหลังแต่งงาน จะได้ลงตอนไหนกันล่ะนี่? ::)
เออ เราก็อยากรู้เหมือนกันคุณเจน แล้วตอนไหนที่เราจะเล่าทริปหรือแอดรายละเอียดว่าเราไปเที่ยวไหนบ้างหลังแต่งงานนะคะ เขียนรวมกับข้อไหนได้บ้างหรือเราควรเขียนแยกต่างหากว่าหลังแต่งเรากับสามีไปเที่ยวไหนกันมาบ้างคะ
ขอบคุณคุณแจนคะ
#95SweetPeaMar 09, 2010
พี่เจนคงแบบ
ถ้าชั้นเก็บเงินค่าตอบคำถาม หรือค่าปรึกษาจากยัยสองคนนี้นี่..
คงได้จักรตัวใหม่ไปแล้ว ฮา...
เพราะจุ๊กจิ๊กเหลือเกิน.. :P
อย่าเพิ่งเบื่อนะคุณพี่เจน ถือเสียว่า เป็นเคสให้น้องรุ่นอื่นๆ ได้เรียนรู้กัน
ใครมาถามอีก ก็แป่ะลิ้งค์กระทุ้นี้ไปไง ;D
#96domechulaMar 09, 2010
― ―
ใช่แล้น ;D เคสนี้เรา 2 คนถามละเอียดมาก ทุกขุมขน :D ทีหลังรุ่นหลังๆ ก้มาดูกระทู้นี้ไปเลย :)
#97JJ_JenMar 09, 2010
― ―
งั้นเอาตามนี้แล้วกัน เล่าเรื่องเรื่องทริป และลงรูปแค่จนถึงแต่งงานกันเนาะ
แล้วทริปที่มีตอนหลังแต่งงาน จะได้ลงตอนไหนกันล่ะนี่? ::)
เออ เราก็อยากรู้เหมือนกันคุณเจน แล้วตอนไหนที่เราจะเล่าทริปหรือแอดรายละเอียดว่าเราไปเที่ยวไหนบ้างหลังแต่งงานนะคะ เขียนรวมกับข้อไหนได้บ้างหรือเราควรเขียนแยกต่างหากว่าหลังแต่งเรากับสามีไปเที่ยวไหนกันมาบ้างคะ
ขอบคุณคุณแจนคะ
ข้อ 19. Was there a honeymoon (a holiday or trip taken by you and your sponsor after the marriage)? Provide details. If insufficient space, use a separate piece of paper. Attach photos, if any.
ข้อนี้คะ โม้ได้ตามสบายเลยนะจ้ะ
ว่าแล้วก็ส่งกะตังค์มาให้ซะดีดี คำถามละสิบบาท เริ่มคิดเงินแล้วนะ อิอิ ;D ;D ;D
เงินที่ได้จะได้บริจาคเข้าสมาคมไทยออนทาริโอนี่ล่ะ อิอิ ;D ;D ;D
#98domechulaMar 09, 2010
― ―
งั้นเอาตามนี้แล้วกัน เล่าเรื่องเรื่องทริป และลงรูปแค่จนถึงแต่งงานกันเนาะ
แล้วทริปที่มีตอนหลังแต่งงาน จะได้ลงตอนไหนกันล่ะนี่? ::)
เออ เราก็อยากรู้เหมือนกันคุณเจน แล้วตอนไหนที่เราจะเล่าทริปหรือแอดรายละเอียดว่าเราไปเที่ยวไหนบ้างหลังแต่งงานนะคะ เขียนรวมกับข้อไหนได้บ้างหรือเราควรเขียนแยกต่างหากว่าหลังแต่งเรากับสามีไปเที่ยวไหนกันมาบ้างคะ
ขอบคุณคุณแจนคะ
ข้อ 19. Was there a honeymoon (a holiday or trip taken by you and your sponsor after the marriage)? Provide details. If insufficient space, use a separate piece of paper. Attach photos, if any.
ข้อนี้คะ โม้ได้ตามสบายเลยนะจ้ะ
ว่าแล้วก็ส่งกะตังค์มาให้ซะดีดี คำถามละสิบบาท เริ่มคิดเงินแล้วนะ อิอิ ;D ;D ;D
เงินที่ได้จะได้บริจาคเข้าสมาคมไทยออนทาริโอนี่ล่ะ อิอิ ;D ;D ;D
คุณเจน เท่ากับว่าข้อ19 ให้ใส่ทริปทั้งหมดหลังแต่งจนถึงตอนนี้ใช่ไหมคะ ถึงแม้ว่าฮันนีมูนแค่ครั้งเดียวหลังแต่งนะคะ รบกวนคอนเฟิรม์อีกทีนะคะ
ขอบคุณคะ :)
#99JJ_JenMar 09, 2010
สำหรับเรานะคะ ลองเอาไปพิจารณาดูแล้วกัน
เราเขียนเรื่องเกี่ยวกับฮันนีมูน ที่ไหน อย่างไร ใครจองโรงแรม เที่ยวตรงไหนบ้าง แค่ครึ่งหน้ากระดาษ
แล้วมาเขียนทริปที่ไปเที่ยวหลังจากฮันนีมูนแล้ว ซึ่งมันก็คงไม่เรียกว่าฮันนีมูนแล้วล่ะ แต่เราก็เอามาเขียนไว้ในข้อนี้คะ
แต่ว่า เราไม่ได้บรรยายละเอียดนะคะ เราเขียนเป็นกลุ่มๆ เช่น
- ทริปที่ไปวัด ทำบุญ มีที่ไหนบ้าง วันที่เท่าไหร่ ไปกับใครบ้าง
- ทริปที่เที่ยวทะเล มีทะเลที่ไหนบ้าง แต่ละครั้งทื่ไป วันที่เท่าไหร่ พักโรงแรมไหน ทำกิจกรรมอะไรบ้าง
- ทริปที่เที่ยวต่างประเทศ ประเทศไหนบ้าง วันที่เท่าไหร่ ถึงเท่าไหร่ พักโรงแรมไหน
สามอันหลักๆนี้ เขียนได้อีกครึ่งหน้า รวมเป็นหนึ่งหน้าพอดี แล้วมีใบเสร็จค่าโรงแรม บอร์ดดิ้งพาส และรูปถ่าย โชว์อยู่แล้ว ก็เลยไม่บรรยายมาก เพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย แต่ละทริป ก็มี fun , happy , nice time , wonderful , enjoy คำบรรยายมันซ้ำๆอ่ะ ไปเที่ยวก็ต้องสนุก มีความสุข ประทับใจ แม้แต่ถูกรถชน ยังประทับใจเลยอ่ะ ;D เลยเอาคร่าวๆ แล้วโชว์เอกสารสนับสนุนค่ะ
ก็ลองพิจารณาดูค่ะ ว่าจะหยิบไปใช้อย่างไร :)
#100domechulaMar 09, 2010
― ―
คุณเจน มีคำถามเรื่อง boarding pass ตั้งแต่เริ่มรู้จักจนถึงตอนนี้ เรามี boarding pass ตัวจริงไม่กี่อันเอง แต่บางอันเราทำก๊อปปี้สีไว้ก่อนส่งเคลมกับบริษัทสามี บางทริปเราไม่มีทั้งก๊อปปี้แล้วก็ไม่มี boarding pass ตัวจริงโชว์ด้วย ไม่ทราบว่าเราควรเขียนบอกไม๊ว่าเราไม่มี boarding pass โชว์ใน supporting documents ของทริปนั้น ๆ เพราะส่งเคลมบริษัท แล้วบางอันถ้าไม่มีทั้งก๊อปปี้และ boarding pass เราก็จะบอกว่า ไม่ได้เก็บไว้ ณ ตอนนั้น บางทริปที่เรายังพอมีอีเมล์แนบมากับ itinerary เราควรจะปริ้นอีเมล์ที่มี itinerary ออกมาแทนได้คะ ไม่ทราบว่า itinerary ที่ทางแอร์ไลน์ส่งมาทางอีเมล์เรา เราสามารถใช้แทน boarding pass ได้หรือเปล่าคะ
บางทริปเราก็มีการเดินทางนานกว่า itinerary ที่กำหนด แต่ทางสายการบินเค้าไม่ได้ส่ง itinerary revision แบบที่เปลี่ยนวันเดินทางมาให้เรา ตรงนี้เราควรระบุยังไงคะ เรากลัวว่าสถานฑูตอาจจะคิดว่าที่เราเขียนว่าเราอยู่ไหน ช่วงไหนจะไม่สัมพันธ์กับ boarding passและ itinerary attached ในอีเมล์นะคะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราโกหกนะคะ เลยไม่รู้จะใช้คำอธิบายอย่างไรที่เหมาะสม ???
รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ
ปล เหมือนได้เรียนรู้หลักการเขียนในการใช้คำไปจากคุณเจนด้วยเลย :)
ขอบคุณมากคะ
#101lucajoyzMar 09, 2010
เพื่อนๆที่ไม่เก่งเรื่องการเขียน อันนี้เผื่อเป็นอีกแนวทางนึงนะคะ
จอยก็เป็นคนนึงที่เขียนเล่ารายละเอียดเรื่องพวกนี้น้อยมาเลยง่าค่ะ (แบบว่าเขียนไม่เก่ง อายจัง :P) แต่ก็อยากให้เพื่อนๆที่ไม่เก่งการเขียนเหมือนจอยสบายใจง่าค่ะ
แบบว่าของจอยเขียนสั้นง่ายได้ใจความจริงๆ chat log พวก msn ก็ไม่ได้ส่งไปหน่ะค่ะ
อย่างข้อ
25. Have you visited your sponsor during the period of your relationship?
จอยก็เขียนแบบว่า Yes, 3 times
22/07/2007 - 09/09/2007 : Toronto
ช่วงวันที่ : Toronto & Montreal
ช่วงวันที่ : Montreal
เท่านั้นเลยค่ะ ไม่มีคำบรรยายอื่นๆทั้งสิ้น
แต่จอยจะเน้นพวกเอกสารประกอบอย่าง
ซีร๊อกซ์ passport หน้าที่มี stamp เข้าออกเมืองไทย กับเข้าแคนาดาแนบไป (ทั้งของจอยและของแฟนส่งไปด้วยค่ะ) ยืนยันตามวันที่ที่เราเขียนไป
แล้วรูปถ่ายก็มีส่งไปพองาม จอยเลือกรูปจากแต่ละทริปมาแค่ทริปละใบสองใบค่ะ
แต่เขียนหลังรูปไปเรียบร้อยว่ารูปนี้ถ่ายที่ไหน วันที่เท่าไหร่ มีใครในรูป....
ถ้าจะให้ดีพยามเลือกรูปที่มีคนอื่นๆนอกจากเรากะแฟนด้วยน่าจะดีค่ะ ที่จอยส่งไปก็มีรูปที่ถ่ายกับครอบครัวแฟน (พ่อ แม่ กะครอบครัวน้องสาวเค้า) รูปถ่ายกับเพื่อนๆ แล้วก็มีรูปที่แฟนถ่ายกับครอบครัวจอย (เป็นอารมวันรวมญาติมีคนในรูปประมาณ 20 คน) ให้เค้าเห็นว่ามีคนรู้เรื่องของความสัมพันธ์ของเรากันหลายคนหน่ะค่ะ
แล้วก็มีบิลค่าโรงแรมที่มีชื่อเราสองคน (แนบไปใบเดียว) บิลค่าโทรศัพท์ของจอยที่มีเบอร์เค้าอยู่ (แนบไปแผ่นเดียว) <-- ไม่ค่อยได้เก็บไว้หน่ะค่ะ
สรุปของจอยเน้นรูปถ่ายค่ะ ไม่เยอะ แต่หลากหลายเหตุการณ์ และหลากหลายบุคคลค่ะ (ส่งไปประมาณ 20 รูปได้ค่ะ)
จอยกับแฟนจดทะเบียนที่โตรอนโตตอนปลายปี 2008 ค่ะ
แต่กว่าเตรียมเอกสาร PR เสร็จพร้อมส่งก็ราวๆปลายปี 2009 ค่ะ ตอนขอ PR ก็แบบ outside ไป เพราะตัวจอยเองก็ยังทำงานที่เมืองไทยอยู่ค่ะ ยังไม่ได้ลาออก
แถมตอนยื่นเอกสารไม่มีรูปถ่ายแต่งงาน เพราะว่าจดทะเบียนไปจดกันแค่ 2 คนที่ niagara ค่ะ ไม่มีญาติและเพื่อนเค้าไปทั้งสิ้น และยังไม่ได้จัดงานที่เมืองไทย แต่ก็เขียนบอก CIC ไปว่ายังไม่มีพิธีเพราะแพลนไว้ว่าจะจัดงานที่เมืองไทยต้นปี 2010 ค่ะ (เพิ่งจัดไปหมาดๆเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ อิอิ) ตอนแรกก็ยังคิดว่าเด๋วเค้าคงเรียกเอกสารเพิ่ม หรือโทรมาสัมภาษณ์หลังช่วงวันที่บอกว่าจะจัดงานแต่งงาน
แต่สรุปเมื่อต้นเดือนกุมภา ก็เพิ่งได้จดหมายจากสิงคโปร์ให้ส่ง passport ไปติดวีซ่าค่ะ ตอนนี้ส่ง passport ไปสิงคโปรแล้ว กำลังรอทางสิงคโปร์ส่งกลับมาอยู่ค่ะ (ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 เดือนนับจากวันที่ทาง CIC เริ่ม process case ของเราถึงได้รับจดหมายค่ะ.. อ้อ... ไม่โดนสัมภาษณ์ด้วยค่ะ สงสัยรูปถ่ายรวมญาติจะได้ผล ฮ่าๆๆ )
เพื่อนๆที่พอจะมีรูปถ่ายอยู่ อาจนำไปประยุกต์ใช้กันได้บ้างค่ะ
ขอให้โชคดีได้ PR ไวๆ กันทุกคนนะคะ
#102JJ_JenMar 09, 2010
การเดินทางไปเที่ยวหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ว่ามีแค่บอร์ดดิ้งพาสที่เป้นหักฐานยืนยันว่าไปเที่ยว ยังมีอื่นๆอีกตั้งหลายอย่าง
อย่างคุณจอยว่าไป...พาสปอร์ต มีประทับวันที่เข้าออก ใบเสร็จค่าโรงแรม รูปถ่าย มีเอกสารตัวไหนก็ใช้ตัวนั้นค่ะ
การไม่มีบอร์ดดิ้งพาส หรืออาจจะไม่มีใบเสร็จค่าโรงแรม ก็ไม่ได้หมายความว่าเราโกหกนะคะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเขาไม่เก็บของพวกนี้ เขาก็ทิ้งไปได้ แต่สุดท้ายแล้ว ตัวคุณเองนะคะ ที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะทำอย่างไร เขียนอย่างไร หรือแนบเอกสารอะไรบ้าง อย่างไร จึงจะเรียกว่า "เหมาะสม" สำหรับตัวคุณเอง
เพราะแต่ละคน ก็แตกต่างกันไปค่ะ :)
#103domechulaMar 09, 2010
ขอบคุณทั้งคุณเจนและคุณจอยนะคะ :)
#104domechulaMar 09, 2010
คุณเจนคะ มีข้อสงสัยเรื่อง attendees ของการหมั้นและแต่ง ไม่ทราบว่าจำนวน attendees เราต้องนับรวมพระที่เราเชิญ, เอ็มซี,ช่างภาพ,คนถ่ายวีดีโอ หรือเปล่าคะ หรือใส่แค่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน และเอ็มซีแค่นั้นพอคะ
ขอบคุณคะ :)
#105SweetPeaMar 09, 2010
เง้อ.. คร่าวๆก็ได้มั้งค่ะ กี่สิบกี่ร้อยก็ว่าไป.. -__-'
หยกคงเลือกทำคล้ายๆคุณจอยมั้งคะ
เอาแต่ที่สำคัญๆ แบบ เนื้อๆ น้ำพอคลุกคลิก ;D
พิจาณาความเหมาะสมตามแบบของเรา
เอาเท่าที่เรามี.. ;)
ปล. วันนี้พักสมองไปถักเสื้อดีกว่า..
#106playaiMar 09, 2010
เข้ามาให้กำลังใจ ให้ทำเอกสารกันเสร็จสมบูรณ์เร็วๆนี้นะจ๊ะ
#107JJ_JenMar 09, 2010
คร่าวๆ อย่างน้องหยกว่าค่ะ
#108domechulaMar 10, 2010
ขอบคุณทุกๆคนสำหรับคำแนะนำและกำลังใจคร้า :)
#109domechulaMar 13, 2010
― ―
สวัสดีคะ ขอถามคุณเจนและผู้มีประสบการณ์นะคะ
ดิฉันอยากทราบว่าหลังฮันนีมูนเรากะสามีอยู่ด้วยกันตลอด แต่มีบางทริปที่เรากลับไทยคนเดียว ประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่ที่ไทย ไม่ทราบว่าข้อมูลทริปของเราเดี่ยว ๆ ตรงนี้เราจำเป็นต้องใส่ในหัวข้อนี้ในฟอร์ม IMM 5490E หรือไม่คะ ดิฉันเข้าใจว่าใส่แค่ทริปที่เรากะสามีไปเที่ยวด้วยกันเท่านั้น ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ อันนี้เข้าใจถูกต้องไหมคะ รบกวนคอนฟิร์มด้วยคะ
ถ้าจะใส่ข้อมูลทั้งหมดรวมทริปเรากับสามีและทริปเดี่ยวๆ ของเราเอง กรณีนี้ข้อมูลจะไปอยู่ในข้อ 11 ของ IMM0008 Schedule เข้าใจถูกต้องใช่ไหมคะ
อันนี้ถามเพื่อคอนเฟริม์ความเข้าใจอีกทีนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบคะ :)
#110JJ_JenMar 13, 2010
อ่านไกด์ไลน์ให้เข้าใจจะดีกว่าคะ ว่าข้อ 11 ของ IMM0008 Schedule เขาถามว่าอะไร แต่ละคนมีช่วงเวลาของชีวิตไม่เหมือนกัน ต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะกรอกช่วงไหน เป็นอย่างไร
" ดิฉันอยากทราบว่าหลังฮันนีมูนเรากะสามีอยู่ด้วยกันตลอด แต่มีบางทริปที่เรากลับไทยคนเดียว ประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่ที่ไทย ไม่ทราบว่าข้อมูลทริปของเราเดี่ยว ๆ ตรงนี้เราจำเป็นต้องใส่ในหัวข้อนี้ในฟอร์ม IMM 5490E หรือไม่คะ ดิฉันเข้าใจว่าใส่แค่ทริปที่เรากะสามีไปเที่ยวด้วยกันเท่านั้น ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ อันนี้เข้าใจถูกต้องไหมคะ รบกวนคอนฟิร์มด้วยคะ"
จำเป็นต้องใส่หรือไม่ ในการเดินทางเดี่ยว มันเป็นดีเทลส่วนตัวของคุณเองค่ะ หากคุณคิดว่ามันสำคัญก็ใส่ลงไป แต่หากมันไม่เกี่ยวอะไรกับหัวข้อที่เขาถาม ก็ต้องมาคิดละคะว่า ใส่ไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ลองปรึกษาสามีดูนะคะ ว่าเขาคิดเห็นว่าอย่างไร
เพราะเรื่องราวของคุณกับสามี คุณรู้ดีที่สุด :) มันยากที่จะช่วยคอนเฟิร์ม หรือฟันธงว่าควรเขียนรายละเอียดนี้หรือไม่ หรือควรเขียนอย่างไร
ที่สำคัญตอบคำถามให้ตรงประเด็น จะดีกว่ากรอกดีเทลเยอะๆแต่ไม่ตรงกับคำถาม คำตอบในทุกคำถาม ผู้ตอบสามารถเลือกหยิบมาตอบได้ค่ะ แต่หากคุณจะหยิบทั้งหมด อันนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณเลือกอีกเช่นกัน คงไม่มีอะไรถูกที่สุด และอะไรผิดหรอกค่ะ
#111domechulaMar 14, 2010
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะคุณเจน :)
#112domechulaMar 14, 2010
สวัสดีคะทุกคนคน
หวังว่าไม่ถามคำถามเซ้าซี้อีกนะคะ พอดีอ่านไม่เข้าใจ ภาษาไม่ค่อยดีนะคะ :( ใกล้จะทำสำเร็จแล้วคะสำหรับฟอร์มนี้ เขียนเป็นวีคเลยทีเดียวเขียนเสร็จจะได้เตรียมเอกสารซะที ;D เข้าคำถามเลยนะคะ
Living Arrangement & Financial Support
Q27- have you and your sponsor lived together? อันนี้หมายถึงปัจจุบันอย่างเดียวใช่ไหมคะ เพราะเราก็แต่งงานอยู่กับสามีมาหลายปีแล้วนะคะ ถ้าใช่เราก็ตอบ "Yes"แต่ไม่เข้าใจที่จะต้องกรอกวันที่ของ Give dates of periods of cohabitation ไม่ทราบว่า รวมที่เราอยู่แบบไปเที่ยวหาเค้าเป็นเดือนด้วยหรือเปล่าคะ (ก่อนแต่ง) หรือนับแค่หลังแต่งอย่างเดียว (หลังแต่งอยู่มา 2 ที่ แต่ก็อยู่ด้วยกันตลอด ก็ยังงง ๆ ทำไมถึงถามเป็นช่วงเวลานะคะ)
Q30- Do you receive financial support from your sponsor? อันนี้เค้าหมายถึงปัจจุบันหลังแต่งงานอย่างเดียวหรือเปล่าคะ หรือก่อนแต่งงานด้วย เพราะปัจจุบันสามีจ่ายค่าใช้จ่ายให้เราเป็นรายเดือน แต่ก่อนแต่งงานเคยช่วยเรา แค่ 2 ครั้ง อันนี้ต้องเอามานับรวมแล้วแนบเอกสารด้วยหรือเปล่าคะ แล้วปกติเอกสารพวก bank statement ปริ้นท์ออกมาส่งกันกี่เดือนย้อนหลังคะ 6 เดือนล่าสุด,1 ปี หรือ ทุกๆ ปี ที่สามีเริ่มให้เงินตั้งแต่ก่อนแต่งงานหรือเปล่าคะ
ขอบคุณมากคะ
#113JJ_JenMar 18, 2010
เห็นถามมาหลายวันแล้ว แต่ไม่เห็นคนมาตอบ ไม่รู้ว่าคุณdomechula ได้คำตอบหรือยัง
― ―
คำถามที่ใช้ Present Persent เป็นคำถามที่แสดงถึงการกระทำจากอดีต และมีความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ละคนก็มีมีสถานการณ์แตกต่างกันไป บางคนก็อยู่กับสามีก่อนที่จะแต่งงาน แบบว่าสามีไปทำงานที่เมืองไทยแล้วเจอกัน พอแต่งงานแล้วสามีกลับมาทำงานที่แคนาดา เขาก็ต้องตอบ Yes ในข้อนี้ และบอกวัน เดือน ปี ที่อยู่ด้วยกัน แล้วมีคำถามข้อ 28 ถามต่อว่าปัจจุบันนี้คุณอยู่กับสปอนเซอร์คุณหรือเปล่า ก็ต้องตอบ No
แต่สถานการณ์ของคุณ คุณอยู่กับแฟนทั้งก่อนแต่งและหลังแต่ง และปัจจุบันก็อยู่ด้วยกัน ดังนั้นก่อนแต่งงาน คุณบอกว่า "รวมที่เราอยู่แบบไปเที่ยวหาเค้าเป็นเดือนด้วยหรือเปล่าคะ " อันนี้ล่ะคะ คือ dates of periods of cohabitation ที่คุณจะต้องตอบ และหากคุณอยู่กับสามีหลังแต่งด้วย ก็บอกวันที่ไปและบอกว่าอยู่ถึงปัจจุบัน และตอบข้อ 28 ก็ต้องตอบ Yes
สมมติ แต่งงานกับสามี 14 กุมภาพันธ์ 2552 และปัจจุบันนี้ หลังแต่งงานก็อยู่กับสามีมาตลอด (แต่ไม่เขาไม่ได้ถามว่าคุณอยู่กี่ที่ ย้ายบ้านกี่หน ดังนั้นอยู่สองที่ ที่คุณว่า ก็ไม่ต้องเอามาใส่ในข้อนี้นะคะ)
สมมติ ก่อนแต่ง คุณบินมาเยี่ยมสามีที่แคนาดา 1-31เมษายน 2551 และแฟนไปเยี่ยมที่เมืองไทย 1 ตุลาคม - 15 พย. 51 (((ก็ได้ลง period ไปแล้วสองช่อง )))
และแฟนมาเมืองไทยอีกครั้งวันที่ 1 มกราคม 2552 และอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ ก็ต้องลงช่องที่สาม 1 มกราคม 52-ปัจจุบัน และไปตอบข้อ 28 ว่า Yes
มันตรงไปตรงมาอยู่นะคะ และ cohabitation ก็คือการอยู่กินกันก่อนแต่งงาน เขาก็คงอยากจะรู้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน :)
― ―
ข้อนี้มีคำถามอยู่ข้างในแค่สามอย่างเองนะคะ ไม่ต้องไปคิดเยอะเลย และไม่ได้ให้แยกว่าก่อนแต่งให้เท่าไหร่ หลังแต่งให้เท่าไหร่ด้วยอ่ะ
เขาเคยให้เท่าไหร่ ก็เอาทั้งหมดมารวมกันแล้วกรอกลงไปได้เลยค่ะ :)
1. หากแฟนเคยให้เงินก็ตอบ Yes
2. บอกจำนวน ว่าเขาให้เท่าไหร่
3. บอกความถี่ / บ่อย ว่าเขาให้มาจำนวนกี่ครั้ง
ข้อ 30 ตอบเท่านี้เองค่ะ ไม่ได้มีที่ให้แจงรายละเอียดด้วยอ่ะ ดังนั้นต้องคิดรวมๆเอา ดังนั้นสำหรับคุณ คุณก็ต้องเอาสองครั้งที่แฟนให้ก่อนแต่งงานมารวมกับจำนวนเงินหลังแต่งงานว่าทั้งหมด เขาให้มาเป้นจำนวนเท่าไหร่ และก็บอกจำนวนครั้งที่เขาให้เงิน เท่านี้ค่ะ
ส่วนหลักฐาน เขาให้เงินทางไหน ก็ต้องหาหลักฐาน การได้รับเวินจากเขามาแสดง จะเป็น Book bank ถ่ายสำเนาแล้วเอา highlight ขีดไว้ให้เห็นชัดๆ ซึ่งคุณจะปริ๊นออกมาทุกเดือน หรือว่าคุณจะเอาเฉพาะบางเดือนมาแสดง ก็แล้วแต่จะพิจารณาค่ะ เพราะเขาไม่ได้บังคับว่าคุณต้องโชว์เอกสารในทุกอย่างแบบเป๊ะๆ บางคนไม่เก็บหลักฐานการได้รับเงินจากสปอนเซอร์เลย แค่เขียนกรอกข้อมูลไป ไม่มีหลักฐานเรื่องนี้ เขาก็ได้ PR ค่ะ เพราะว่าเขาดูหลายๆเรื่องประกอบกัน
#114domechulaMar 19, 2010
คำถามที่ใช้ Present Persent เป็นคำถามที่แสดงถึงการกระทำจากอดีต และมีความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ละคนก็มีมีสถานการณ์แตกต่างกันไป บางคนก็อยู่กับสามีก่อนที่จะแต่งงาน แบบว่าสามีไปทำงานที่เมืองไทยแล้วเจอกัน พอแต่งงานแล้วสามีกลับมาทำงานที่แคนาดา เขาก็ต้องตอบ Yes ในข้อนี้ และบอกวัน เดือน ปี ที่อยู่ด้วยกัน แล้วมีคำถามข้อ 28 ถามต่อว่าปัจจุบันนี้คุณอยู่กับสปอนเซอร์คุณหรือเปล่า ก็ต้องตอบ No
แต่สถานการณ์ของคุณ คุณอยู่กับแฟนทั้งก่อนแต่งและหลังแต่ง และปัจจุบันก็อยู่ด้วยกัน ดังนั้นก่อนแต่งงาน คุณบอกว่า "รวมที่เราอยู่แบบไปเที่ยวหาเค้าเป็นเดือนด้วยหรือเปล่าคะ " อันนี้ล่ะคะ คือ dates of periods of cohabitation ที่คุณจะต้องตอบ และหากคุณอยู่กับสามีหลังแต่งด้วย ก็บอกวันที่ไปและบอกว่าอยู่ถึงปัจจุบัน และตอบข้อ 28 ก็ต้องตอบ Yes
สมมติ แต่งงานกับสามี 14 กุมภาพันธ์ 2552 และปัจจุบันนี้ หลังแต่งงานก็อยู่กับสามีมาตลอด (แต่ไม่เขาไม่ได้ถามว่าคุณอยู่กี่ที่ ย้ายบ้านกี่หน ดังนั้นอยู่สองที่ ที่คุณว่า ก็ไม่ต้องเอามาใส่ในข้อนี้นะคะ)
สมมติ ก่อนแต่ง คุณบินมาเยี่ยมสามีที่แคนาดา 1-31เมษายน 2551 และแฟนไปเยี่ยมที่เมืองไทย 1 ตุลาคม - 15 พย. 51 (((ก็ได้ลง period ไปแล้วสองช่อง )))
และแฟนมาเมืองไทยอีกครั้งวันที่ 1 มกราคม 2552 และอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ ก็ต้องลงช่องที่สาม 1 มกราคม 52-ปัจจุบัน และไปตอบข้อ 28 ว่า Yes
มันตรงไปตรงมาอยู่นะคะ และ cohabitation ก็คือการอยู่กินกันก่อนแต่งงาน เขาก็คงอยากจะรู้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน :)
― ―
คุณเจน ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
ที่คุณเจนยก ตย มาก่อนแต่งงานในกรณีสามีมาหาเรานานเป็นเดือน ของเราเป็นกรณีก่อนแต่งงาน สามีมาแค่เสาร์อาทิตย์และทุกเืดือน(มาหาเราแค่1 วีคเกนต่อเดือนและทุกเดือน ซึ่งจะมีรายการเข้าออกประเทศไทยในช่วงวีคเกน/ทุกเดือน) อย่างงี้ถือว่าช่วงเวลา1-2 วันที่สามีมาเจอเราแค่วีคเกน/ทุกเดือนนับเป็น cohabitation หรือเปล่าคะ ถ้านับเราก็จะเอาลงไปเขียนนะคะ (แค่ไม่แน่ใจว่าช่วงระยะสั้น ๆ ถี่ ๆ แบบทุกเดือน ต้องเอาไปลงหรือเปล่านะคะ)
ขอบคุณคุณเจนใจดีอีกครั้งคะ
#115JJ_JenMar 19, 2010
― ―
ลองถามคุณสามีดูดีมั้ยคะ เผื่อว่าเขาจะมีคำแนะนำที่ดีกับคุณได้นะคะ ว่าจะให้ตอบอย่างไร :)
#116domechulaMar 19, 2010
― ―
ลองถามคุณสามีดูดีมั้ยคะ เผื่อว่าเขาจะมีคำแนะนำที่ดีกับคุณได้นะคะ ว่าจะให้ตอบอย่างไร :)
สามีบอกให้ใส่ แต่มันก็ดูแหม่งๆ ว่าทำไมมันสั้นแต่ทุกเดือนนะคะ ก็เลยอยากจะทราบไอเดียท่านอื่นๆ นะคะ ถ้าสามีมาแบบนาน ๆ แบบคุณเจน จะไม่มีปัญหาในการกรอกเลยคะ แต่คิดว่าก็คงใส่ไป เค้าจะได้รู้ว่าเป็นการมาต่อเนื่องจนอยู่ถึงปัจจุบัน เขียนไปเกินดีกว่าเขียนไปขาด คิดว่างั้นนะคะ
ขอบคุณคุณเจนนะคะ
#117SweetPeaMar 19, 2010
โห มาหาทุกเดือนเลย :o
อิจฉาจัง..
ของหยกปีละครั้งเองค่ะ
เพราะค่าใช้จ่ายสูง.. ตังค์ไม่มี Y_Y
#118domechulaMar 19, 2010
― ―
คุณหยกเตรียมเอกสารเขียนไปถึงไหนแล้ว เราก็มาครึ่งทางแล้ว เอกสารเยอะเกิน 555 ไม่ต้องอิจฉาแล้ว ตอนนี้ก็แต่งเรียบร้อย ไม่ต้องบินหากันแล้ว คุณหยกด้วยนะ ;D
#119rintipMar 24, 2010
เรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ตรงลายเซ้นต์สุดท้ายน่ะ ว่าเราเซ็นต์เหมือนในพาสปอส์เรา และก็ต้องพิมพ์ภาษาไทยลงไปด้วยหรือเปล่า เพราะว่าเมื่อครั้งก่อนเราก็ทำอย่างนี้ แฟนเราบอกว่าให้กับมาเซ็นต์ใหม่ เพราะว่าผิด เราเลยงง
อีกข้อหนึ่ง . IMM 5406 ต้องเซ็นต์ช่องไหนบ้างค่ะ ไม่เข้าใจ เพราะว่าเมื่อครั้งก่อนเซ้นต์ต้อง section B เขาบอกว่าผิด เซ็นต์ใหม่ค่ะ
เลยงง มีใครช่วยตอบได้ไหมค่ะ เพราะว่าต้องส่งกลับภายในวันศุกร์นี้ค่ะ
#120JJ_JenMar 24, 2010
IMM 5406 หากคุณไม่เคยมีลูก(ตั้งครรภ์และคลอดเอง และรับบุตรบุญธรรม) ต้องเซ็นที่ section B
หากเคยมีลูก ไม่ต้องเซ็นชื่อ แต่ต้องใส่ชื่อลูกในช่องของ Section B
และต้องเซ็นชื่อที่ Section D เพื่อยืนยันว่าให้ข้อมูลที่เป็นจริง
#121SweetPeaMar 24, 2010
― ―
หยกหยุดทำอีกแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆ :D
เพราะมีแววว่า คุณสามีอาจจะได้งานในเมกา ซะงั้น.. -_-'
ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ..
ถ้าเค้าได้งานที่แคนาดา ก็จะกลับมาทำเอกสารต่อ เหอ เหอ
ถ้าได้ที่เมกา ก็เก็บเอกสารเข้ากรุเหมือนเดิม แหง่งๆ
ปล. ทำๆ หยุดๆ ไม่ดีเลยๆ
อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ (_ _')
#122domechulaMar 24, 2010
คุณหยกหายไปนานเลย นึกว่าหนีไปเที่ยวซะอีก ;D
#123NokkoMar 25, 2010
ขอบคุณ คุณแอน มากๆ ที่ตั้งหัวข้อนี้ขึ้นมา นกอ่านไปแล้ว ( แอบเวียนหัวนิดๆ) แต่มีประโยชน์มากๆ เลย ไม่ใช่เฉพาะกับนกนะ คิดว่า จะมีประโยชน์กับรุ่นน้อง อีกหลายๆ คนเลยคะ เอ้า คุณแอน ถามโลด หลายคนรอเก็บข้อมูลอยู่คะ ;D
#124NokkoMar 25, 2010
เอาเป็นว่า นกนั่งอ่านมาทั้งหมดแล้ว แอบจดที่สำคัญๆ ไว้ในกระดาษ ( ที่บ้านไม่มีเครื่องปริ้นท์หนะคะ) ก็เลยขอถาม พี่เจน หรือ รุ่นพี่คนอื่นๆ ด้วยก็ได้นะค
คำถาม : ข้อ 30 เรื่องเงินที่เค้าส่งให้เราใช้หนะคะ เคสนก แฟนนกทำ ATM ในชื่อของเค้า และ ส่งมาให้นกกดเงินที่เมืองไทยใช้เองทุกๆ เดือน ทำมาเป็นปีแล้วอะคะ แต่เรื่องของเรื่องคือ แฟนบอกว่า บอกเค้าไม่ได้ เพราะว่า ที่โน้นเค้าห้ามทำอย่างนี้ และ ที่สำคัญมันก็ไม่ได้ prove ว่านกเป็นคนใช้เงินนั้น ถึงแม้จะระบุได้ว่าเงินถูกใช้ที่เมืองไทย เริ่มตั้งแต่ทำบัตรนั้นมา ไม่เคยใช้ที่อื่นเลย และอาจจะเป็นคนอื่น ไม่ใช่นกใช้ อะไรทำนองนี้ แฟนก็เลยบอกว่า เราไม่ควรบอก CIC เรื่องนี้ อันนี้ นกควรบอกดีหรือไม่ หรือ ควรตอบยังไงดีคะ และแฟนกลัวในเรื่องความผิดที่แอบเอาบัตรมาให้นกใช้ด้วยอะคะ รบกวนผู้มีประสบการณ์ หรือ ใครที่ทำแบบนก และ เคยแจ้งไปทาง CIC แล้วผล Ok หรือเปล่าคะ กลัวว่า ถ้าตอบไปแบบนี้ จะตกม้าตายก็ไอ้ข้อนี้แหละคะ แทนทีจะได้ PR กลับไม่ได้ เพราะแอบใช้บัตรหนะคะ
#125ARRAYAMar 25, 2010
คุุณนกคะ ของนกเนี่ยสามีก็ส่งเงินให้ใช้ทุกเดือนคะ นกก็ใส่ลงไปในช่องนั้นแหละคะว่าเท่าไหร่
เมื่อก่อนสามีเคยทำงานเมืองไทยเราเลยเปิดบัญชีเงินฝากใช้ชื่อทั้งสองคนตอนนี้ยังใช้บัญชีเดิมอยู่เลยคะ
แต่ กรณีของคุณนกเนี่ยใช้บัตรเอทีเอ็มคงไม่เป็นไรมั้งคะเพราะเป็นสามีภรรยากัน รอให้ท่านอื่นมาเฟิมอีกทีนะคะ
#126NokkoMar 25, 2010
ปัญหามันอยู่ที่ว่า นกใช้บัตร ATM เค้า โดยที่เรายังมิได้เป็นอะไรกัน แค่เป็น Boy friend หนะคะ ยังรอคำตอบจากท่านอื่นๆ อีกทีละกันนะคะ เพราะนกแค่กลัวว่า ถ้ามันผิดกฎ ( ซึ่งอาจจะไม่ถึงกฎหมาย แต่เป็นอะไรที่รู้ว่าไม่ควรทำ ก็ยังทำ) แล้วยังไปบอก ให้เค้ารู้ จะกลายเป็นผลเสียซะเปล่าๆ หนะคะ แต่นกก็พอมีที่เค้าส่งมาทางเวสเทริ์น และ ก็มันนี่แกรมนะคะ แต่เพราเพิ่งทำได้ช่วงหลังๆ ไม่กี่เดือนเองหนะคะ เพราะเมื่อก่อนนกไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้เอกสารมาทำ วีซ่า แบบว่าไม่ได้คิดไปไกลหนะคะ ส่วนแฟนก็ลืมคิดไป พอนึกได้ก็ผ่านมาเกือบปี หรือว่า ส่งเท่าที่มี ดีคะ
#127NokkoMar 25, 2010
นกเคยเห็นมีคนโพสเรื่องโปรแกรมที่สามารถพิมพ์ แก้ไข และ เซฟ บรรดา Applications ต่างๆ ที่เค้าตั้งเป็นกระทู้เลยอะคะ ตอนนี้หายไปใหนแล้วอะ หาไม่เจอ Search ก็ไม่เจอ ??? ???
#128SweetPeaMar 25, 2010
แวะเอาลิงค์มาให้คุณนกค่ะ
http://www.downloaddd.com/business-software/825-foxit-reader-3.1.1.0928.html
เลื่อนลงไปกด ดาวน์โหลด ด้านล่างนะคะ ;)
ปล. ถ้าจะไม่ผืด เครดิตคุณริณทิพย์มั้งคะ ::)
#129NokkoMar 25, 2010
คุณหยกคะ ขอบคุณมากมายเลยคะ เพราะโปรแกรมนี้เองทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น เซฟก็ได้ พิมพ์ไทยก็ได้ แก้ไขก็ได้ ขอบคุณที่นำกลับมาลงให้ใหม่นะคะ เผื่อรุ่นน้องจะได้นำไปใช้ได้บ้าง แต่เอ้ กระทู้อันนั้นทำไมนกหาไม่เจอน๊า
ใหนๆ ก็ใหนๆ แล้ว นกอยากถามเรื่องการกรอกเอกสารอีกนิดหนะคะ คือ เคสนก ( อีกละ)
1 ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน จดทะเบียน ถ้าสมมุติว่า เราจะเริ่มกรอกตอนนี้ ก็ให้สมมุตว่าเราแต่งงาน จดทะเบียนแล้ว (แอบ งง) คือ สมมุติ ช่องที่ให้ใส่นามสกุล นกก็ต้องใส่ นามสกุล ว่าที่สามี (เพราะหลังแต่งต้องเปลี่ยน) คือ ง่ายๆ สมมุติ เราจดทะเบียนแล้วว่างั้นเถอะ ใช่ใหม๊คะ
2. พอหลังแต่งงาน นกต้องเปลี่ยนพาสปอร์ตใหม่ เพราะเปลี่ยนนามสกุล แล้วเค้าจะเอาเล่มใหม่ให้เรา แล้วเล่มเก่าเราจะให้คืนใหม๊คะ หรือ ควร ถ่ายเอกสารหน้าที่เราเดินทางไปต่างประเทศด้วยกันไว้ ก่อนเพื่อส่งให้ CIC เพราะนกไม่ได้เก็บตั๋วเดินทางหนะคะ
3. อ้อ เกือบลืมแหนะ ทะเบียนบ้าน กับ บัตรประชาชนด้วย ตอนนี้นกแปลไปแล้ว โชคดีที่ยังไม่ได้ส่งไปกงศุล ลืมสนิทเลย เพราะนกต้องใช้ตัวที่เปลี่ยนนามสกุลแล้วด้วย ซิ ใช่ใหม๊คะ คือ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต้องแปล ต้องรอให้เปลี่ยนนามสกุลตามสามี และ แก้ไขในทะเบียนบ้านก่อน ค่อยแปล และใช้ตัวนั้น (ไม่ใช่ใช้ที่เป็นนามสกุลเดิมนก )
แต่เอกสารอื่นๆ เช่น ตั๋วใบจองตั๋วเครื่องบิน , เอกสารจากโรงแรมที่เราไปพัก ซึ่งเป็นนามสกุลเก่าเรา ก็ไม่เป็นไร เค้าจะรู้เองใช่ใหม๊คะ ( เพราะว่าเอกสาร support กับ นามสกุลที่เรากรอกใบ applications ไม่ตรงกัน)
ที่นกต้องเริ่มทำ เพราะหลังแต่งเราไม่ค่อยมีเวลาคะ แฟนนกต้องรีบกลับไปทำงาน คือ จะเตรียมทุกอย่าง ( เท่าที่จะทำได้ ) ไว้ก่อน พอหลังแต่งก็มาเติมเล็กๆ น้อย ไม่ใช้ไว้รอทำที่เดียวตอนนั้น มันคงไม่ทัน และ คงยุ่งน่าดูด้วย และ พอเค้ากลับไป นกก็ให้เค้าเอาเอกสารกลับไปส่งที่โน้นเลย ขอบคุณล่วงหน้าก่อนเลย สำหรับคนใจดี
#130SweetPeaMar 25, 2010
― ―
ยินดีค่ะ
ส่วนมาก เวปไหนดีมีประโยชน์ หยก็จะเซปลง Favorite ตลอด เลยหาได้ง่าย
― ―
ใช่ค่ะ
ถ้าตกลงใจว่า จะเปลี่ยนนามสกุลแน่ๆ ก็กรอกตามแผนที่เราวางไว้ค่ะ
― ―
เค้าจะคืนเล่มเก่าให้ค่ะ
ส่วนมาก เล่มเก่าจะยังมีประโยชน์อยู่เสมอ อย่างตอนเดินทาง หรือขอวีซ่าปท.อื่นๆ บางครั้งเค้าก็ขอให้เราแนบเล่มเก่าไปด้วยค่ะ
เพราะถึงจะใช้ไม่ได้ แต่ใช้เป็นข้ออ้างอิงหลายๆอย่างได้ค่ะ
― ―
ก็หลังจากเปลี่ยนแปลงเรื่องนามสกุล ก็แปลตามเอกสารล่าสุด
ซึ่งจะมีจุดแก้ไขต่างๆ เช่นในทะเบียนบ้าน ตรงที่เค้าขีดฆ่าสกุลเก่า
และต้องแปลด้านหลังด้วย แ
เราจะมีเอกสารที่ต้องแปลเพิ่มอีกคือ ใบเปลี่ยนนามสกุล อีกใบค่ะ
― ―
เค้าจะมีเซนต์เองนะคะ ว่าเป็นชื่อก่อนแต่ง
เค้าดูเทียบได้จากใบสมรสไงคะ ซึ่งจะเป็นชื่อเราก่อนแต่ง
― ―
สงสัยหยกคงได้ส่งเรื่อง ไล่ๆกับคุณนกซะมั้ง ::)
ยังไงก็ขอให้เราสองคนโชคดี ;D
#131sumitaMar 26, 2010
― ―
ก็หลังจากเปลี่ยนแปลงเรื่องนามสกุล ก็แปลตามเอกสารล่าสุด
ซึ่งจะมีจุดแก้ไขต่างๆ เช่นในทะเบียนบ้าน ตรงที่เค้าขีดฆ่าสกุลเก่า
และต้องแปลด้านหลังด้วย แ
เราจะมีเอกสารที่ต้องแปลเพิ่มอีกคือ ใบเปลี่ยนนามสกุล อีกใบค่ะ
เห็นหยกบอกว่าต้องแปลใบเปลี่ยนนามสกุลด้วย.....หนิงจำได้ว่าเราไม่ได้แปลอันนี้นะ ก็ไม่เห็นเค้าเรียกเพิ่มเติมเลย (แต่ในกรณีที่เราเปลี่ยนนามสกุลหลังจากแต่งงานไปใช้นามสกุลสามีนะคะ)
ส่วนเอกสารอื่นๆ ก็แปลหลังจากเปลี่ยนแปลงนามสกุลแล้วตามนั้นค่ะ
#132SweetPeaMar 26, 2010
พวกใบเปลี่ยนชื่อ หรือสกุล อาจจะจำเป็นต้องแปลแน่นอนทุกใบ
ในกรณีที่ขอเปลี่ยนเอง (คืออยากเปลี่ยน ก็แจ้งขอเปลี่ยน เองน่ะ)
แต่ถ้าเปลี่ยนนามสกุลกรณ๊แต่งงานอาจจะไม่จำเป็นเพราะ สามารถอ้างอิงจากใบสมรสได้ มั้ง ::)
อืม.. แต่หยกแปลไปล่ะ กันเหนียว ฮ่าๆๆ :D
เหลือดีกว่าขาด เพราะจะได้ไม่เสียเวลากรณี เค้าขอเอกสารเพิ่มค่ะ ;D
#133NokkoMar 26, 2010
คะสรุปแปลไปกันเหนียวเหมือนคุณหยกว่าละกัน งั้นนกคงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ทั้งหมด ว่าต้องทำอะไรยังไง ตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้ รอจดทะเบียน แล้วนำใบสมรส มาเปลียนบัตรประชาชน แก้ไขทะเบียนบ้าน เปลี่ยนพาสปอร์ตใหม่ แล้วค่อยเอาไปให้กงศุล อีกทีละกันคะ ตอนนี้ก็ยังไม่ทำอะไรละกัน เฮ้อ+++ :-[
#134SweetPeaMar 26, 2010
ก็ แปลใบเกิดรอไปก่อนก็ได้ค่ะ
เพราะหลังแต่ง ก็ไม่มีการแก้ไขเอกสารอยู่แล้วนี่ ;D
ปล. เตรียมเรื่องงานแต่งไปถึงไหนแล้วคะ?? ::)
#135domechulaMar 26, 2010
― ―
ขอบคุณนะคะคุณนก นี่ก็เกรงใจพี่ ๆ เหมือนกันแหละ เราเตรียมเรื่องใบสมัึครเสร็จแล้ว กว่าจะเขียนฟอร์มนี้จบ ก็นะ อย่างที่เห็น ;D ต้องยกความดีให้กับรุ่นพี่ๆ และผู้มีประสบการณ์ที่ใจดีมาตอบให้นะคะ :)
#136NokkoMar 27, 2010
คุณหยกคะ
อันที่จริงนกแปลหมดแล้วทุกอย่างเลยอะคะ เพียงแต่ยังไม่ได้ส่งไปรับรอง นกก็คงแก้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ อีกทีคะ แล้วจะนำไปแปลเดือน มิย
คุณแอนคะ
ไม่เป็นไรหรอกคะ นกว่าพี่ๆ คงเข้าใจ เพราะยังไม่เคยมีใครถาม และ จะได้เป็นแนวทางให้อีกหลายๆ คนด้วยคะ นกว่ามีประโยชน์มาก ทุกๆ คำถามในเวปนี้ นกอ่านทุกหัวข้อเลยอะคะ
#137SweetPeaMar 27, 2010
คุณนกแปลด้านหลังทำเบียนบ้านไว้หรือยังคะ?
หยกยังแปลไม่ได้เลย
ไม่เข้าใจภาษาไทยอ่ะ Y_Y
ใครแปลแล้ว เอามาลงให้ดูหน่อยสิคะ ;D
#138NokkoMar 27, 2010
;D อันนี้ยังเลยอะคะ ลืมซะสนิทเลย นั่นดิคะ ใครแปลแล้ว แบ่งกันดูมั่งนะคะ
#139domechulaApr 01, 2010
เมื่อวานไป สตช ขอใบรับรองประวัติอาชญากรรมเรียบร้อยแล้ว แปลกตรงที่ว่าคราวที่แล้วเมื่อ ห้าเดือนก่อนไปขอ เก็บตังค์ แต่เมื่อวานไม่เก็บ เจ้าหน้าที่ก็หน้าเดิมๆ มีหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย ไม่รู้โดนจัดระเบียบเปล่า หรือว่าเราแต่งตัวมอซอไปคราวนี้ เลยไม่เก็บเงินเรา ตลกแปลก แต่เรื่องจริง แล้วได้ภายในสองวีคก่อนสงกรานต์เตรียมไปรับแล้ว ;D :) :)
#140SweetPeaApr 01, 2010
ก็คงโดนเข้าแล้วล่ะ หึ หึ..
ดีจัง เวลาเราไป จะได้ไม่ต้องเสียเงิน ^^
จริงๆแล้ว ถ้าต้องเสียค่าธรรมเนียมหยกก็ไม่บ่นหรอกนะ
ถ้ามันเป็น ค่าธรรมเนียม จริงๆอ่ะนะ แบบมีกฏ มีใบเสร็จถูกต้องน่ะ ::)
แต่ไม่มีก็ดีละ ฮ่าๆๆๆ :D
ปล. คุณแอน.. แปลทะเบียนบ้านด้านหลังยัง?
ส่งมาให้ดูหน่อยจิ Y_Y
#141domechulaApr 01, 2010
มันก็ถูก แต่เวบไซด์และเบอร์ชัวร์บอกไม่มีค่าใช้จ่ายไง ถ้าเค้าเขียนว่ามีค่าใช้จ่าย ยังไงก็ถูกกว่าขอเมืองนอกอยู่ดี ถ้าจะเก็บก็เขียนออกมาเป็นเรื่องเป็นราวจะดีกว่าอะนะ ถ้าคุณหยกไปขอ แต่งแบบ บ้านๆ ไปเลยนะ ไม่ต้องหรูเหมือนเดินสยาม เค้าคงดูจากรูปร่างและการแต่งตัวหรือเปล่า เราก็แค่สังเกตเอามุขคนที่ไม่โดนแต่งแบบเค้าเลย ก็เลยรอดคราวนี้ ;D
ู้
ู้ตอนนี้ยังไม่แปลเลย เพราะต้องรอเอกสารสำคัญที่ส่งมาจากเมืองนอกก่อน มีพร้อมแล้วจะไปจ้างเค้าแปล เพราะเอกสารไทย เท่าที่รู้หมดอายุสามเดือน ไว้รอเอกสารครบว่าจะไปจ้างเค้า (แอบขี้เกียจแปล อิอิ) ;D
คุณหยกเตรียมไปถึงไหนแล้ว
#142SweetPeaApr 01, 2010
― ―
รอลอกที่แปลแล้วจากคุณแอนดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆ..
(ไม่ได้ขี้เกียจแปล แต่มันแปลไม่ได้ Y_Y)
― ―
ครั้งล่าสุดถึงตรงไหน
ก็แหง่กอยู่ตรงนั้น ยังไม่ได้กระเถิบไปไหนเลยก้าบ.. Y_Y
ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยน่ะ แห่ะๆ
รอคุณสามีรู้เรื่องงานก่อน ว่าได้ที่ไหน
แล้วค่อยๆกลับมาทำต่อ เพราะบางข้อ
ต้องรอกลับไปไทยโน่นล่ะค่ะ ถึงจะกรอกได้
แล้วงี้หยกควรเริ่มขอ ใบCriminal Record จาก FBI ที่เมกา ตอนไหนดีเนี่ย?
#143NokkoApr 02, 2010
คุณหยก ถ้าได้ตัวอย่างแปลทะเบียนบ้านด้านหลัง นกขอด้วยได้ใหม๊คะ ยังไม่ได้แปลเหมือนกัน เลยอะ น๊า คุณหยกคนสวย ;D
#144SweetPeaApr 02, 2010
เกาะกันเป็นหางว่าวเลยทีนี้ ฮ่าๆๆ :D
#145SuayApr 02, 2010
เล่าสู่กันฟัง
เป็นเรื่องที่ทำเอางง เอามากๆ เกี่ยวกับการแปลเอกสาร ๆ บางอย่างเราลอกการแปลจากร้านแปลที่สถานทูตให้รายชื่อมา แต่พอเอาไปให้กงสุลรับรอง ผลปรากฎว่า ไม่ผ่าน มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ให้ไปรับเอกสารที่ยื่นให้ทางกงสุลรับรองให้ นำไปแก้ไขใหม่ โดยวงกลมล้อมรอบหลายแห่ง
และที่น่าสังเกต มีเอกสารบางอย่างที่จ้างให้ร้านแปลให้เพราะคิดว่าสำคัญ ร้านที่ว่านี้อยู่ที่ตึกกงสุล เองไม่ใช่นอกตึกนะ กลับผ่านไม่มีปัญหาอะไร
เอกสารที่แปลได้ save ลงใน USB key พร้อมแก้ไข แรกๆ ก็คิดจะนำเอกสารไปแก้ตาม ที่ save มา แต่คิดหลายรอบ ถ้าหากไม่ผ่านอีกล่ะ คงต้องเสียเวลามากมาย เพราะเอกสารที่ต้องแปล ของตัวเองมากเพราะปัญหาเยอะ
เอาล่ะ จ้างก็จ้าง ร้านเดิมนี่แหล่ะ เพราะบางคำศัพท์ไม่รู้เลยแปลว่าอะไร เช่น พลสมัครตำรวจ ... หรือ ด.ต. (ดาบตำรวจ) อย่างนี้ เค้านัดรับงานแปลคืนเรา ประมาณบ่าย 2 โมง จากนั้นก็รีบนำไปยื่นใหม่ ใช้เวลารอประมาณ 1.30 ชั่วโมง รับเอกสารคืน โดยไร้ปัญหา (ขอรับรองเอกสารแบบไม่ด่วน ใช้เวลา 2 วัน)
ที่เล่ามาทั้งหมด เพียงตั้งข้อสังเกตว่า กงสุลเค้าไม่รับการแปลของที่อื่นเลยเหรอ เพราะที่แปลไปเอง เราก็ไม่ได้คิดเอง ลอกเลีบยแบบร้านแปลที่สถานทูตให้รายชื่อมา แหะ แหะ แหะ เช็คว่าเป็นข้อมูลของตนเองถูกต้องทุกประการ
แต่คิดว่าน้องๆ ที่กำลังเตรียมยื่นขอรับรองเอกสารการแปลจากกงสุล คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเอกสารไม่เยอะ
อยากจะแสกนที่ร้านแปลให้ ให้ศึกษาแต่ก็จนปัญญาเพราะตอนนี้อยู่ที่ Free Internet ของโรงแรม
เดี๋ยวจะพยายามนำมาแชร์ให้ดูนะคะ
#146NokkoApr 02, 2010
กรณีของคุณสวย น่าคิดนะคะ ใครที่แปลแล้วมีกรณีแบบนี้บ้างคะเนี่ยะ เดี๋ยวถ้านกได้ยื่นแปล แล้วเป็นไงจะมาเล่าสู่กันฟังมั่งดีกว่า ขอบคุณคุณสวยคะ :)
#147SuayApr 03, 2010
แต่แปลหน้าแรกเสร็จ ด้วยประโดยคสุดท้ายว่า.“Date of printing the house registration : .........
พอเสร์จแล้วก็พิมพ์คำว่า Page1
ก็พิมพ์คำว่า Page 2 ก่อน นะคะ
แล้วค่อยพิมพ์หน้าที่มีชื่อเรา
ส่วนหมายเหตุ หน้าสุดท้ายของทะเบียนบ้าน ไม่ต้องแปลค่ะ
และ ร้านแปลเค้าไม้ได้ลงวัน เดือน ปี ที่แปล ให้ ดังนั้นแสดงว่าเราไม่ลง วดป. ก็ได้ น้องๆ อ่านแล้วไม่สับสนใช่มั๊ยคะ
สรุปว่า แปลทะเบียนบ้าน แต่หน้าแรก และหน้าที่มีชื่อเราพอ ค่ะ
#148NokkoApr 03, 2010
คุณสวยคะ
หมายความว่า แปลแค่หน้าที่มีชื่อเราแค่นั้นเหรอคะ ถึงแม้ว่า หน้าสุดท้ายที่เค้าระบุเอาไว้ว่า เราเปลี่ยนชื่อ หรือ เปลี่ยนนามสกุล ไม่ต้องแปลเหรอคะ คือ ของนก มีเปลี่ยนชื่อหนะคะ และ กำลังจะเปลี่ยนนามสกุล ด้วย เห็นหลายๆ คนบอกต้องแปล อันนี้นกก็เลยงง ว่านกต้องทำ หรือ ไม่ต้องทำอะคะ ขอบคุณคะ
#149Duen SchmidtApr 03, 2010
เข้ามาตอบให้คะ ;D หน้าหลังสุดทีเขียนบันทึกการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนราษฎร เราต้องแปลด้วยนะคะเพราะเรามีการแก้ไข คำนามหน้า และชื่อสกุล ถ้าใครไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องแปลคะ แต่ส่วมมากใช้นามสกุลแฟนอยู่แล้วใช่ไหม ;D ;D :P
เดือนไปแปลมาต้องแปลคะ ;D
#150NokkoApr 03, 2010
โอเคคะคุณเดือน ขอบคุณมากเลยคะ ว่าแต่ว่า มีตัวอย่างอะเปล่าเอ่ย นก กะ คุณ หยก รออยู่น๊า ( นั่น แอบเอาคุณหยกมาร่วมด้วย ) ;D
คุณหยกคะ นกไปดูใบทะเบียนบ้านตัวจริง ( อยู่ที่แม่) วันนี้เอง ปรากฎว่า ไม่มีอะไรข้างหลังเลยคะ ว่างเปล่า นกก็คงไม่ต้องแปลอะคะ ( ถึงแม้ว่านกจะเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วก็เถอะ ก็เค้าไม่ได้ บันทึกอะไรไว้นี่นา ) เดี๋ยวยังไงนกคงต้องรอตอนเปลี่ยนนามสกุล ตอนจดทะเบียนอีกที คิดว่าคงต้องแปลอันนี้อะคะ ใครไปเปลี่ยนนามสกุลมา แล้ว มีตัวอย่างใหม๊เอ่ย ( ขอกันดี้อๆ เลยอะคะ )
ขอบคุณคะ
#151NokkoApr 03, 2010
พอดีนกไปค้นเอกสารที่นก save ไว้ เจอไอ้นี่เข้า ( แย่จริง ลืมไปได้ว่าหาไว้) เลยเอามาแชร์ เผื่อใครได้ใช้คะ
นกได้มาจากเวป หนึ่ง ต้องขอขอบคุณเจ้าของเอกสารด้วยคะ เจ้าของเอกสารชื่อ คุณอ้อ คะ
#152SweetPeaApr 03, 2010
อันนี้ล่ะค่ะ ที่หยกมี
หยกอ่านแล้ว ไม่เข้าใจ และรู้สึกว่ามันทะเเม่งๆ
ก็เลยให้คุณสามีอ่าน เค้าก็ว่า ไม่ได้รู้เรื่องเหมือนกัน งงๆ
หยกก็เลยไม่ได้ใช้อ่ะค่ะ
ไม่แน่ใจว่า เค้าได้เอาไปรับรองหรือเปล่านะคะ ::)
#153SweetPeaApr 03, 2010
― ―
ถ้าใบเปลี่ยนสกุล หยกแปลไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับรองอ่ะ
ถ้าจะเอาอะไรที่แปลแล้วมาลงให้รุ่นหลังๆได้ใช้กัน
หยกอยากเอาที่ผ่านการรับรองรองแล้วมาให้ดู
เพราะไม่อยากให้เอา ตย. ที่ผิด ไปใช้ตามๆกันน่ะค่ะ
คิดอยู่ว่า เอกสารที่เราผ่านการรับรองแล้ว จะเอามาลงให้ดูหมดเลย
รอหน่อยๆ
#154NokkoApr 03, 2010
อ้าว เป็นงั้นไปอะ นึกว่าได้แล้วเชียว นกก็ไม่แน่ใจว่าเค้ารับรองแล้วหรือยังอะ ว้า++ นึกว่ารอดแล้วอะ
#155Duen SchmidtApr 08, 2010
สวัสดีคะ คุณนก คุณหยก โทษทีนะคะหายไปหลายวัน
พรุ่งนี้จะส่งให้นะคะ
วิธีแนบไฟล์ทำไงบอกหน่อยนะ ทำไมเป็น(555) ลองหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้
#156SweetPeaApr 08, 2010
ส่งอีเมลล์มาให้หยกก็ได้ค่ะ
อีเมลล์หยกส่งไปให้หลังไมค์แล้ว เช็คด้วยนะ ;)
#157SweetPeaJun 08, 2010
เขียนเองก็ได้ค่ะ (ก็ตั้งใจเขียนหน่อยนะ)
แต่ถ้าพิมพ์ ก็แน่นอนว่า เรียบร้อยและอ่านง่ายแน่นอน
เมื่อมีการแก้ไขข้อมูล ก็ทำได้ง่ายไม่ต้องลบให้เลอะเทอะ
เสร็จเรียบร้อยแน่นอน ก็ค่อยปริ้นออกมาทีเดียว
ประหยัดกระดาษ และเซฟเดอะเวิล์ด ;)
แนะนำให้พิมพ์ดีกว่า..นะจ๊ะ.. ;D
#158WannaphaJun 09, 2010
สวัสดีค่ะ รบกวนถามแบบฟอร์ม IMM 0008 ในแผ่นที่ 2 You must provide the following details about each of your family members whether they will be accompanying you to Canada or not you must include your spouse of common-law partner if applicable and all of your dependent children and those of your spouse or common=law partner,who are not already permanent residents or citizens of Canada.น้ำมีคำถามว่า ถ้าเรายังไม่มีลูก เพราะเพิ่งแต่งงานและสามีก็เป็นคนแคนาดาอยู่แล้ว ในกรณีนี้ เราจำเป็นต้องกรอกใบนี้อยู่มั้ยคะ? จะให้ปล่อยว่างไว้หรือยังงัย งงๆ อยู่เลยค่ะ รบกวนด้วยนะคะ thanks
#159WannaphaJun 09, 2010
น้ำขอรบกวนถามอีกข้อนะคะ ใน แบบฟอร์ม schedule 1 number 10 give all number of years of school you successfully completed for each of the following levels of education.(give full details of alL the secondary and post secondary education เราต้องเขียนตั้งแต่เราอยู่ประถมมั้ยคะ? หรือว่าเริ่มตั้งแต่มัธยมต้นไปเลย และ กรณีดิฉันนั้น มัธยมต้น กับปลายเรียนคนละโรงเรียนกันค่ะ ก็เลยจะเขียนมัธยมต้นว่า junior hight school และมัธยมปลายว่า senior hight school อย่างนี้ได้มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ
#160SweetPeaJun 09, 2010
― ―
ถ้าไม่มีลูกก็ เว้นไว้ค่ะ
#161WannaphaJun 09, 2010
Thank you so much Mrs.Sweetpea.
#162SweetPeaJun 09, 2010
― ―
หยกก็เหมือนกันค่ะ
ม.ต้นเรียนที่หนึ่ง ม.ปลายเรียนอีกทีหนึ่ง
ก็กรอกแยกกัน ตามช่วงเวลาที่เรียน
แต่ก็ใช้ High Schoolหรือ Secondary School เหมือนกัน
เพราะมันอยู่ในPeriod เดียวกัน
แต่ถามคุณสามี เค้าว่าบางที่ก็ไม่เหมือนกัน สำหรับ ม. 1-3
บ้างก็เรียกว่า Middle school บ้างก็เรียก High school บ้างก็ยังรวมกับ Elementary/primary school
ก็เลือกเอาค่ะ แต่คิดว่า high school น่าจะเหมาะสุด
คนอื่นๆว่าไงคะ?
ปล. ยินดีจ้า..
#163WannaphaJun 09, 2010
ขอบคุณมากค่ะ คุณหยก
น้ำมีอีกคำถามค่ะ ใน IMM 5490 number 14 was there a formal ceremony for recognize/ celebrate married? and number 18 was there a reception? ในสองข้อนี้มันต่างกันตรงไหนคะ? ไม่ได้หมายถึงพิธีแต่งงานเหมือนกันหรือคะ แล้วเวลาเราตอบเราจะเอาพิธีการแต่งงานของเรามาตอบมันก็เป็นคำตอบที่เหมือนกันเลย หรือยังงัยดีคะ? รบกวนด้วยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
#164Mini MeJun 09, 2010
― ―
formal ceremony เป็นพิธีการทางกฏหมาย ทางศาสนา อะไรก็ว่าไป
reception หมายถึงงานเลี้ยงฉลองอย่างเดียวเลยค่ะ
พิธีแ่ต่งแบบไทย จีน มุสลิม คริสต์ ฯลฯ ถือเป็น formal ceremony ส่วนงานเลี้ยงฉลองสมรสถือเป็น reception
#165SweetPeaJun 09, 2010
― ―
อย่างที่ คุณMini Me ว่าค่ะ
ข้อ 14 คือ พิธีการงานแต่ง ก็อธิบายไปว่าขั้นตอนเป็นไง มีแขกกี่คน ญาติเราญาติเขามากันกี่คน รายละเอียดต่างๆ ก็ใส่ไปค่ะ มีรูปก็โชว์รูปด้วย
ข้อ 18 คือ งานเลี้ยง/กินเลี้ยง คนที่นี่เรียก Reception (แต่คนไทยมีกจะเรียกว่า Party -_-')
ก็บอกไปว่า อะไรเมื่อไร ที่ไหน ใครมาบ้าง มีรูปก็กระหน่ำไปค่ะ ^^
ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็
อย่างหยก มีพิธีการตอนเช้า อย่างงานแต่งไทยๆทั่วไป
ก็เอาไปเขียนลงข้อ 14 ค่ะ
แล้วเรามีกินเลี้ยงตอนเย็น ก็เอาไปเขียนลงข้อ 18 ค่ะ (หรือกินเลี้ยงเที่ยง ก็เหมือนกัน เอาลงข้อ 18)
เข้าใจนะคะ ;)
#166jeenaJun 09, 2010
จะบอกว่าเข้ามาแอบอ่านค่ะ เพราะตอนของตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย คุณสามีทำให้ทุกอย่าง มาถึงบางอ้อก็ตอนนี้แหละ ว่าเขาได้เขียนได้กรอกอะไรไปบ้าง เห็นแล้วเยอะสารพัดเลยนะเนี่ย :o :o
พยายามเก็บข้อมูลไว้เผื่อใครถามจะได้ตอบเขาถูก :D :D
(เรียนรู้ไว้ ใช่ว่าจะไปเป็นครู แต่รู้ไว้ช่วยคนอื่น และช่วยเหลือตนเองยามต้องการ) ;) ;)
#167WannaphaJun 10, 2010
ขอบคุณมากนะคะคุณหยก และคุณmini min สำหรับคำตอบ ชัดเจนมากเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ
#168WannaphaJun 10, 2010
น้ำรบกวนถามอีกหนึ่งคำถามนะคะ ใน IMM 0008 number 9 ที่ให้เราติ๊ก Yes and No นั้น ถ้าเราเคยถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วเนี๊ยะ เราต้องติ๊กว่า Yes ใน คำถามที่ สอง และ คำถามที่สามที่หรือเปล่าคะ? และถ้าต้องตอบใช่แล้วเราจะเขียนอธิบายยังงัยดีอ่ะคะ เพราะ ตอนที่ถูกปฏิเสธวีซ่านั้น เค้าให้กระดาษมาแผ่นหนึ่งพูดประมาณว่า การงานการเงินยังอ่อน ดังนั้นสองข้อนี้จะต้องทำงัยดีคะ? รบกวนด้วยค่ะ
2. previously sought refugee status in Canada or applied for a Canadian immigrant or permanent resident visa or visitor or temporary resident visa?
3. been refused refugee status in or an immigrant or permanent resident visa or visitor or temporary resident visa to Canada or any other country or have been refused a certificat
#169Mini MeJun 10, 2010
― ―
ข้อสองก็ตอบไปว่าขอวีซ่าท่องเที่ยวจะมาทำอะไร ข้อสามก็แนบกระดาษที่เค้าให้มานั่นแหละส่งไป