#1ThaiCanApr 11, 2010
เพื่อนสมาชิกท่านใด ที่ทำงาน Live - In - Caregiver ช่วยแชร์ประสบการณ์ด้วยค่ะ
เปิดดูจากเว๊ป Jobbank.gc.ca เห็นลงรับสมัคร Live-In-Caregiver เยอะมากใน Toronto ก็รู้สึกสนใจค่ะ เพื่อนสมาชิกท่านใดที่ทำงานอยู่ด้านนี้วานแชร์ประสบการณ์ด้วยค่ะ เผื่อช่วยในการตัดสินใจว่า จะสมัครดีหรือไม่ค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ :D
#2Tee_teeApr 11, 2010
where are you kha? in canada?
#3bsbloverApr 11, 2010
เคยเป็นออแพร์มาก่อนป่าวค่ะ
ถ้าเคยก็จะคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว
เพราะ Caregiver หรือ nanny ที่แคนาดา
จะต้องทำงานบ้านด้วย บางบ้านก็ต้องทำอาหารด้วย
ลองถามตัวเองว่าจะทำอะไรในชีวิตดีกว่าค่ะ
ถ้าคิดว่าอยากจะมาอยู่แคนาดาเลย
การมาเป็น caregiver ที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดี
เพราะหากทำงานสองปีในฐานะ caregiver ก็จะ Qualify to apply for PR
ฉะนั้น ลองถามตัวเองนะค่ะ ว่ายังไง แต่ถ้าคิดว่าอยากมาแค่ปีสองปีแล้วกลับ
คิดว่าไม่คุ้่ม เพราะงานมันค่อนข้างหนัก ลองคิดแล้วก็ถามตัวเองดูค่ะ
#4ChashaApr 11, 2010
เปิดดูจากเว๊ป Jobbank.gc.ca เห็นลงรับสมัคร Live-In-Caregiver เยอะมากใน Toronto
อยากจะบอกว่า ส่วนมากที่เขาลงในjobbank จะมีคนแล้วนะค่ะ เพราะว่ากฎของการขอLMO ใหม่ จะต้องไปโพสงานในนี้ก่อนนะค่ะ
ตอนที่ตัวเองต่อสัญญาก็ไปโพสให้นายจ้างแล้วเหมือนกัน ยังไงลองติดต่อดูก็ได้นะค่ะ แต่ว่าบอกเผื่อไว้นะค่ะ แนะนำว่าถ้าหาผ่านเอเจน
น่าจะดีกว่าค่ะ หรือว่าหาเองจากเวบหาออแพร์โดยตรงนะค่ะ แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย แต่บอกเผื่อไว้ เพราะเคยมีเพื่อนพยายามสมัครแล้ว
แต่ไม่ได้รับการตอบกลับก็เลยท้อ ก็เลยอยากจะบอกว่า ลองดูนะค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ลองหาหลาย ๆเวบดูค่ะ ;D
#5ChashaApr 11, 2010
ขอเสริมอีกนิดนะค่ะ จากคุณbsblover ก็ไม่ใช่ทุกบ้านหรอกค่ะ ต้องทำงานบ้าน
บ้านที่ดิฉันอยู่ก็ไม่ได้ทำค่ะ บ้านเพื่อนหลายคนก็ไม่ได้ทำ งานก็ไม่ได้หนักหนาอะไร
คล้าย ๆ สมัยอยู่เมกาเน้นที่ดูเด็ก แต่ก็ขึ้นอยู่กับบ้าน แล้วก็ตอนที่หาบ้านให้คุยกับนายจ้างให้เคลียร์ ๆ ค่ะว่าทำงานอะไรบ้าง
ต้องคุยให้ละเอียดเท่านั้นเป็นพอ ดูว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วดูว่าตัวเองทำไหวไหม
งานก็แล้วแต่บ้าน มีทั้งหนักและไม่หนัก ดีและไม่ดี แต่หากคิดจะมาอยู่ระยะยาว หนักหน่อยก็อดทนเอาค่ะ
สู้ ๆ ให้ได้มาเร็ว ๆ นะค่ะ ;D
#6TanyaApr 12, 2010
jobbank เป็นเว็บรัฐบาลนะค่ะ ตามกฏหมายโฮสต์จะจ้างใครต้องไปโพสงานไว้ทีเว็บนั้นอย่างน้อยสองอาทิตย์ก่อนอะค่ะ แต่สว่นใหญ่เขาก็จะได้คนกันแล้ว พอได้คนกันแล้วก็จะ ไปโพสงานให้มันเป็นสเต็ปๆ จะได้จ้างแนนนี่ที่เขาตกลงกันไว้ต่อไปได้นะค่ะ
เรื่องงานบ้าน อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าทำงานบ้านกันนะค่ะ แนนนี่ ทำงานบ้าน ทำกับข้าว ดูแลเด็ก ซักผ้า ถูบ้าน ดูดฝุ่น มันก็คืองานแม่บ้านนะคะ่ งานของคนเป็นแม่คน แม่บ้าน (ในที่นี้คือ คุณสามีทำงาน คุณภรรยาก็อยู่บ้านดูแลลูก ก็ทำดูแลชีวิตในบ้าน) ชีวิตแนนนี่ก็ประมาณนั้นนะค่ะ นายจ้างแต่ละคนแตกต่างกันไป เช่นหากเคยเป็นออแพร์มาก่อน อาจจะคิดว่าทำไมเขาไม่เหมือนบ้านเก่าเรานะ บ้านแต่ละบ้านความคาดหวังก็แตกต่างกันไปนะค่ะ เช่น บ้างบ้านบอกไม่เน้นทำความสะอาดบ้าน แต่ต้องทำกับข้าวหรืออาหาร บ้างบ้านไม่ต้องทำอาหรแต่ว่าเน้นทำความสะอาด อีกทั้งก็อยู่กับเด็กด้วยว่าวัยทีเลี้ยงวัยอะไร เพราะถ้าหากว่าเด็กโตไป รร แล้ว ตอนกลางวันอยู่บ้านโดยไม่มีเด็ก ก็ต้องดูแลบ้านไปแทน ซึ่งเรื่องนี้ นายจ้างแต่ละบ้านก็แตกต่างกัน เราคงจะไม่สามารถคิดได้ว่าเพื่อนฉันเป็นแนนี่ได้ทำ แบบนี้ หยุดแบบนี้ ทำไมเราไม่ได้แบบนี้ คงไม่ได้ ก็ต่างๆ กัน การดูแลโฮสต์ต่อแนนนี่เขาก็ต่างกันไปนะค่ะ น้ำจิตนำใจความผูกพันก็แตกต่างกันไปด้วยนะค่ะ รวมๆ ก็คือ อยากจะสื่อว่า งานแนนนี่ ไม่ใช่งานสบาย และ ก็ไม่ใช่งานหนักสะทีเดียว ถ้าใจชอบ คิดว่าทำได้ พวกงานบ้าน ทำกับข้าว ไม่มีปัญหาค่ะ สบายเลยและยิ่งถ้าชอบมาให้บริการคนอื่น จะ ดีมาก ๆค่ะ เพราะมันเป็ฯงานบริการอย่างหนึ่ง (บริการให้โฮสต์งัย)
สำคัญ อย่าคิดดูถูกกับการทำงานนะค่ะ เพราะทุกอาชีพมีความหมายในตัวของมันเอง คนมองว่าเป็นแม่บ้าน อาจจะคิดว่าอะไรอะ ทำงานออฟฟิศดีๆ ที่ไทยไม่ชอบมาเป็นแม่บ้านให้ฝรั่ง แต่จริงๆ แม่บ้าน ก็มีเงินเดือน ไม่ได้ทำฟรี และมีรายได้ มีเงินเก็บทีดีไม่แพงไปกว่าอาชีพอื่นๆ ทีคนแคนาเดียนทำด้วยซ้ำ และ ถ้าคุณมีศักยภาพ แน่นอนหลังจากคุณได้พีอาร์ คุณสามารถเรียนเพิ่มเติมและพันตัวไปทำงานอื่นทีปรารถนา หรือ สนใจจริงๆ ต่อไปได้คะ
เช่น อยางตอนนี้ทีเห็นว่าน่าสนใจ คือเรียน เป็น dental hygine สองปีค่าเรียนแพงหน่อย ราวๆ หมื่นสาม จบมาเปิดร้านตรวจฟัน รับขูดหินปูนได้ หรือไปทำงานร้านหมอฟันก็ได้ค่ะ ชััวโมงละก็สี่สิบห้าสิบเหรียญ เป็นต้น
#7TanyaApr 12, 2010
หรือถ้าจะพันตัวไปเป็นทำงานเดย์แคร์ เบื่องานแม่บ้าน ทำแต่เล้ยงเด็กตรงๆเลย ไปเรียน ECE หลักสูตรปีหนึ่งก็ทำงานตามเดย์แคร์ โฮมแคร์ ก็ได้ค่ะ หรือถ้ารักถ้าชอบ บัญชีเรียนต่อบัญชีก็ได้ (คือไม่มีอะไรที่จะไม่ต้องเรียนซ้ำหรอกค่ะ เพราะว่ามันทั้งเรื่องภาษา ประสบการณ์ และ ก็รูปแบบหลักสูตรมันก็ต่างจากไทย ต้องมาเรียนปรับมั้ง ประกาศนียบัตร หลักสูตรปีสองปีก็ว่าไป เสริมเครดิตให้กับ การศึกาาของตัวเราด้วยค่ะ)
หรือถ้าชอบทำอาหารก็สามารถไปเรียนเป็นแม่ครัวอินเตอร์ไปเลย วิทยาลัยในแคนาดา เรื่องการสอนทำอาหารมีเยอะเลยค่ะ
ทีเล่ามาก็คือว่าเป็นแผนต่อไปหลังจากทีเรามาอยู่แล้วว่า มันเปิดทางให้เราไปทำอยางอื่นต่อได้นะ หากเราสนใจทีจะไขว่คว้านะค่ะ
ดิฉันก็เป้นอดีตแนนนี่คนหนึ่งค่ะ ก็แน่นอน เชื่อมั่นใจอาชีพนี้ค่ะว่าเป้นอาชีพทีให้โอกาสกับคนค่ะ ได้เริ่มต้นชีวิตทำงานเมืองนอกค่ะ
#8ThaiCanApr 13, 2010
ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะคะ ที่เข้ามาช่วยแชร์ประสบการณ์ เป็นความรู้ใหม่ที่ดีมากค่ะ โดยเฉพาะที่นายจ้างลงประกาศใน Jobbank แต่ว่าทางนายจ้างได้คนเรียบร้อยแล้ว
ก็จะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้พิจารณาคะ เพราะถ้าไม่เคยทำก็ไม่รู้ใช่ไหมคะ
ตอนนี้อยู่ใน Ontario นี่แหละคะ แต่ว่าอยากเปลี่ยนงานและหาประสบการณ์ใหม่ ๆ น่ะคะ
ก็ขอบคุณทุก ๆ ท่านอีกครั้งนะคะ :D
#9ThaiCanApr 13, 2010
คุณ Tanya ให้คำแนะนำกินใจมาก ๆ คะ :'(
** สำคัญ อย่าคิดดูถูกกับการทำงานนะค่ะ เพราะทุกอาชีพมีความหมายในตัวของมันเอง คนมองว่าเป็นแม่บ้าน อาจจะคิดว่าอะไรอะ ทำงานออฟฟิศดีๆ ที่ไทยไม่ชอบมาเป็นแม่บ้านให้ฝรั่ง แต่จริงๆ แม่บ้าน ก็มีเงินเดือน ไม่ได้ทำฟรี และมีรายได้ มีเงินเก็บทีดีไม่แพงไปกว่าอาชีพอื่นๆ ทีคนแคนาเดียนทำด้วยซ้ำ และ ถ้าคุณมีศักยภาพ แน่นอนหลังจากคุณได้พีอาร์ คุณสามารถเรียนเพิ่มเติมและพันตัวไปทำงานอื่นทีปรารถนา หรือ สนใจจริงๆ ต่อไปได้คะ **
#10ChashaApr 16, 2010
Tanya มาตอบได้แบบกินใจจริง ๆ สมกับเป็นเจ้าแม่แนนนี่ ;D
ก็เหมือนวันก่อนอ่ะ คุยกับเพื่อนฟิลิปปินสที่เป็นแนนนี่ เค้าก็บ่นประมาณว่าเหนื่อย
คือ เขาเป็นพยาบาลมาก่อน เค้าก็บอกว่า บ้านเค้าที่ฟิลิปปินส์ใหญ่กว่าบ้านโฮสที่อยู่อีก
บ้านโฮสมีรถสองคน แต่บ้านเค้ามีรถตั้งสามคัน เราก็เลยว่าธรรมดา ค่าเงินมันต่างกัน
ถ้าเทียบกับที่นี่ เราก็ถือว่าได้เงินน้อยนะ แต่พอไปเป็นเงินที่บ้านเรามันเลยเยอะ
เรามาทำงาน ส่งเงินไปที่บ้าน ซื้อนั่นนี่ได้ แล้วจะดูถูกงานไปทำไม
แต่คนเราไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะคิดว่า กลับเมืองไทยหางานบริษัททำดีกว่า
ทนทำงานเหมือนแม่บ้านที่นี่ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะแต่ละคนก็มีเป้าหมาย
ความคิดไม่เหมือนกัน อยู่มาปีกว่า เห็นเพื่อนเดินทางกลับไทยก็หลายคน
ของอย่างนี้ไม่ลองมาดูไม่รู้ อย่างเห็นใครเขามาอยากมา ก็ต้องมาลองด้วยตัวเอง
แล้วค่อยมาตอบคำถามตัวเองว่า มีความสุขหรือปล่าว
จะทำอาชีพอะไร ถ้าทำเต็มที่แล้วมีความสุขกับสิ่งที่ทำ
เวลาก็จะผานไปแป๊บ ๆ บางทีได้พีอาร์มา ยังไม่รู้ตัวเลย เพราะเวลาผ่านไปเร็ว
ยังไงก็ลองมาสู้ดูสักตั้งนะค่ะ แล้วค่อยว่ากันอีกที
อยู่ต่อหรือกลับไทย ก็ไม่ได้มีใครดีกว่าใครหรอก ก็เหมือนทำงานแม่บ้านหรือออฟฟิศก็เหนื่อยเหมือนกัน (แต่เหนื่อยคนละแบบ) ;D
#11ChashaApr 16, 2010
สรุปว่า จขกท เป็นคนที่อยู่ที่นี่แล้ว (แป่ว) แหะ ๆ ๆ :D
#12bhusaApr 26, 2010
ชาวแคนาเดียนท่านใด ต้องการหาพี่เลี้ยงเด็ก live-in caregiver canada ....ติดต่อที่email : deedeenanana@hotmail.com
ขอบคุณค่ะ
#13kungnangMay 24, 2010
เพื่อนพยาบาลฝากแชร์ข้อมูลค่ะ
สืบเนื่องด้วยมีบางคนแอบอ้างข้อมูลที่บิดเบือน ดังนี้
ตัวเพื่อนเองเป็นพยาบาลมาก่อนที่เมืองไทย แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่อยากมาอยู่ต่างประเทศด้วยว่าอยากจะเรียนในระดับสูงขึ้น
แต่คิดสาระตะแล้วมาด้วยวีซ่าแคร์กิฟเว่อร์ น่าจะง่ายกว่าวีซ่านักเรียน เพราะอย่างไรเสียเธอก้อต้องหางานพิเศษทำอยู่ดี นี่คือเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ
เธอค่อนข้างไม่สบายใจ ที่มีการบิดเบือนข้อมูลในทำนองว่า การมาเป็นแคร์กิฟเว่อร์ที่แคนาดานี่ดีกว่าทำงานพยาบาลที่เมืองไทยถึงขนาดยอมลาออกจากงานเพื่อจะเมาเป็นแคร์กิฟเว่อร์ เรียกอีกชื่อคือแนนนี่ เธอจึงขอเรียนให้เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ที่หาข้อมูลตัดสินใจที่จะลาออกจากงานพยาบาลหรืออาชีพอื่นอะไรก้อตามแต่ ได้ทราบข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจลาออกจากงาน ถ้าด้วยเหตุผลที่ว่ามาเป็นแคร์กิฟเว่อร์ที่นี่ดีกว่าในแง่ของรายได้ และหน้าที่ๆต้องทำในฐานะเเคร์กิฟเว่อร์ ส่วนตัวเธอแล้วขอบอกว่า ไม่จริงb]อย่างแน่นอน ???นี่คือสิ่งที่เธออยากแชร์ มีหลายสิ่งอย่างที่เธอต้องพบเจอในการได้รับข้อมูลที่บิดเบือน :Pจากเมื่อครั้งก่อนมาที่นี่ และประสบการณ์ที่แคร์กิฟเว่อร์บางท่านไม่อยากจะนำมาเปิดเผย พวกเธอจริงอยากมาตีแผ่ข้อมูล ของเพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งเพื่อนแคร์กิฟเว่อร์คนไทย และต่างชาติ ที่อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนที่อยากมาได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ก่อนที่จะมาที่นี่
อยากฟังต่อให้มาปูเสื่อรอนะคะ พวกเธอไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ข้อมูล
#14JJ_JenMay 24, 2010
น่าจะขึ้นกับว่า ได้นายจ้างแบบไหน...บ้านเขาเป็นอย่างไร ด้วยนะคะ
เพราะเห็นคนที่ได้นายจ้าง แบบที่รักแนนนี่เหมือนน้องสาวเลย ก็มีเยอะเหมือนกัน
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่ได้นายจ้างไม่ตรงกับที่ใจหวัง ก็มีเยอะเช่นกัน :) :)
#15bsbloverMay 25, 2010
เราเป็นแคร์กีฟเวอร์อยู่นะค่ะ
ปกติเราทำงานกี่ชม. โฮสก็นับแล้วก็จ่ายตามจำนวนนั้นเลย
เช่นทำงานวันละ 11 ชม. ก็จ่าย 11 ชม.
เรายังไม่เคยหางาน part time ทำเลย เพราะว่าแค่ทำกะโฮส
ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว (ทำเยอะก็ได้เงินเยอะด้วย)
ไม่รู้ว่า จขกท. อยู่มานานแล้วหรือยังค่ะ หรือว่าได้ Open work permit แล้วหรือยัง
เพราะถ้ายังไม่ได้เนี่ย ทำงานให้นายจ้างอื่นเนี่ย มันผิดกฎเน้อ (เว้นแต่แอบทำแล้วรับเป็นเงินสด)
ไม่รู้ว่าจะช่วย จขกท. ได้มากน้อยแค่ไหน
#16No1nannyMay 25, 2010
ขอบคุณค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อยากรู้จักเพื่อนคนไทยที่นี้ด้วยค่ะไม่ทราบว่าเป็นแนนนี่ที่ไหนค่ะตอนนี้ ใกล้ๆกันหรือเปล่า เมล์มาคุยกันบ้างนะค่ะ cindywellll@hotmail.com
#17bsbloverMay 25, 2010
อยู่ Calgary, Alberta ค่ะ เดี๋ยวแอ๊ดอีเมลไปนะค่ะ
#18kungnangMay 25, 2010
มาเป็นตัวแทนเพื่อนชาวแคร์กิฟเว่อร์ แชร์ประสบการณ์ต่อ ว่าด้วยเรื่องสัญญาจ้างงาน
เพื่อนพ้องชาวแคร์กิฟเว่อร์หลายท่านก่อนมาที่นี่รู้ดีว่า ขอบเขตของงานประมาณไหนขึ้นมาข้อตกลงที่เคยได้สัมภาษณ์กันไว้
และระบุในสัญญา แนนนี่ทุกท่านคงได้ประเมินศักยภาพของตนเองแล้วจึงได้ตกลงมา
หลายท่านพบว่ามาต้องทำงานกันจริง มักจะถูกเอาเปรียบเรื่องชั่วโมงการทำงาน
มักจะได้ทำงานเกินเวลาเรียกได้ว่าจนกว่านายจ้างจะอนุญาติให้ไปพักได้ ซึ่งจะเกินมาหลายชั่วโมงมากน้อยแล้วแต่ดวงท่าน ดวงดีก้อได้ค่าล่วงเวลาตามจริง โชคร้ายก้อต้องบอกว่านายจ้างได้จ่ายเหมาเป็นรายเดือนแล้ว ไม่สามารถมาเรียกร้องเอาเงินค่าล่วงเวลาอะไรได้อีก นี่คือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากเอเจนซี่หรือนายหน้า เมื่อเกิดปัญหาเขาจะบอกให้ทำไปเถอะ ต้องยืดหยุ่น เดี๋ยวถึงเทศกาลปีใหม่อาจได้เป็นของขวัญ ไม่จำเป็นต้องไปถามหรือเรียกร้องเอาเงินล่วงเวลา นี่คือคำตอบจากเอเจนซี่หรือนายหน้า ที่ไม่ตรงไปตรงมาตามสัญญาและกฏหมายคุ้มครองแรงงานที่ได้ว่ากันไว้ ในสัญญามักจะระบุจำนวนชั่วโมงไว้40-44ชั่วโมงไว้ก่อนกันเหนียว (ผลประโยชน์มักจะเอื้อแก่นายจ้าง) หากเกินนั้นก้อต้องจ่ายค่าเเรงเป็น ค่าล่วงเวลาซึ่งจะเป็นอีกราคานึงสูงขึ้น หลายท่านแชร์ประสบการณ์ให้ได้ทราบทำงานกันตามจริงไม่เคยน้อยกว่า 50-60ชั่วโมง
หลายท่าน(ท่านเอเจนซี่ท่านนายหน้าหาแนนนี่เข้าเมืองแคนาดา)ท่านก้อจะตอบปัดความรับผิดชอบ สัญญาที่เคยบอกว่าแจ้งรายละเอียดแก่ทางนายจ้างแล้วหากทำงานล่วงเวลาต้องได้รับค่าจ้างล่วงเวลาตามจริง
ต้องขอบอกจากใจของเพื่อนแนนนี่ว่าทำงานวันละสิบชั่วโมง สิบสองชั่วโมง แต่จ่ายจริงแค่แปดชั่วโมง อย่างนี้ทุกวัน ค่าแรงใช่จะมากมาย อย่างในเขตออนตาริโอ 10$ต่อชั่วโมง นี่คือความไม่โปร่งใสตามสัญญา จึงขอฝากข้อคิด โดยปรกติคนไทยเรามักจะเป็นคนที่มีน้ำใจชอบช่วยเหลือ แต่พอได้ทราบข้อมูลที่ท่านต้องถูกเอาเปรียบอย่างนี้ แล้วเอเจนซี่ไม่รับผิดชอบ เลยต้องขอเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ให้แก่ท่านที่กำลังตัดสินใจ อยากมาได้ทราบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมาถูกเอาเปรียบจากเอเจนซี่และนายจ้างที่บางครั้ง ทำไปโดยไม่อยากจ่ายจริงๆหรือบางท่านก้อบอกท่านไม่รู้จริงๆว่าต้องจ่ายเงินค่าล่วงเวลา นึกว่าเหมารายเดือนไปแล้ว ก้อถือว่าเป็นสมบัติฉันจะใช้สอยเมื่อไหร่ก้อได้ดั่งใจ นี่คือข้อเท็จจริงที่เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ต้องศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจมาอยุ่ในฐานะลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง จากเพื่อนแนนนี่กลุ่มนึงที่อนุญาติให้นำมาเผยแพร่
ยังงัยโปรดติดตามตอนต่อไป
#19bsbloverMay 26, 2010
เราว่ามันน่าจะอยู่ที่การคุยกันกับโฮสก่อนที่จะแมชนะ
อย่างเราโฮสไม่ได้บอกว่าจะให้ทำโอที แต่พอใกล้เดินทาง
เค้าก็อีเมลมาถามว่า โอเคไม๊ถ้าจะต้องทำโอทีบ้าง ซึ่งแน่นอนเค้าก็จ่ายเงินให้ตามกฎ
เราว่าจะโทษเอเจ้นซี่อย่างเดียวก็ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะเราเลือกเอง เราเลือกที่จะคุยกับโฮสเอง
เราได้ตกลงและได้ถามโฮสรึเปล่า แล้วรับได้กับการเหมาจ่ายนั้นไม๊ บางคนก็รับได้ บางคนก็รับไม่ได้
เปลี่ยนโฮสก็มี
มันเป็นธรรมดาของเอเจ้นซี่ ที่จะบอกแต่ข้อดีซะส่วนใหญ่ เพราะมันเป็น Business
เหมือนการขายของแหละ ส่วนใหญ่ก็จะบอกแต่ข้อดี ข้อเสียก็เว้นไว้ ไม่งั้นเค้าจะขาย Service ได้อย่างไรกัน
เราก็ค่อนข้างผิดหวังกับเอเจ้นของเรา ในหลายๆ เรื่อง แต่ในเมื่อตัดสินใจมากับเค้าแล้ว ก็ต้องยอมรับ
บางสิ่งบางอย่าง เราก็สามารถหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึงเอเจ้น (แล้วจะจ่ายเงินให้เค้าทำไม เนอะ)
ยังไงเราก็แค่อยากจะเข้ามาบอกว่า ทุกอย่างมันมีสองด้านให้มองเสมอ ไม่ใช่แค่ด้านดีอย่างเดียว
อะไรที่พึงพาเอเจ้นได้ ก็พึงพา อะไรที่ไม่สามารถก็ถือซะว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"
มีปัญหาอะไร ก็ค่อยๆ แก้ กันไป
สู้ๆ ค่ะ ;D
#20No1nannyMay 26, 2010
ดีค่ะทุกคน
พอพูดถึงเรื่องนายจ้างใช้งานเราเกินชมแต่ไม่จ่ายนี้นะค่ะ ก็ไม่ทราบว่าที่ออนตาริโอเจอกันขนาดไหน ที่นี้ย้ายมาจากแวนคูเวอร์ค่ะ ที่นั้นก็มีค่ะ แต่ก็มีครอบครัวดีๆที่จ่ายเราดีค่ะ ส่วนมากครอบครัวที่เอาเปรียบเราก็ไม่อยากทำงานด้วย แต่ถ้าคิดว่าไม่ไหว ก็ร้องเรียนได้เลยค่ะ เคยทำมาแล้วกับครอบครัวแรก เอาเปรียบ ทรีทเราเหมือนทาส ด่าว่า ไล่เราออกจากบ้าน ตอนแรกไม่คิดจะร้องเรียนค่ะ แต่คิดไปคิดว่า เราต้องทำงานวันละ สิบสามชม แต่จ่ายแปด แล้วทำหกวันแต่จ่ายห้าวัน แทนที่จะทรีทเราดีหน่อย ด่าว่าเราทรีทเราเหมือนทาสก็เลยร้องเรียนค่ะ ได้คืนทุกบาททุกสตางค์ค่ะ ค่าโอก็คิดแบบโอล่วงเวลาหรือวันหยุดโอ โดยติดต่อไปที่ Domestic Worker ของพื่นที่นั้นๆค่ะ เขาจะดำเนินการให้ทุกอย่างค่ะ แล้วรออยู่เฉยๆ เขาก็โทรมาบอกให้เราไปเอาเช็คที่นายจ้างเราจ่ายค่าล่วงเวลาเราค่ะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้นค่ะ เป็นหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่ หรือออกจากบ้านนายจ้างไม่มีที่พัก เขาก็ช่วยเราให้ที่พักให้ฟรีสำหรับแรงงานที่มี work permitt ค่ะ ตอนนี้รู้สึกสะใจค่ะ ไม่ได้อยากได้เงินก้อนนั้นเท่าไรค่ะ ใช้งานเรามากขนาดนั้น แต่ทำไมยังทรีทเราแย่มากๆ คนที่แนะนำให้ร้องเรียนบอกว่า ให้เขารู้ซะบ้างว่าเราไม่ได้โง่นะค่ะ ( How smart you are )
#21kungnangMay 26, 2010
ก่อนอื่นก้อต้องขอเรียนให้ผู้อ่านกระทู้ทุกท่านทราบถึงเจตนารมย์ของผู้เขียนตอบกระทู้นะคะ
ว่านี่เป็นการแชร์ประสบการณ์ของเพื่อนแคร์กิฟเว่อร์ ที่เคยมาอยู่ก่อน เพื่อให้รุ่นน้องได้มีข้อมูล ในการตัดสินใจ ในการรู้ข้อเท็จจริงหลายๆด้าน ก่อนที่ที่จะตัดสินใจมา รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ขอให้ประสบการณ์รุ่นพี่ ได้เป็นอุทาหรณ์ ได้เป็นความรู้ที่เพื่อนกลุ่มนี้อยากเล่า ก้อหวังว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้ที่คิดจะมาเป็นลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์น่ะค่ะ ข้อมูลด้านดีก้อมีหลายท่านเคยชี้แจงไว้แล้ว ข้อมูลด้านมืด ก้ออยากนำมาเล่าให้กระจ่าง จะได้รู้เท่าทันตามความจริง
:-*ต้องขอขอบคุณ K.No1Nanny ที่ได้แชร์ข้อมูลให้แก่เหล่าแนนนี่ ที่เคยมีปัญหานี้และกำลังประสบปัญหาอยู่ ได้มีทางเลือกในการจัดการกับปัญหา
สำหรับวันนี้ ขอว่าด้วยเรื่อง สองปีที่รอคอยอาจไม่ใช่สองปี อย่างที่คิดนะจ้ะ จะบอกให้
อย่างที่พวกเราเหล่าเเนนนี่รู้ๆ กันเรารอวันที่เป็นไท ก้อตามพันธสัญญาทำงานครบสองปีเต็มเมื่อไหร่ เราเหล่าลิฟอิน แคร์กิฟเว่อร์ก้อสามารถขอสมัครพีอาร์ได้ ขอบอกว่าเส้นทางสายนี้ในบางเคสอาจยาวนานกว่านั้นค่ะ ถึงจะต่อให้รักงานนี้แค่ไหนทุกคนต่างก้ออยากหาทางเลือกที่ดีกว่าเดิมเสมอ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น ;D จริงปล่าว
ไม่ว่าจะด้วยเกิดการขอเปลี่ยนนายจ้าง หรือด้วยนายจ้างขอให้เราออกไป ไล่ออกไป เราหนีไป อะไรก้อแล้วแต่ มันจะเกิด ช่วงว่างแห่งเวลาขึ้นมาทันที กว่าจะหานายจ้างใหม่ได้ เรฟเฟอร์เร้นดีๆมีไหมยิ่งถ้าออกมาแบบมีปัญหากัน ก้อยิ่งยาก เออจนซี่นะหรือได้เงินค่าคอมแล้วก้อแล้วไป อย่าได้หวังว่าจะรักษาสัญญาเกิดอะไรขึ้นเราจะช่วยท่านตลอด ดูแลให้ท่านได้รับความเป็นธรรมหวานมากก่อนได้เงินค่าคอมมิชชั่นไป
ไหนจะเสียเวลาหานายจ้างใหม่ หรือรอแมทใหม่ ไหนจะต้องรอใบสัญญางานฉบับบใหม่ นี่จึงเป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้เหล่าแนนนี่ ทนๆๆอยู่ไปถึงต้องอึดอัดแค่ไหนเพราะเพียงอยากให้ ผ่านสองปีไปเท่านั้น ยกเว้นรายที่ไม่ไหวจริงๆ หรือตอบสนองเขาไม่ได้อย่างใจแล้วเขาเชิญให้ออกก่อน หลายๆเคสที่เวลาต้องโดนให้ออกจากบ้าน นายจ้างเขาใจดำมากๆ ให้ออกจากบ้านในชั่วโมงนั้น วันนั้น ไม่มีจะช่วยยกกระเป๋า :P :'(
หรือไปส่งแต่อย่างใด :'( คนไรตัวขาวใจดำ เน้อ
บางเคสทำสัญญากันสองปีดิบดี แต่ลูกนายจ้างอยู่ในวัยที่ไปโรงเรียนแล้ว เกิดอยากเลิกกระทันหันเหลือแค่ไม่ถึงเดือนก้อใจดำไม่ให้ทำต่อ เกิดการต้องได้หานายจ้างใหม่ต้องได้ย้ายเมืองไปอยู่กับนายจ้างใหม่ก้อมีซึ่งกระบวนการทำสัญญาจ้างใหม่ก้อกินเวลาหลายเดือนอยู่
หลายเคสดวงไม่ดีต้องเปลียนนายจ้างบ่อยๆๆ ก้อต้องทดเวลาเพิ่มเข้าไปอีกจึงเป็นที่มาของคำว่า สองปีอาจไม่ใช่สองปีอย่างที่หวังกันอยากให้เพื่อนรุ่นหลังเตรียมใจกันไว้ด้วยถ้าใครเกิดความคาดหวังในเรื่องของเวลา อิสระภาพของท่านนั้นก้อต้องยืดออกไปตามสถารณ์การที่ท่านไม่ได้คิดหวังกันมาก่อน >:(ซะงั้น
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยกฏหมายคุ้มครองแรงงานของลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ ไม่มีการรับค่าจ้างแบบเหมาจ่ายแต่อย่างใดกฏหมายระบุไว้เลยว่าให้ได้รับค่าจ้างต่อชั่วโมงที่ทำตามจริงถ้าทำงานเกินที่ระบุในสัญญาจ้างต่อรายสัปดาห์ ก้อต้องได้รับค่าเเรงเพิ่มตามจริง ชั่วโมงที่สี่สิบห้าขึ้นไปจะได้รับค่าเเรงเป็นราคาเท่าครึ่งของเรทปกติ หากเพื่อนท่านยังได้รับข้อมูลไม่จริงตามนี้ ในกรณีเหมาจ่ายให้พึงระวังไว้ว่าท่านกำลังจะถูกเอาเปรียบจะโดนใช้งานแบบโนทามลิมิท รักนะจึงบอกให้ :-* :-*
#22bsbloverMay 28, 2010
ขอบคุณ คุณ No1Nanny มากๆ เลยนะค่ะ สำหรับข้อมูล
เพราะยังมีเพื่อน Nanny บางคนที่ยังถูกโฮสแฟมิลี่เอาเปรียบ
ไว้จะไปบอกให้เค้าเข้ามาอ่านดูในบอร์ดนี้
ขอบคุณ จขกท. นะค่ะ มันก็เป็นประโยชน์สำหรับข้อมูลจริง
สำหรับคนที่คิดจะมาโครงการนี้ อย่างน้อยก็เป็นอีกด้าน ที่สะท้อนให้เห็น
อย่างที่บอกค่ะ อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียว
ตั้ังใจรออ่านนะค่ะ
#23moo_2010May 28, 2010
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่นำมาแชร์ให้กันฟังนะคะ
อยากทราบว่าเอเจนซี่ ที่คุณเล่าให้ฟัง ชืออะไรค่ะ เผือข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ แนนนี่ไทยอีกหลายคนที่เค้าตัดสินใจมาทำงานที่แคนาดา
#24ThaigirlMay 29, 2010
เพิ่งรู้ว่าเวบบอร์ดนี้มีไทยเกิร์ลอยู่ 3 คนแน่ะ Thaigirl, Thai Girl, Thai_girl เอาไงดีหนอ ใคร ๆ ก็อยากจะชื่อไทยเกิร์ล :)
#25nana01May 29, 2010
:) :) :) :)
#26krongkanMay 31, 2010
สวัสดีค่ะ ชื่อจูนนะคะ กำลังจะไปเป็นแคร์กิฟเวอรืที่ออตตาว่าค่ะ จะบินวันพุธนี้ค่ะ เลยมาแนะนำตัว จะไปอยู่แถว Decona terrace นะค่ะ มีใครอยู่แถวนั้นบ้างมั้ยคะ หรือว่าอยู่ใกลแถวนี้บ้าง มาทักกันได้นะคะ อีเมลจูนนะคะ junena_2007@hotmail.com อยากมีเพื่อนนะค่ะ กลัวไปแล้วไม่เจอคนไทย
#27kungnangJun 01, 2010
อยากรบกวนคุณ No1Nanny ตรวจสอบจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ไปยัง HRSDC เพื่อความแน่นอน ทราบมาว่าในเขตออนตาริโอต้องทำไม่น้อยกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถึงจะแอพพลายพีอาร์ได้เมื่อทำงานครบสองปีน่ะค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาเสียโอกาส ด้วยความห่วงใย
#28kungnangJun 01, 2010
ว่าด้วยเรื่องรูปแบบและกลยุทธ์ของเอเจนซี่
รูปแบบนั้นพอจำแนกคร่าวๆ ได้สองประเภทนะคะ
คือแบบบริษัท และ แบบบุคคล
แบบบริษัทนี้มีทั้งที่ติดต่อได้ตามออฟฟิสจริง และมีแค่ตามเวปไซด์ต่างๆ
แบบบุคคลนี้ ก้อมีตั้งแต่นายหน้า ไปจนถึงเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน ติดต่อหาครอบครัวให้กัน
กลยุทธ์ก้อคือการจูงใจต่างๆนาๆ ข้อดีทั้งหลายทั้งปวงที่คุณจะได้รับถ้ามากับเรา อยากให้ตรวจสอบข้อมูลกันให้ดี มีเพี้ยนๆหลายข้อมูล
อย่างบอกเรียนภาษาฟรี ขอบอกว่าไม่จริงตราบเท่าที่สถานะคุณไม่ใช่พีอาร์ ต้องเสียเงินเหมือนวีซ่านักเรียน วีซ่าท่องเที่ยวนะจะบอกให้
รักษาฟรีอันนี้ไม่เหมือนเมืองไทยที่ครอบคลุมค่ายา นี่คือฟรีเฉพาะค่าตรวจ ค่าวินิจฉัยโรคแค่นั้น หากต้องรักษาผ่าตัดนอนโรงพยาบาลนี่ฟรี แต่ถ้าเป็นยาก้อต้องซื้อตามร้านขายยาตามใบสั่งแพทย์
อพยพพ่อแม่พี่น้องมาได้เลยเมื่อครบสองปี ประมาณว่าแอพพลายพร้อมกัน นี่ก้อขอบอกว่าไม่จริง จะได้เฉพาะคู่สมรสเท่านั้น พ่อแม่ มาได้ทีหลังซึ่งต้องมีเงินจำนวนหนึ่งสปอนเซ่อร์มา และระยะเวลาจะได้อนุมัติก้อหลายปีอยู่ ส่วนน้องสาวน้องชายนี้ ยิ่งยากใหญ่ถ้าอายุเกินสิบแปดแล้ว
รวมไปถึงการอ้างว่าถ้ามีปัญหาใดๆขณะอยู่ที่นี่จะช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่ไม่มีความสุขกับครอบครัวนายจ้างก้อจะเปลี่ยนครอบครัวให้ ไม่มีเงือ่นไข มีบ้านพักรับรองให้ขณะรอรีแมช
พอเอาเข้าจริง ตราบใดที่นายจ้างยังอยากใช้งานอยู่อยากเปลี่ยนก้อจะโดนหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งแปด มาให้ยอมโดนเอาเปรียบอยู่อย่างนั้น แต่ถ้ากรณีนายจ้างไม่ปลื้มนี่ ก้อเตรียมโดนว่าให้เจ็บๆจากเอเจนซี่ สารพัด จะประนามว่าแนนนี่ไม่ดีพออย่างนั้นอย่างนี้ไม่เคยถามว่าแนนี่รู้สึกอย่างไร อยากให้ช่วยเหลืออย่างไร ทั้งที่เงินก้อนโตเอาของแนนนี่ไปแล้ว แต่ไม่สามารถทำงานให้แนนนี่ได้ อย่างที่แนนี่ต้องการ อย่างแนนนี่ต้องการครอบครัวแบบไหน งานอิสระหรือต้องอยู่โยงกะนายจ้างตลอดวัน อันนี้แล้วแต่จะถูกยัดเยียด ในกรณีต้องมีการเปลี่ยนครอบครัว แนนนี่เลือกหน่อยไม่ได้โดนด่า จะมาจำกัดอะไรแบบนั้นแบบนี้ นายจ้างมีโปรไฟล์เต็มมือให้เลือก ทั้งที่จ่ายค่าคอมมิชชั่นน้อยกว่าเป็นเท่า บางรายนี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำไป บ้านที่จะให้พักตอนรอรีแมชนี่ นี่ไม่ใช่อยู่ฟรีๆนะต้องทำงานบ้านแลกให้คุณเธอ ถูกแนนนี่ที่บ้านคุณเธอ(เจ้าของเอเจนซี่)ข่มอีกแนะเป็นผู้ช่วยแนนี่อีกทีว่างั้นเถอะนั่นแหละถึงไม่มีใครอยากไปอยู่ นี่ขนาดว่าเสียค่าคอมให้เธอเป็นแสนๆแล้วนะ
นี่คือรูปแบบและกลยุธ์ของเขาล่ะ ตอนต่อไปจะว่าด้วยวิธีการทำงาน ราคาคอมมิชชั่น และการให้บริการของเอเจนซี่
หวังว่าจะพอตอบคำถามคุณไทย-เกิร์ลได้บางส่วน เอเจนซี่ก้อคือเอเจนซี่ อย่างที่เพื่อนแนนนี่เข้ามาแชร์ไว้ ธุรกิจ ผลประโยชน์ โกยเงินไว้ก่อน เกิดอะไรขึ้นก้อแค่อ้างว่าแนนนี่นั่นแหละทำตัวมีปัญหาเอง เพราะฉะนั้น เอเจ้นไม่จำเป็นที่จะต้องมาแก้ปัญหา แต่อย่างใด ดูมันเล้วจริ้ง รู้หน้าไม่รู้ใจ เกิดปัญหาขึ้นเมื่อใดท่านก้อจะรู้ได้ด้วยตัวท่านเองเอเจนซี่ไหนดี ไม่ดี ท่านก้อต้องหาข้อมูลให้แน่น ปากต่อปาก ในเวปนี้ก้อมีหลายท่านที่เคยโพสชื่อไว้แล้วหาอ่านดูทั้งแนนี่ไทยและสาวปินส์ต่างเสียรู้กันมาแล้วแต่ที่ไม่ได้โพสชื่อไว้ ก้อไม่ใช่จะวางใจได้ ยังไม่เกิดกับใครใครไม่รู้
และนี่ก้อคือประสบการณ์แย่ๆของเพื่อนกลุ่มนึงที่ได้มาแชร์ ให้ฟัง
ยังมีอีกหลายหลากที่ต้องเจอะเจอไว้ ค่อยทยอยเล่าไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นข้อมูลนำทางแก่เหล่าผู้ที่จะมาเป็นลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์คนต่อๆไปได้รู้เท่าทัน เตรียมใจไว้กับสิ่งที่ท่านไม่คาดคิดว่าต้องมาเจอะเจอ
#29TanyaJun 01, 2010
ปรกติทำงานกันก็รับเป็นชั่วโมงนะค่ะ
แต่การหยืดหยุ่นมีน้ำใจ ขาดเิกินสิบ สิบห้านาที บ้าง เป็นปรกติ
แต่ถ้าทำงานนอกเวลาก็ควรได้รับเงินพิเศษค่ะ ปรกติก็เท่าครึ่งของเงินเรทปรกติค่ะ ซึงรายได้นี้ก็จะต้องหักภาษีทั้งหมดค่ะ
งานนอกเวลาทำไม่ได้นะค่ะ ถ้าเกิดว่าถูกจับนี้ ถูกส่งกลับไทยได้เลยค่ะ
ถ้าเป็นพวกลิฟเอ้าทืตอนนี้ก็อยู่ราวๆ สิบสองเหรียญอัพนะค่ะ
#30TanyaJun 01, 2010
สำหรับออนาตาริโอ full time คือ 30 ชั่วโมงขึ้นไป หากได้ทำ 35 ชั่วโมงก็คือยังคงเป็น full time อยู่นะค่ะ แต่ได้เงินน้อยลงกว่าเดิม หากเคยทำ 40 หรือ 45 ชั่วโมงมานะะ อันนี้จะไมถูกใจเท่าไหร่ เพราะเราเคยทำมากชั่วโมงและได้เงินแต่ตอนนี้ทำน้อยชั่วโมง ได้น้อยลง
#31kungnangJun 01, 2010
ในเวปไซด์ HRSDC ระบุจำนวนแมกซิมั่มของชั่วโมงต่อสัปดาห์ไว้ เพื่อความแน่นอนอยากให้โทรไปตรวจสอบกับทาง HRSDCโดยตรง เพราะเคยมีกรณีตัวอย่างสาวปินส์มาแล้วทำงานครบสองปีจะไปแอพพลาย ทางกระทรวงแรงงานติงมาว่าชั่วโมงงานน้อยไป จึงเป็นปัญหา ทางผู้ตอบกระทู้ไม่แน่ใจเรื่องตัวเลขจำนวนชั่วโมง ได้ข้อมูลอย่างไรนำมาแชร์กันนะคะ คุณ No1 nanny
จะได้ยินคำแปลกๆจ้างฟูลทามรายเดือน ??? ??? ฟูลทามไม่บอกชั่วโมง ??? ??? เวลาทำงานก้อต้องเฟลกซิเบิ้ลฉันเหมาคุณต่อเดือนแล้ว นี่แต่ละบ้านก้อฟูลทามต่างกันอย่างบางบ้านเวลาทำงานเขาก้อต่างกันกลับบ้านค่ำมืดต่างกัน คือบอกเวลาเริ่มงานได้หกโมงเจ็ดโมง แต่ไม่บอกเวลาเลิกงาน อ้างเฉไฉไปว่าเลิกก้อหลังกินข้าวเย็น ล้างถ้วยชามเก็บกวาดเรียบร้อยก้อเลิกงานได้ หลายคนมาเจอเข้าจริงทุ่มสองทุ่มยังไม่ได้เลิกงาน นี่ก้อก้อจะเป็นศัพท์เฉพาะอีกคำหนึ่งที่แนนนี่ต้องเรียนรู้ ปกติจะระบุเป็นจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไว้หากเกินนั้นก้อต้องจ่ายเป็นค่าล่วงเวลา อย่ามาทำแถ ;D ;Dอิอิอิอิ ระวังไว้รอบครอบไว้เวลาต้องโดนสัมภาษณ์ เวลาทำสัญญา นี่ก้อรักดอกจึงบอกมาอีกที :-* :-* :-*
#32TanyaJun 01, 2010
การยื่นเรื่องขอพีอาร์ในฐานะแคร์กิฟเวอร์
ตั้งแต่ 1 เมษายน 2010 กฏหมายการขอพีอาร์ของแคร์กิฟเวอร์ได้รับการพัฒนาขึ้น โดยสรุปคือ
หลังจากแคร์กิฟวเอร์ เข้ามาแคนาดาได้สี่ปี (แทนจากสามปี ) และภายในสี่ปีนี้ แคร์กิฟเวอรืทำงานได้ 24 เดือน หรือ 3900 ชั่วโมง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 22 เดือน โดยสามารถใช้ชั่วโมงที่ทำนอกเวลามารวมได้ แต่ไม่กิน 390 ชั่วโมง
หากมีตามนี้ก็ส่งเรื่องขอเป็นผู้อยู่ถาวรของแคนาดา (พีอาร์ คือ อยู่ถาวร ขอพีอาร์ได้ ก็คือขออยู่ถาวรในแคนาดาได้)
หลังจากทีเราส่งเรื่องไปแล้ว เราจำเป็นต้องรักษาสถานภาพ แคร์กิฟเวอรืของเราไว้ตามปรกติ จนกว่าเราจะได้พีอาร์ ซึ่ง ระยะเวลาการรอให้ได้พีอาร์นั้น เจ้าหน้าทีอิมมิเกรชขั่นก็บอกไม่ไ้ด้ว่านานแค่ไหน โทรไปถามเขาก็บอกไม่ได้ บอกแต่ว่า แต่ละคนแตกต่างกัน และช่วงตรวจสอบเอกสารก็เป็นช่วงเวลาทีแตกต่าง (แต่จากทีได้รู้จักบุคคลที่ได้รับพีอาร์ มีระยะเวลาการรอตั้งแต่ 1ปัเป็นต้นไป มีคนทีได้ในสิบสองเดือน จนถึง สิบแปดเดือนก็มี )
อย่างไรก็ตาม เราสามารถได้รับ ใำบทำงานอิสระ open work permit มาครอบครองก่อน ก่อนทีจะได้รับพีอาร์
ใบทำงานอิสระ อนุญาตให้เราทำงานอะไรก็ได้ทีปรารถนา ที่ไหนก็ได้ เพื่อเป็นการรอพีอาร์ ระะยะเวลาทีจะได้ ใบทำงานอิสระนัน มีระบุอยู่บนเว็บไซต์สามารถเช็คได้ที่ลิงค์นี้ http://www.cic.gc.ca/english/information/times/canada/process-in.asp ปัจจุับัน First stage approval อยู่ที่ 6-7 เดือน
เวลามีการปรับเปลี่ยนขึ้นลงตลอดเวลา เข้าไปเช็คได้ตลอดค่ะ
ใบอนุญาตทำงานอิสระนี้จะไม่ส่งมาให้กับคุณ ถ้าคุณไม่ขอ กล่าวคือ เวลาคุณส่งเรื่องขอพีอาร์ คุณจะต้องส่งใำบคำร้องขอใบทำงานใหม่ไปด้วย และจ่ายค่าธรรมเนียมการขอใบทำงานอิสระนี้ 150 เหรียญต่างหาก นอกเหนือไปจากคา่ขอพีอาร์รวมไปด้วย เพื่อเวลาทีเจ้าหน้าที่เปิดซองของคุณ เขาจะไ้ด้รู้ว่าคุณต้องการให้เขาออกใบทำงานอิสระส่งมาให้ไปก่อนค่ะ
พอได้ใบทำงานอิสระมา ก็สามารถทำอาชีพใดๆ ทีไหนก็ได้ รอพีอาร์ไปก่อน พอได้พีอาร์มา ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งปีหลังจากนั้น หรือ หกเดือนหลังจากนั้น ก้แล้วแต่บุคคลไป
พอคนทีได้พีอาร์มาแล้ว หากต้องการจะทำอาชีพเดิมทีตัวเองทำมา ก็ต้องขวนขวายไปเรียนเพิ่มเติม เพื่อทำตัวให้ได้มาตราฐานระดับของอาชีพที่แคนาดา เช่น หากใครต้องการเป็น ครู พยาบาล หรือ บัญชี ก็ต้องปฏิบัตตามเงื่อนไขเพื่อรับ Licence ของอาชีพนั้นๆ เช่น ระดับภาษาต้องได้เกณท์ืที่เขากำหนด ต้องผ่านการสอบ หรือต้องเรียนเพิ่มเติมตามที่ทางแคนาดากำหนด เพราะไม่มี่อาชีพใดทีเอา Licence จากไทยมาเทียบโอนได้เลยทันที แม้กระทั่งวิชาชีพหมอ เพราะแคนาดาเขาก็ถือว่าเขามีระดับมาตราฐานของเขา ใครอยากมาได้ Licence อาชีพน้น ๆของประเทศเขาก็ต้องทำตามมาตราฐานเขา หากใครทำได้ก็ได้ไป หากใครทำไม่ได้ก็ไม่ได้ไป บ้างคนถึงกับต้องย้อนไปเรียนใหม่ สี่ปี หรือ สองปี เพื่อเทียบเอาความรู้ใหม่ ก็ต้องยอม แต่นั้นคือ การให้ได้มาซึ่ง Licence ของที่นี้นะค่ะ
ตัวอย่าง ดิฉันทำอาชีพครูทีเมืองไทย สอนระดับมัธยม อยากเป็นครู การจะเป็นครูทีแคนดาาต้องไปเรียน teacher college 1 ปีสำหรับคนทีจบปริญญาตรีสี่ปีอย่างดิฉันมาแล้ว
ปัญหาคือ มหาวิทยาลัย ทีเปิดรับ teacher college มีจำนวนไม่มาก เท่ากับจำนวนคนทีอยากจะเข้าเรียน อย่างยูออฟโทรอนโท บอกหน้าเว้บเลยว่า หากไม่ได้จบแบบเกรียตินิยม ขออนุญาิตไม่หยิบใบสมัครดู
นอกจากระดับการเรียนเกรียตินิยมแล้ว ระดับ ภาษาอังกฤษจะต้องดีมาก หากจะสอนในระดับมัธยมจะต้องเลือกวิชาเองด้วย (พอดีจบเอกอังกฤษ แต่ภาษาอังกฤษเลี้ยงเด้กอยู่นานเลยไม่เก่ง เลี้งเด็กปอหนึ่งยังสอนดิฉันออกเสียงอยู่เลยค่ะ) รวมแล้วดิฉันก็ไม่ได้รับการเข้าเรียน teacher collage ของที่นี้
มันก็จะมี teacher college program ที่เีรียนทีบัฟฟาโล นิวยอร์ก เรียนหนึ่งปี จบไ้ด้ Licence ครูของนิวยอร์ก ทีสามารถ apply มาเป็นของ Ontario แล้วก็ได้ปริญญาโทไปด้วยนะค่ะ ราคาค่าเรียนต่อปีก็ไม่ต่ำกว่า 20,000 เหรียญอเมริกันค่ะ (เราเป็นผู้อยู่ถาวรแคนาดา หากไปเรียนอเมริกาเราก็ต้องจ่ายค่าเรียนอินเตอร์) มีคนแคนาเดียนข้ามไปเรียนเยอะ เพราะขับรถจากโทรอนโท ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ถึงทีเรียน มีหลักสุตรให้เรียนเย็นศุกรื เต็มวันเสาร์ และ ครึ่งวันอาทิตย์ หรือบางสถานศึกษาก็เรียน เลือกวันได้ใน weekday ดูเขาช่างจัดให้เป็นการศึกษาแบบเชิงการค้าไปแล้วนะคะ Niagara University ก็หนึ่งทีว่าว่ามีโปรแกรมนี้ค่ะ http://www.niagara.edu/teacher-education-masters-program/ (teacher licence + ปริญญาโท)
แน่นอน! จะไม่มีใครได้ทำงานที่ตัวเองทำมาก่อนเลย หากไม่มีการพัฒนาตัวเองเมื่อมาอยู่ในแคนาดา
#33kungnangJun 01, 2010
Yes, according to http://www.cic.gc.ca/english/department/media/releases/2009/2009-12-12.asp
Quote
Under the new measure, live-in caregivers would be eligible to apply for permanent residence after 3,900 work hours – the equivalent of working a standard work week for two years. Also, a portion of their overtime hours could count toward the work requirement and enable caregivers to apply for permanent residence sooner.
However, these are proposed changes as of December 12, 2009. The application guide for the live-in caregiver currently on the website is dated November 2009 so this is still not in effect.
This will also affect live-in caregivers with a shorter work week than the standard 37.5 hours (actually 40 hours if you take 2 weeks vacation per year). Currently, live-in caregivers in for example Ontario are considered full time if they work 30 hours or more so they have been applying after 2 years of 30 hours a week. Under the new scheme, they would need 2 and a half years to qualify, that is if they never take a vacation.
Logged
--------------------------------------------------------------------------------
PR=Permanent resident - TFW=temporary foreign worker
FSW=federal skilled worker - QSW=Quebec skilled worker
AEO=arranged employment offer - LMO=labour market opinion
CEC=Canadian experience class - PNP=provincial nominee program
อันนี้คัดลอกมาจากเวปอื่นอีกทีที่แนนนี่ต่างชาติเข้ามาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ ข้อเท็จจริงประการใดอาจต้องตรวจสอบไปยังอิมมิเกรชั่นอีกทีนะคะ
#34kungnangJun 01, 2010
เห็นป่าวค่ะ ตามลิ้งค์ อะไรดีๆที่แนนนี่ต้องได้ ตามกฏหมายใหม่นี้ นี่ไม่ได้อำนะ
Additional administrative changes to the program will also require employers of live-in caregivers to pay for:
•travel costs for live-in caregivers to come to Canada;
•medical insurance until live-in caregivers become eligible for provincial health coverage; and
•workplace safety insurance and any recruiting fees owed to third parties.
Employment contracts will have to spell out these employer-paid benefits. They will also have to include clauses clearly outlining job duties, hours of work, overtime and holidays, sick leave, and termination and resignation terms.
จะได้เคลียร์ๆกันเสียที ไม่ใช่อ้างบุญคุณนะคุณนายจ้าง คุณเอเจนซี่ที่รัก แต่เป็นการคุ้มครองแรงงานที่เหล่าแนนนี่ต้องได้มาโดยชอบธรรม
#35kungnangJun 02, 2010
ด้วยกฏหมายคุ้มครองแรงงานของแนนนี่ จะได้รับค่าแรงตามชั่วโมง ไม่ว่าอยู่ในเมืองใด แต่เรทอาจแตกต่างกันไป
ถ้าเกิดเจอประเภทที่ว่าเฟลกซิเบิ้ล ให้รู้ไว้เป็นนัยๆเลย ว่า มีการใช้งานเกินเวลาแน่ แล้วก้อจะไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลาด้วย เพราะตกลงแต่แรกแล้ว ว่ายืดหยุ่น นี่คือกลยุทธ์ในการเอาเปรียบ เพื่อนแนนนี่เจอมานักต่อนักแล้ว ครั้นจะไปฟ้องร้องเอาเงินก้อเกรงว่าจะต้องออกไปหานายจ้างใหม่อีก ทนอดอดทน กันไป เรื่องน้ำใจนี่หลายคนหลายคิด คนมาทำงานก้ออยากได้รับเงินค่าแรงตามความเหนื่อยจริง น้ำใจนี่คนไทยมีอยู่แล้ว เป็นชั่วโมงชั่วโมง ก้อช่วยเพราะเราคนไทยมีน้ำใจ แต่เรื่องที่ทำกันเป็นกิจวัตร ล่วงเวลามาวันละสองชั่ว สามชั่วโมงนี่ ถ้าคิดค่าแรง นี่จะถือว่าแนนนี่แล้งน้ำใจหรือเปล่า ลองคิดดูนะ คุณนายจ้าง คุณเอเจนซี่ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ไม่ใช่บอก ฉันให้อาหารเธอ ให้ที่พักเธอ ทำเอกสารให้เธอ ฉันต้องจ่ายแทกอีก สารพัด นั่นมันหักจากค่าแรงแนนนี่เห็นๆ อย่ามาหาผลประโยชน์หน่อยเลย
แปะลิ้งค์เรทค่าจ้าง แนนนี่ แต่ ณ ปัจจุบันค่าแรงที่ออนตาริโอ ขึ้นมาเป็น 10.25$ ต่อชั่วโมงแล้วค่ะ
http://www.rhdcc-hrsdc.gc.ca/eng/workplaceskills/foreign_workers/advertReq/wageadreq.shtml
#36goywaraphonJun 02, 2010
คือเรามาเป็นแนนี่ ก้อต้องศึกษาสิทธิ และ กฏหมายในเรื่องของแครกิฟเวอรให้เข้าใจคะ เพราะบางที่มันเปลี่ยนไปมทุกๆปี กฏหมายใหม่ก้อมีมเรื่อยๆๆ ข้อสงสัยส่วนมากเรื่องแนนี่จะเป็นเรื่องเดิมๆคะ คือเรื่องค่าแรง กะ ชั่วโมง การทำงาน เพราะว่าตอนแรกที่รับมาทำงานเซนสัญญากะนายจ้างนี้ เราตกตงกันไม่เคลียร เลยเกิดปัญญาหาตามมาให้หนักใจ
ก้อมีบางคนที่นายจ้างโกหกเรื่อง ชม มา ก้อมีอันนี้ถือว่าไม่ใช่ความบกพร่องของเรา ก้อควรหาที่ทำงานใหม่หรือต้องมีการคุยกันเพื่อการแก้ไข เพราะเราแนนนี่ไทย มีการศึกษากันทั้งนั้น ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆๆ คือเรื่องที่ว่าค่าแรงพารทไทม 15-20 ต่อ ชม อันนี้ เท่าค่าแรงพยาบาลเลยนะคะ เป็นไปไม่ได้คะ ที่ว่าทำงานสิบสองชม จ่ายแค่แปดชม ก้อผิดกกหมายคะ ถ้าสาวฟิลิปปินสว่ามาอย่างนั้น ก้อคงเป็นเพราะเค้าทำงานโดนไม่ศึกษาสิทธิจิงๆ หรือปิดหุปิดตทำงานไปเพื่อไม่ให้โดนไล่ออก อันนี้ก้อมีหลายกรณีคะ เราแนนนี่ ทำไม่เกิน 45 ชม คะ จ่าย 10.25 ต่อ ชม เกินนี้ จ่ายโอทีคะ และไม่มีสิทธ ไปทำพารทไทม ที่ไหนกะนายจ้างคนอื่น ถ้าจับได้ โดนให้ออกนอกประเทศแคนาดาทันทีคะ ไม่มีสิทฺเรียนอะไรที่เกิน หกเดือนคะ คือคนที่เค้าทำพารทไมมาคือ แอบทำคะ ถ้าอยากให้เปนไปตามกก ก้อเล่นที่กฏ คะ คงจะช่วยได้ไม่มากก้อน้อยนะคะ
#37TanyaJun 03, 2010
มีอีกเวบไซต์มาช่วยแจมค่ะ
http://www.live-in.ca/mobility_rights.php เป็นเว็บ Canadian Caregivers Association มีข้อมูลทีน่าสนใจ และ เป็นประโยชน์ต่อ ลิฟอิน แคร์กิฟเวอร์ค่ะ สิทธิ์ ต่างๆ รวม เรื่องพีอาร์ ขอซิตี้เซ่นไปนั้นเลย
แต่จะพบว่าข้อมูลบ้างจุดยังไม่ได้ปรับใหม่ ตาม 2010 เช่น การขอพีอาร์ เลื่อนเพิ่มเวลาให้สะสมได้สี่ปี ซึงหน้าเว็บจะยังเป็นสามปี อยู่ เป็นต้น แต่โดยรวม เนื่องหากเป็นทีน่าสนใจ
เนื่องในเดือน เมษายน ปี 2010 นี้ มีกฏหมายเกียวกับลิฟอินแคร์กิฟเวอรื ปรับใหม่หลายอย่าง
1. ค่าเดินทางของแนนนี่ เพื่อ เข้าบ้านนายจ้าง
ในฐานะนายจ้าง จากทีไม่เคย ต้องจ่ายค่าเดินทางของแนนนี่เพื่อเข้ามาทำงานที่บ้านของตัวเอง ก็ต้องจ่ายแล้ว นับต้งแต่ หนึ่งเมษายนเป็นต้นไป กล่าวคือใครที่ได้แม็ทช์หลังจากนั้นนี้ นายจ้างต้องออกค่าตั่วให้แน่นอน ใครทำเอกสาร LMO สงไปก่อนหนึงเมษายน 2010 นายจ้างก็รอดตัวเรื่องค่านี้ไป
ค่าเดินทางในทีนี้ รวมทั้ง แนนนี่ นอกประเทศและในประเทศ ถ้านอกประเทศ ก็ต้องจ่ายค่าตั่วให้แนนนนี่ ถ้าในประเทศก็ต้องจ่ายค่ารถเมล์ รถไฟ หรือ แท็กซี่ ให้แนนนี่ กันไปนะค่ะ
2. ต่อมาก็ค่า worker compensation แปลไทยคือ ค่าประกันอุบัติเหตุทีเกียวเนื่องจากการทำงาน การเป็นแคร์กิฟเวอร์ สามารถทำงานได้ ทั้งดุแลเด็ก และ คนชรา จะพบปัญหาว่า แคร์กิฟเวอร์หลายคนทีได้ทำงานในฐานะคนดูแลคนชรา ทีจะต้องยกคนชรา หรือ คนป่วยตลอด ทำให้สุขภาพของแคร์กิฟเวอร์ คนนั้นๆ แย่ลงไปด้วย ปวดหลัง ปวดขา กรณีคนชราบ้านนันๆ ซือเครื่องข่วยยกจากเตียง หรือ เคร่องผ่อนแรงก็ดีไป แต่อย่างไรก็ดี แคร์กิฟเวอร์ก็ต้องช่วยพยุง เป็นงานทีหนัก หลัง ขา จะป่วย ดังน้นบ้างคน ปวดหลัง ปวดขา มากๆ ทำงานไม่ได้ ก็สามารถเคลมเงินจาก worker compensation ออกมาใช้ได้ ค่า worker compensation นี้ แต่ก่อน รัฐบาลไม่ได้บังคับว่า นายจ้างจะต้องจ่าย ให้ถือตามความสมัครใจ แต่ว่าตอนนี้บังคับแล้ว ซึ่งค่า worker compensation นี้จะจ่ายกันเป็นเรทรายปี เพราะเป็นประกันชนิดหนึ่งให้ลูกจ้าง โดยคำนวณจากเรท รายได้ของลูกจ้างต่อปี
3. ค่าประกันสุขภาพก่อนทีประกันสุขภาพของรัฐจะครอบคุลม เนื่องจากการเป็นแคร์กิฟเวอร์นี้ เราเสี่ยเงินภาษีการทำงานให้กับรัฐ ดังนั้น เราจะได้รับการคุ้มครอง เรื่องประกันสุขภาพอยู่แล้ว เป็นการประกันสุขภาพทีทางจังหวัดจัดให้ แต่ เราจะได้รับการคลุมครองนี้ ก็ต่อเมื่อเรามาอยู่ในจังหวัดนั้นๆ ได้ 90 วัน (แนนนี่ทีมาถึงแคนาดาแล้วก็รีบไปทำบัตรประกันสุขภาพจังหวัดเลย สามารถไปทำได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอให้อยู่แคนาดามาเก้าสิบวันนะคะ แต่ว่าพอไปทำแล้ว บัตรเขาจะออกให้และระบุว่าบัตรมีผลบังคับใช้ได้ก็คือวันที่เราอยู่ในแคนาดามาได้เก้าสิบวันไปแล้วนะค่ะ)
ที่นี้ก็จะมาถึงบทที่ว่า แล้วเก้าสิบวันก่อนที่ประกันสุขภาพจังหวัดจะครอบคลุมนั้น เราจะมีประกันสุขภาพอะไรดูแล หากเป็นแต่ก่อน แคร์กิฟเวอรืก็จะต้องรับผิดชอบ ซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวกันมาเอง รัฐบาลแคนาดาไม่ได้บังคับให้แคร์กิฟเวอร์ทุกคนต้องซื้อ เป็นการทำตามความสมัครใจ แต่ปัจจุบันนี้ นายจ้างจะต้องรับผิดชอบค่านี้ให้
ในมุมมองแล้ว ไม่มีใครเป็นหนี้บุญคุณใคร ต่างคนก็ต่างทำงาน น้ำพึงเรือเสือพึ่งป่า
ในมุมมอง ของดิฉันต่อนายจ้าง นายจ้างต้องการแนนนี่ไปทำงานดูแลลูก เพือตัวเองจะได้ออกไปทำงานได้เงินที่มีรายได้ทีสุงกว่า ดีกว่า เอามาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และ ได้คนมาดูแลบ้าน และลูก ทีไว้วางใจได้ ทำให้ชีวิตของเขาดำเนินไปได้ด้วยดี เขาก็จ้างแนนนี่ สำหรับแนนนี่ แนนนี่แน่นอน ก็อยากได้เงิน อยากได้โอกาสอพยพสู่แคนาดาและ อื่นๆ ก็ต้องทำงาน ก็ไปทำงานเป็นแนนี่ เลี้ยงดูลูกเขา ทำงานดูแลบ้าน ทำอาหาร แนนนี่ทำงานก็ได้เงินตอบแทน ไม่มีใครเป็นบุญคุณต่อใคร
กฏหมายกำหนดว่าต้องให้อะไร และโฮสต์จัดให้ทุกอย่าง ไม่ผิดไป ก็คือถูกต้อง นายจ้างเองแหละทีติดบุญคุณเรา เพราะถ้าไม่มีเรา เขาจะไม่สามารถไปทำงานได้ ดังนั้ ต่างคนต่างพึ่งกันละกัน หากนายจ้างใด คิดว่า ตัวเองเป็นนายบุญคุณ นายจ้างนั้นก็ไม่ใช่ผู้ประเสริฐ เพราะต่างฝ่าย ต่างอยู่ด้วยกัน เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายมากกว่า
สำหรับเอเจนซี่ ดิฉันก็เข้าใจว่า เอเจนซี่คือ ทำงานเป็นธุรกิจ เอเจนซี่ไม่ใช่มูลนิธิ หรือ สมาคม ไม่ได้ทำงานฟรี ขายของ ทีดิน รถ บ้าน ประกัน หรือแม้แต่โปรแกรมลดความอ้วน เพิ่มความผอม เอาไม่ต้องของใหญ่หรอก ขายเครื่องสำอางค์แคตตาลีอคนี้ ก็ได้เงินค่าคอมมิชชั่น ไม่มีใครทำงานฟรี การจะได้ค่านายหน้า กี่เปอร์เซ็นต์อย่างไร นั้นก้เป็นฝ่าย ธุรกิจ ตัวอย่าง ใบสมัครออแพร์ หกพันบาท หากแนะนำคนมาได้ จะให้ค่านายหน้าหนึ่งพันห้าร้อยบาท หรือ สองพันบาท นั้นก็เป้นแล้วแต่นโยบายการบริหารของเอเจนซี่ เอเจนซี่คือธุรกิจ
ผุ้ใช้บริการเอเจนซี่ กับ เอเจนซี่ ต่างก็ไม่มีบุญคุณต่อกัน ต่างก็พึงพากัน เพื่อให้จุดประสงค์ตัวเอง บรรลุจุดหมาย คือ เอเจนซี่ ให้บริการเพื่อแลกกับเงิน และ ผุ้ใช้บริการได้รับบริการตามการตกลง หากเอเจนซีใด คิดว่าตัวเองคือนายบุญคุณของผุ้ใช้บริการ นั้นก็คือเอเจนซี่ทีไม่ประเสริฐ เช่นเดียวกับ นายจ้างทีคิดว่านี้คือบุญคุณ
อย่างไรก็ดี จากความเป็นจริง คนมาทำงาน ได้ทำงานกับนายจ้างทีดี คือ ทำงานและจ่ายเงินตรงตามเวลา และ ให้การดูแลลุกจ้างเสมือนคนในครอบครัว หรือ ดูแลตามฐานะได้ดีจริงๆ แต่ในอีกหลายๆ บ้าน นายจ้างก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ดิฉันจะบอกว่าหากว่าคุณทำงานและไม่ได้รับเงินการทำงาน ไม่ได้รับการดูแลอย่างเสมือนว่าคุณคือคน เช่น มีการพูดจาดูถูก หรือ ด่า ต่อว่า หรือทำร้าย สามารถแจ้งตำรวจได้ตลอดเวลา และสามารถยกเลิกสัญญาการจ้างงาน เลิกจ้างงานและออกมาหานายจ้างใหม่ได้เลย (หากเราเป็นคนเก่งจริงๆ งานนั้นหาได้ไม่ยากส์อยู่แล้ว จริงไหม งานมีรอมากมาย )
แนะนำแผนดัดหลังนายจ้างขี้งก
ถ้าแนนนี่คนไหน กำลังหางานจากเมืองไทย แล้วโฮสต์แบบงกมากๆ ถามว่าทำเท่านี้ทำได้ไหม ทำห้าสิบชั่วโมงแต่ขอจ่ายแค่สีสิบชั่วโมง บอกเลย มาทำค่ะ เพราะตอนนี้เขาต้องจายค่าตั่วให้เรา มาค่ะ มาเลย พอมาแล้ว ก็ขอลาออกค่ะ สาเหตุ ไม่ได้รับเงินตามกำหนด ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเขาทำงานกันรับเงินเป็นรายชั่วโมงค่ะ ไม่ได้รับเงินแบบเหมาค่ะ เรื่องตั่วและอื่นๆ ไม่ใช่บุญคุณอยู่แล้ว ออกค่ะ ไปทำบ้านใหม่เลย ดัดหลังไปเลย สะใจ ถึงลูกถึงคน อิๆ แต่นั้นแหละ โฮสต์งกๆ เงินก็ยังนับเซ็นต์ ตั๋วเขาคงไม่ซื้อให้แหละค่ะ ก็งกสะขนาดนั้น
สำหรับเอเจนซี่ หากเราได้รับบริการตามที่เขาบอกไว้ไม่ครบถ้วน ขาดตกบกพร่อง สิ่งแรก บอกให้เอเจนซี่ทราบ เพราะเขาจะได้รับทราบความผิดพลาด และหากบอกกล่าวแล้ว เขาก็ยังทำอยู่ (ไม่มีอะไรดีขึ้น )ไม่ช่วยแก้ไขอะไรให้เรา เราก็คงจะต้องโพสว่า หรือบอกให้คนอื่นๆ ทราบ เพื่อเป็นอุทหรณ โดยจะดีมาก หากตีประเด็นมาได้เลยว่า สิ่งทีไม่ได้รับตามบริการคือ เรื่องใด เช่น นี้ นี้ นี้ นะ เอเจนซี่เถียงไม่ออก หากเถียงออกคือเถียงแบบคูๆ ถูๆ ไถๆ พร้อมเอ่ยชื่อเอเจนซี่ อย่างไรก็ดี การเอ่ยชื่อว่าใคร บุคคลทีเอ่ยสามารถูกฟ้องร้องได้ ดังน้นหากจะอ้าง ก็สามารถใช้เป็นนามแฝงแทนได้เพื่อความปลอดภัย ( เหมือนจะมีนักเชียนคอลัมน์ซุบซิบดาราทีเมืองไทย ดิฉันจำไม่ได้ว่าเขานามปากกาชื่ออะไร แต่บุคคลนั้น จะซุบซิบดารา มีข้อมูลหลวงลึกทุกอย่าง แต่ไม่เคยจะเอ่ยเชื่อ แต่ให้ข้อมูลมานี้ ก็เล่นถ่ายกันได้ อยางดิฉันก็คิดตามไม่ทัน แต่เพื่อนมาบอก ก็คนนี้งัย ก้ อ๋อ ซึ่งอย่างนี้ ต่อให้เจ้าตัวรุ้ว่าเขาว่าตัวเองเห็นๆ เช่น เป็นเมียน้อย เมียเก็บ ขายยา ถ่ายโป๊ แต่ก็ไปฟ้องร้องผุ้เขียนคอลัมน์ซุบซิบท่านนี้ไม่ได้ เพราะว่าเขาไมได้เอ่ยชื่อใดๆ)
ในฐานะทีดิฉันเรียน Immigration Consultant สำหรับเรื่อง Immigration ของแคร์กิฟเวอร์นั้น ดิฉันจะนำมาช่วยแบ่งปันข้อมุลให้ต่อไปค่ะ
#38Mini MeJun 03, 2010
เราว่าเรื่องทำงานไม่ควรคิดว่าใครเป็นบุญคุณใครนะ เพราะนายจ้างก็จ่ายค่าจ้างแลกกับงานที่ลูกจ้างทำให้
ส่วนเรื่อง flexible hours โดยปกติแล้วไม่ได้หมายความว่าคุณทำงานเพิ่มชั่วโมงให้โดยไม่คิดเงิน แต่หมายความว่าหากบางครั้งนายจ้างเรียกร้องให้คุณทำงานล่วงเวลา คุณอาจจะขอหยุดวันอื่นหรือขอออกไปทำธุระส่วนตัวในเวลางานในภายหลังได้ อันนี้คือความหมายโดยทั่วไปของ flexible hours
เรื่องเอารัดเอาเปรียบถ้าไม่อยากโดนเอาเปรียบก็ควรศึกษารายละเอียดให้ดี เรื่องเปลี่ยนกฏใหม่เราว่ารัฐบาลเห็นว่านายจ้างที่มีปัญญาจ่ายค่าเลี้ยงเด็กก็คงมีปัญญาจ่ายเพิ่มเติมตรงนี้ เห็นเพื่อนที่บริษัทบอกว่าคิดแล้วก็ตกประมาณห้าพันเหรียญได้ (ค่าตั๋ว ค่าประกัน ค่านายหน้าและจิปาถะ) ซึ่งเค้าเองก็พูดว่าคนที่มีปัญญาจ้างแนนนี่มีบ้านให้อยู่ก็มีปัญญาจ่ายอยู่แล้วแหละ (เค้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น)
#39kungnangJun 03, 2010
ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ได้เข้า มาแชร์ข้อมูลดีๆ ให้แก่เหล่าผู้สนใจจะมาทำงานลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ รวมทั้งเพื่อนแคร์กิฟเว่อร์ที่กำลังประสบปัญหา จะได้มีทางเลือกที่จะจัดการกับปัญหาที่มันสุมอกอยู่
พูดถึงคำว่า คุณเฟล้กซิเบิ้ลหรือเปล่า ความหมายโดยทั่วไปก้อน่าจะหมายถึง คุณเป็นคนยืดหยุ่นหรือเปล่า ก้อคือ คุณสามารถปรับตัวเข้าให้เข้ากับสภาวะต่างได้ดีไหม
Flexible Hours โดยทั้วไปอาจหมายถึง เวลางานอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ตามความสะดวก ตามสถาณการณ์ที่นายจ้าง ต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก้อต้องมีการได้รับแค่แรงตามเวลาที่ทำงานจริง
แต่ที่ได้พบ ได้ยินมานักต่อนัก กับพวกนายจ้าง จอมเอาเปรียบก้อคือ ฉันสามรถให้คุณทำงานกี่วัน กี่ชั่วโมงก้อได้ แต่ฉันจะจ่ายแค่ที่ระบุตามสัญญาจ้าง นี่จึงเป็นห่วงแนนี่ที่จะมารุ่นหลังเมื่อต้องถูกสัมภาษณ์ ให้ถามให้ระเอียดรอบครอบด้วยนะคะ
เพราะบางเอเจนซี่เขาไม่ได้มีหน้าที่มารักษาผลประโยชน์ ส่วนนี้ให้ เขาจะรับทำแค่เอกสารจ้างงาน และหาคู่นายจ้างลูกจ้างให้มาสัมภาษณ์กันตกลงกันเอง ในบางเอเจนซี่นี่จะไม่ให้แนนนี่ได้กล่าวถึงเรือ่งเงินกับนายจ้างเลย มันต่างกัน
พูดถึงเรื่องเอเจนซี่ที่ไม่สามารถรักษาสัญญา ตามที่เคยให้ไว้ หรือกล่าวคือไม่รับผิดชอบ นั้น
มีกรณีหนึ่ง ที่แนนี่ได้มีการเปลี่ยนครอบครัวเนื่องจากนายจ้างเดิม มียายเด็กซึ่งตกงาน ขอมาดูแลเด็กๆแทน เอเจนซี่นั้นได้จัดหาครอบครัวใหม่ที่แนนนี่นั้น ประเมินแล้วว่าไม่เหมาะกับศักยภาพและความถนัดของแนนนี่
ซึ่งเอเจนซี่จัดหาแต่ครอบครัวที่มีเด็กหลายๆคน สามคนสี่คนให้ จัดหาครอบครัวที่มีนายจ้างพ่อแม่เด็กอยู่บ้านกันตลอดเวลามาให้ พอได้สัมภาษณ์กันก้อรู้เลยว่าทัศนคติต่างกัน แต่ก้อโดนขู่ปนหวานพยามบีบให้รับครอบครัวเหล่านี้ พอไปอยู่เข้าจริง มันอึดอัดมาก การผิดสัญญาจ้าง อย่างบอกให้ทำสี่วัน กลายเป็นหกวัน มีตารางงานให้ทำทั้งเจ็ดวันแบ่งซอยชั่วโมง ออก เพื่อให้แนนี่อยู่บ้านทุกวัน กักขังกันชัดๆมีให้ทำงานล่วงเวลาแวคคูอัมตอนสองทุ่มทุกวัน ซักผ้าล้างจานนี่สามทุ่มขึ้นไป ประหยัดค่าน้ำไฟ บ่ายวันอาทิตย์ให้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง
และเมื่อได้แจ้งไปทางเอเจนซี่ อยากขอเปลี่ยนครอบครัวเพราะเธออยู่ไม่ไหว แล้วเอเจนซี่เธอก้อไม่ได้มีทางออกที่ดีให้ แถมโทรมายังนายจ้างพูดกัน ย่างไรไม่ทราบ นายจ้างมาทำเป็นโมโห ประมาณมีอะไรไม่บอกกันก่อน แต่ในความจริงมันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรกับนายจ้างแล้ว เป็นหน้าที่ของเอเจนซี่ที่จะจัดการ เอเจนซี่บีบบังคับให้อยู่ต่อนายจ้างก้อยังอยากให้อยู่ แต่เเนนนี่ต้องขอออกไปเอง เอนเจนซี่ตะคอกตะโกนมาทางโทรศัพท์ว่าฉันไม่ช่วยเธอแล้ว และก้อไม่เคยได้รับการติดต่อใดๆจากเอเจนซี่อีก ซึ่งจากสถิติ ในกรณีที่แนนี่ต้องมีการรีเมชครอบครัว จะไม่เคยได้ครอบครัวที่เอเจนซี่หาให้ได้ตามความถนัดมักจะโดนยัดเยียดให้ได้ชื่อว่าฉันหาให้แล้ว ถ้าเธอไม่ชอบอยู่ไม่ได้เธอก้อหาเองละกัน มันน่าเจ็บใจเพราะเสียเงินจ่ายเงินค่าจ้างเธอไปก้อเยอะมาก แต่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้ ไม่ทราบว่าพอจะมีคำแนะนำให้เคลมเอาเงินค่าคอมมิชชั่นคืนได้อย่างไร นี่ยังไม่นับรวมคำพูด ที่ดูถูก ทำให้เสียหน้าเสียใจ อีกหลายคำนะ โคตรจะแค้นแทนเพื่อนเลย บรรดานายจ้างมีโปรไฟล์แนนนี่สัมภาษณ์ได้เป็นสิบยี่สิบ เอาจนพอใจ แต่แนนนี่ไม่เคยได้โปรไฟล์ ไม่เคยได้เลือกว่าเราต้องการแบบนี้ แบบไหน มีหน้าที่แค่คอยฟังว่าจะมีครอบครัวไหนเลือกเรา แม้ว่าจะเป็นครอบครัวที่เราไม่ประทับใจ ก้อต้องโดนเอเจนซี่หว่านล้อมดียังงั้นยังงี้
อยากจะยกตัวอย่าง ทัศนคติที่แนนนี่ไม่ชอบคิดว่าอยู่ด้วยกันแล้วเกิดปัญหาแน่ๆนายจ้างมีหลายเชื้อชาติ หลายความคิด เช่น
ฉันจะวางใจเธอได้อย่างไรว่าเธอจะไม่ขโมยของในบ้าน
เธอมีแฟน มั้ย เพื่อนเยอะมั้ย บอกไว้ก่อนนะห้ามพาแขกคนไหนมาบ้านฉัน
เธอมีโทรศัพท์มือถือมั้ย เสาร์ อาทิตย์นี่เธอต้องเปิดให้ฉันติดต่อเธอได้ตลอดนะ แล้วต้องกลับมาได้ทุกครั้งที่ฉันติดต่อไป
บ้านฉันกินแต่ของออร์แกนิค มันแพงนะ พวกฉันก้อต้องประหยัด
อยู่บ้านนี้ซักผ้า ล้างจานสามทุ่มขึ้นไป ประหยัดน้ำไฟ แล้วเธอก้อต้องจัดการซัก พับ เธอถึงจะพักได้
นี่ในกรณีรีแมช คือเอเจนซี่มันไม่ได้เงินจากแนนนี่เพิ่มใล้วไง มันไม่แคร์ถ้านายจ้างอยากได้แนนนี่คนนั้น มันจะบีบเลยมันมีวิธีของมัน
แต่เคสแรกนี่จะหวานเลือกไปเถอะ มันไม่มีว่าก้อมันจะได้ค่าคอมเป็นแสนนี่
นี่ก้อคือตัวเคสตัวอย่าง ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้เคยได้ยิน เส้นทางสายลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ มันไม่ง่ายไปซะทุกอย่างแต่ก้อคงไม่ยากที่จะเรียนรู้เท่าทัน เรียนรู้จากความผิดพลาด จากประสบการณ์ ของรุ่นพี่ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
#40rainJun 03, 2010
ได้แวะมาอ่านบอร์คนี้ ถึงรู้ว่ามีคนโดนเหมือนเราเลย จากเก็บไว้ไม่อยากพูดให้ใครเสียหาย แต่วันนี้คงถึงเวลาแล้วมั่งค่ะ พี่ต้องออกมาแสดงความเห็นด้วย ว่าเจอมากับตัวค่ะ ก่อนมาพูดจาดีมาก พอมา เจอปัญหา เราขอความช่วยเหลือกลับถูกติติง เสียใจค่ะ แต่เราก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร
ทีเอาเงินเราไปเป็นแสน แลกกับค่า ทำเอกสาให้นิดๆหน่อยๆ กับหาคู่โฮสให้ เรายังไม่เคยบ่น เลย ทั้งๆที่ใจอยากตะโกนบอกว่า
เอาเปรียบกันไปมากเกินไป รู้ค่ะว่า เอเจน ทำงานก็ต้องอยากได้เงิน แต่ว่าบางที เงินกับคุณธรรมน่าจะมาพร้อมกันนะคะ
คนหลังๆ จะได้อยากมาใช้บริการคุณอีก
ฝากบอกเพือนๆ น้องๆ ที่จะมาที่นี้ด้วยนะค่ะว่าตอนนี้รัฐบาล เค้ายกเลิก ค่านายหน้าต่างๆ แล้ว คือแนนี่ไม่ควร หรือไม่ต้องจ่ายค่า นายหน้าค่ะ
เอเจนซี่ไหนที่ยังเรียกเก็บอยู่ คือบอกได้เลยค่ะ ว่าทำผิดกฏหมาย ถ้าเค้าตรวจเจอก็ปรับเงินได้ค่ะ
แต่บางเอเจนซี่ ก็ยัง กัก ข้อนี้ไว้ พูดผลประโยชน์ต่างๆที่แนนี่จะได้ ยกเว้นข้อนี้ละค่ะ
ก็เก็บเอาไปคิดนะค่ะว่า ยังไง
ตอนนี้อยากกลับไทยแล้วค่ะ
#41TanyaJun 03, 2010
Now local nanny is easy to get a job due to the employer prefere not to pay airfare to the oversea nanny.
If nanny is already in Canada, and would like to change the family(due to the current family is not fair), I encourage to move on.
Even the employer has to pay nanny to move to their house but it won`t cost them more than buying an airfare to nanny from oversea to come to Canada.
In my opinion, I would love to stay with the word `Fair`. It if is fair, everyone is happy.
Fair paid, fair work condition, fair services, fair price, fair mind- Fair Fair.
Of course, some curtain families will be able to pay for oversea nanny any way, doesn`t matter how much it is going to charge them; include the airfare and additional cost. However, most of families consider to hire a local nanny first.
By the way, the mimimum wage of live-in caregiver was increased to 10.25 dollars per hour (before was $10) since April 1, 2010.
#42kungnangJun 03, 2010
ตอนนี้ว่าด้วย การทำงานของเอเจนซี่ และค่าคอมมิชชั่น
สืบเนื่องมาแต่ก่อนกาล การที่จะเอาแนนนี่เข้ามาทำงานในแคนาดา มีการเก็บค่าคอมมิชชั่นกันแพงมากหลาย จนกระทั่งปีที่แล้วก้อยังมีการเรียกเก็บค่าหัวกันเป็นแสน แต่คนที่ต้องการมาก้อมองว่าคุ้ม หรือพยายามมองว่าคุ้ม ทั้งที่รู้ว่ามันแพงเกิน ด้วยไม่มีตัวเลือกทางเลือก มากมาย รวมถึงเมื่อตระหนักว่าเขาจะให้บริการดี ดูแลดี ยุติธรรม กับทุกๆ ฝ่ายๆ ไม่ว่าทางนายจ้างและแนนนี่ แต่แล้วก้อมีปํญหากันโรงศาลฟ้องร้องกันมามาย ทั้งในเรื่องแนนนี่ถูกเอาเปรียบ ถูกปฏิบัติอย่างไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง
ทางรัฐบาล ก้อได้มีกฏหมายออกมาใหม่แล้วคือทางเอเจนซี่ไม่สามรถเก็บค่านายหน้าสักสตางค์แดงเดียวกับแนนนี่ ข้อนี้เอเจนซี่ต่างรู้ดี ถ้าขืนเก็บมีคนแจ้งจับ แจ้งปรับเสียชื่อได้ง่ายๆ จะเก็บเงินได้เฉพาะจากทางนาจ้างค่าทำเอกสาร ซึ่งก้อไม่เกินหลักร้อยเหรียญ แพงต่างกันไม่มากไม่มาย นี่จึงเป็นข้อดีอีกข้อที่ต่อไปนี้แนนนี่ไม่ต้องเสียค่านายหน้สแพงๆกันต่อไปอีกแล้ว เย้ๆๆๆ แทนรุ่นน้องนะ ;) ;D
เรื่องคุณธรมม ความเป็นธรรมนี้ หาได้ยากกับเหล่าเอเจนซี่ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เล็กหรือใหญ่ ฉะนั้นคัดสรรกันดีๆ เลือกเคสให้รอบครอบหากมีปํญหาขึ้นมาก้อจะโดนบุ้ยใบ้ว่าเป็นความบกพร่องของแนนนี่แต่ฝ่ายเดียว เพราะง่ายดีไม่ต้องมาเดือดร้อนหาเคสใหม่ทำเอกสารใหม่ให้อีก ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องหนักหนา กะแค่รวมเอกสารแล็วส่งไปที่กระทรวงแรงงาน ในเวปเขาก้อบอกให้หมดใช้ เอกสารอะไรระยะเวลาเท่าไหร่
อันนี้ก้อว่ากันไป
พวกเอเจนซี่ใต้ดิน ก้อเหมือนหารายได้พิเศษค่าแนะนำคนให้ ก้อเหมือนขอค่าน้ำร้อนน้ำชา พวกนี้ก้อจะมีขอสามเปอร์เซนหักจากเงินเดือนๆแรก บ้างก้อขอร้อย ร้อยห้าสิบเหรียญ เรียกว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ก้อมีได้ยินมาเหมือนกันพวกเรียกกับกันเป็นกว่าครึ่งแสนบาท ??? :P อ้างต้องจ่ายค่านั้นค่านี้สารพัด ??? :P นี่ก้อรู้ไว้น้ำใจคน ทำนาบนหลังคน จะโลภอะไรกันหนักหนา เฮ้อเงินน้อไม่เข้าใครออกใคร ไงๆคนที่จะมารุ่นหลังก้อ จะได้ระวังๆไว้ การหานายจ้างนั้นเอเจนก้อหาไม่ต่างจากที่แนนนี่หา คือหาตามเวปไซด์ ทางหนังสือพิมพ์ สื่อที่เขาลงว่าอยากได้แนนนี่ ซึ่งดูแล้วว่าค่าใช้จ่ายค่าลงทุนลงแรง ไม่น่าจะเก็บกันแพงถึงเพียงนั้น การทำเอกสารการจ้างงานนั้นอันที่จริงนายจ้างยื่นเอง หรือให้ใครยื่นให้ก้อได้ขอให้มีสัญญจ้างให้ครบถ้วน มีแจ้งไว้ในเวปกระทรวงแรงงานในการจัดจ้างลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์
การทำงานของเอเจนซี่ก้ออย่างที่ได้กล่าวไป บ้างก้อแค่มีหน้าที่หาคู่ให้คุยกันเอง จัดทำเอกสารให้ บ้างก้อรับทำเฉพาะเอกสารคุณหาคู่มา บ้างก้อหาให้ ทำเอกสารให้เรื่องชั่วโมงเรื่องรายได้ไม่ให้แนนนี่ไปคุยกะนายจ้างเด็ดขาดเอเจนซี่จะพูดคุยเอง
บริษัทใหญ่โตๆ เก็บแพงก้อจะอ้างชื่อเสียงดี หาเคสดีๆให้ เพื่อหลบเลี่ยงกฏหมายก้อไม่บอกว่าค่านายหน้า แต่เป็นค่าจัดทำเรซูเม่ ค่าจัดอบรมซีพีอาร์ ค่าจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี ค่าทนายที่จะช่วยให้คำแนะนำเมื่อจะยื่นเรื่องแอพพลายพีอาร์ แต่เป็นอันรู้กันว่ามันก้อยังไม่สมควรจะแพงขนาดนั้นอยู่ดี พวกคนแคนาเดี้ยนยังตกใจทำไมพวกแนนนี่ต่างชาติต้องจ่ายกันแพงขนาดนี้ หลายคยบอกให้แจ้งตำรวจไปตรวจสอบ แนนนี่หลายคนก้อรู้สึกว่าเราทำไม โง่จัง ยอมให้เขาได้ขนาดนี้ ไม่กล้าจะเล่าบอกให้ใครฟังในเรื่องเหล่านี้
ต้องเสียรู้เสียค่าโง่กันแพงถึงเพียงนี้ พวกที่ไม่เจอปัญหา โชคดีทำบุญมาดี ก้อดีไป แต่พวกที่ต้องเจอปัญหาจะให้มานั่งโทษโชคชะตาตัวเองก้อใช่ที เอเจนซี่ควรจะต้องมีความรับชอบให้ดีกว่านี้บ้าง ตอนนี้ถ้าจะเรียกร้องอะไร ก้อมีแค่ออกจากนายจ้างเก่าหานายจ้างใหม่ ทำอะไรไม่ได้มากมายกว่านี้ แต่เงินที่เสียไป เวลาและ ความรู้สึกที่เสียไป มีใครบอกได้บ้างว่าจะไปเรียกร้องเอาคืนได้จากไหน แชร์ๆข้อมูลความรู้สึกกันมาได้นะเหล่าเพื่อนพ้องลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ จะได้เป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่สนใจ ที่จะเดินทางสายนี้ ก่อนที่อะไรอะไร มันจะสายเกินไป อย่างพวกที่ต้องตัดสินใจทิ้งอนาคตที่ดีอยู่แล้ว เพราะได้ข้อมูลเพียงด้านเดียวที่สวยงาม ง่ายดาย ที่จะเข้ามาเป็นประชากรแคนาดา อย่างที่ได้ยิน ได้อ่านไ ด้ฟังมา
มันไม่ใช่แค่ว่าเก่งจริงแล้วจะหานายจ้างใหม่ดีๆ ได้ง่ายๆ เรฟเฟอเร้นที่ดี มีไหมเมื่อต้องสัมภาษณ์งานใหม่ เหตุผลทำไมถึงออกจากที่เดิม หลักการก้อไม่ให้ตำหนินายจ้างเดิม แล้วอะไรจะเกิดถ้าจบกันไม่สวย เมื่อนายจ้างเก่าใหม่ต้องคุยกัน ใครจะโดนใส่ร้าย ลองคิดดู นี่ก้อเป็นกรณีตัวอย่างเช่นกัน เก็บไปคิดดูนะ พี่ๆน้องๆ :-* :-* :-*
#43No1nannyJun 04, 2010
ดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ ได้รับความรู้เพิ่มเติมดีจากหลายๆประสบการณ์ความรู้ บางสี่งเราไม่ได้เจอเองแต่ได้รับจากคนอื่นที่เขาไปปะสบพอเจอมาก่อน สำหรับคุณ goywaraphone นะค่ะ ดิฉันไม่ได้พูดเกินไปนะค่ะ เป็นเรื่องจริงค่ะ การทำงานพาร์ททาม ก็คือเราไม่ได้ทำเต็มวัน. เหมือนงานประจำ หรือไปทำในวันหยุดหรือไม่ใชเวลาทำงานปรกติของคนทั่วไป และงานพาร์ททามก็ไม่ได้รับสวัตดิการเหมือนงานประจำ ดังนั้นค่าแรงก็ต้องสูงกว่าการทำงานประจำอยู่แล้ว ถ้าให้ดิฉันไปทำพาร์ททามแต่ได้เท่างานประจำ ดิฉันไม่ไปทำหรอกค่ะ ไปเที่ยวดีกว่านะค่ะ นะค่ะว่าดิฉันไม่ได้โม้ ที่แวนเขาให้กันอย่างนี้ค่ะ นอกจากค่าแรงเขายังแถวทิปให้อีกนะค่ะสำหรับบางคนนะค่ะ ไม่เชื่อคลิ๊กไปดู http://vancouver.en.craigslist.ca/van/lab/1703642136.html
http://vancouver.en.craigslist.ca/van/lab/1746281241.html
http://vancouver.en.craigslist.ca/nvn/lab/1759324088.html
http://vancouver.en.craigslist.ca/nvn/lab/1730732068.html
http://vancouver.en.craigslist.ca/nvn/lab/1730732068.html
#44TanyaJun 04, 2010
การจะมาทำงาน live-in caregiver ไม่จำเป็นต้องผ่านเอเจนซี่ ทั้งลูกจ้างและนายจ้างสามารถทำเอกสารทุกขึ้นตอนได้ด้วยตนเอง นายจ้างสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าทีรัฐบาล www.servicecanada.gc.ca ได้ เพื่อบริการในเรื่องนี้
ปัจจุบัน นายจ้างส่วนใหญ่ ไม่ต้องการจ่ายเงินค่าตั๋วให้กับแนนนี่ต่างประเทศ เพราะมีราคาแพง ทำให้แนนนี่ในประเทศมีการได้งานกันง่ายขึ้น มีแรงต่อรองมากกว่าแต่ก่อน เนื่้องจากกฏหมายใหม่
ดิฉันเชื่อว่า บุคคลที่จะเข้ามาทำงานเป็นแคร์กิฟเวอร์ได้ ต้องเป็นคนที่มีคุณภาพ ส่วนใหญ่เคยทำงานกับครอบครัวฝรั่ง ต่างประเทศ เช่น อเมริกา หรือ ทางยุโรปมาก่อน หากต้องการจะหางานใหม่ในแคนาดา ในช่วงเวลานี้ โดยที่คุณมีปัญหากับนายจ้างแคนาดา ให้ยึดใช้นายจ้างที่อเมริกา หรือ ว่านายจ้างฝรั่งของคุณเป็นหลักเพื่อเป็นรีเฟอร์เรนซ์
จากทีรู้จักกับแนนนี่ทีหางานในประเทศในช่วงเวลาตังแต่ 1 เมษายน 2010 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุับัน แต่ละคนจะมีโฮสต์มาต้องการสัมภาษณ์และให้ไปทำงานทีบ้านมากว่าสองรายโดยตลอด ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ ได้ยึดใช้แต่รีเฟอรืเรนซ์อันได้มาจาก ฮสต์เก่ากันนทั้งนั้น เพราะนายจ้างปัจจุบัน เขาเอาเปรียบ ทำงานไม่ได้เงินก็อยู่ไม่ได้ ไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญา อันนี้ก็พูดตรงๆ ได้เลยอยู่แล้ว
#45No1nannyJun 05, 2010
สำหรับบางคนนะค่ะ อย่างดิฉันอยู่เมืองไทยสบายกว่า แต่ว่าดีใจที่ได้มาแล้วได้ประสบการณ์เรียนรู้อะไรอีกมากมาย ก็มีความสุขใจกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ค่ะ
#46kungnangJun 06, 2010
ค่าเห็นด้วยกับเพื่อนที่บอกว่าทุกสิ่งคือประสบการณ์ชีวิต ไม่ว่าจะดีจะร้ายเราก้อได้เรียนรู้ และได้ระวัง มีสติ มีความรอบครอบมากขึ้น เมื่อจะต้องเจออะไรที่แย่ๆ อีก ก้อคงจะทำให้เราได้แกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น ;D ;D ;D
ไม่ได้เสียดาย วันเวลาที่มันผ่านไป ทุกวันได้เรียนรู้ได้ อะไรใหม่ๆ ได้เห็นโลก เห็นคน เห็นสิ่งแวดล้อม มีอะไรดีๆให้ทำก้อเยอะ
แต่ก้ออดแค้น อดโมโห พวกขี้โกง พวกไม่รับผิดชอบ อย่างที่ได้ตกลงกันไว้ >:( อยากให้เพื่อนๆ ผู้รู้ เข้ามาแชร์ข้อมูล การดัดหลังเอเจนซี่ขี้งก ขี้โกงพวกนี้หน่อยสิ นอกจากการโพสด่า ว่าแล้ว จะเรียกร้องเอาเงินค่าคอมคืนได้อย่างไร ต้องร้องเรียนไปที่องค์กรไหน ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ คิดว่าคุณ Tanya น่าจะมีข้อมูลหรือรู้จักเวปไซด์ ที่พอจะแนะนำกันได้นคะ ;) :)
#47rainJun 06, 2010
ถ้ามีองค์กรไหนที่จะช่วย เอาเงินคืนจากเอเจนซี่ได้ บอกหน่อยนะค่ะ
อยากได้คืนเหมือนกันค่ะ เพราะว่า จากเท่าที่รู้มา งานที่เอเจนซี่ทำ กับค่าจ้างที่เราจ่ายให้ไป มันมากเกินงานที่เค้าทำนะค่ะ
ตอนบอกโฮสว่าจ่ายเท่านี้ๆ โฮสยังตกใจเลยว่า เธอจ่ายเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ
ถ้าเพือนคนไหนมี ข้อแนะนำตรงนี้บอกด้วยนะค่ะ จริงๆอยากปรีกษาโฮสเรืองเอาเงินคืน แต่ขอเอาเป็นตัวเลือกสุดท้าย
ลองคุยกับคนไทยด้วยกันก่อน ถ้าไม่ได้จะลองถามโฮสดูค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
#48ThaiCanJun 06, 2010
ตั้งกระทู้ไว้ ก็เข้ามาเช็กไม่บ่อยนัก เพราะช่วงนี้ยุ่ง ๆ กับชีวิตอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี กลับมาเช็กอีกที ก็มีเพื่อน ๆ ชาว Live-In-Caregiver หลายท่านเข้ามาแชร์ประสบการณ์ทั้งในด้านดี และในด้านไม่ดี ก็ขอบคุณอย่างมากนะคะ เพราะไม่ใช่เป็นประโยชน์แค่ตัวดิฉันเอง แต่ยังเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ อีกหลายท่านที่คิดจะมาทำงานด้านนี้ ตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลองดูหรือไม่ ยัง 50/50 อยู่
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
Thaican
#49goywaraphonJun 06, 2010
จ้า เชื่อแล้วคะ คุณพี่น้อย :)
#50kungnangJun 07, 2010
สวัสดีค่ะคุณ Thaican ติดตามอ่านกระทู้คุณน่ะค่ะ อันที่จริงตอนนี้ทราบมาว่าคุณได้ทำงานในลักษณะของการเป็นผู้ช่วยดูแล อยุ่เหมือนกัน ก้อดีนะคะ การที่ดูแลคนอย่างเดียว ไม่ต้องมาวุ่นวายหุงหาอาร ทำความสะอาดสถานที่ และยังต้องมีการสอน การติดตามพัฒนาการเด็กที่ดูแล
ค่าจ้างก้อได้ดีไม่แพ้กันหรืออาจมากกว่าการเป็นลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์เสียอีก
วันนี้ก้ออยากเอาประสบการณ์เรื่อง ภาระงานของเหล่าลิฟอินแครืกิฟเว่อร์มาเล่าสู่กันฟังค่ะ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ว่าคุณพร้อมที่จะเผชิญหรือมีศักยภาพพอที่จะรับมอบหมายภาระกิจเหล่านี้หรือไม่ นี่ก้อเป็นประสบการณ์จากเพื่อนกลุ่มนึง โดยส่วนตัว หากจะได้มีการกล่าวถึงมุมมองในแง่ไม่ดีให้เพื่อนทราบตามความเป็นจริงนี่ ไม่ได้ถือว่าเป็นการมองแบบไม่คิดบวกแต่อย่างใด แต่การนำเสนอข้อมูลทั้งสองด้าน เพือ่ให้ข้อมูลที่เป็นจริง คนที่เข้ามาใหม่ก้อจะได้รู้เท่าทัน เหมือนเป็นการรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง จงอย่าได้ให้ใครมาเอาเปรียบโดย ยอม หรือพยายามมองว่าเป็นกรรมที่เราต้องรับ ไม่ได้หาเรื่องโทษผู้ใด้อย่างลอยๆ หากแต่มันมีเหตุมีผลว่าทำไมถึงต้องออกมาบอกกล่าวเล่าเรื่อง
อย่างที่เพื่อนแนนนี่บางท่านได้เข้ามาแชร์ประสบการณ์งาน ให้ฟังซึ่งมันก้อแล้วแต่ครอบครัวที่เราไปอยู่ด้วยเขาต้องการอย่างไร โดยภาพรวมแล้ว จะเป็นการดูแลคน ดูแลความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย ปลอดภัย ทำอาหาร ซักเก็บเสือ้ผ้า รีดพร้อมสำหรับบางบ้าน ประมาณนี้ แต่บางบ้าน มีการจ้างพนักงานทำความสะอาด อย่างนี้แนนนี่ท่านนั้นก้อ รอดตัวไปเรื่องทำความสะอาดบ้าน อย่างที่เพือ่นบอกมาหลายบ้านเมื่อเขาจ้างแนนนี่แล้วเขาก้อจะเลิกจ้างพนักงานทำความสะอาดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน งานบ้านก้อต้องตกเป็นหน้าที่ของแนนนี่ อันนี้ก้อต้องยอมรับโดยปริยายว่ามาทำงานในหน้าที่นี้ จะมาบ่นว่างานหนักก้อใช่ที่ เพราะทราบข้อตกลงแต่แรก แต่หลายๆบ้านก้อไม่ได้ชี้แจงว่าต้องอย่างนั้นนี้ ตั้งแต่แรก ครั้นจะถามซอกแซกก้อกลัวครอบครัวจะว่าเรื่องมาก ก้อต้องมาเจอความจริงที่ว่ามันไม่ตรงไปตรงมา อย่างที่เคยเล่าไว้ ให้ซักพับผ้าหลังสามทุ่มขึ้นไป เพราะเป็นช่วงรัฐเก็บค่าน้ำไฟในเรทพิเศษ นี่คือสิ่งที่เพื่อนอาจมาเจอ ออแพร์หลายคนบ่น งานหนัก เหนื่อย แต่ก้ออย่างว่าถ้านายจ้างมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน แนนนี่ก้อสู้ตายค่ะ
#51kungnangJun 07, 2010
เพื่อนออร์แพร์หลายคนที่ผ่านงานอเมริกา แถบยุโรปมาหลายคนบอกว่า งานแนนี่นี่แตกต่างกะงานออร์แพร์มากมาย แต่บ้างก้อบอกฉันทำมาเยอะกว่าหนักกว่านี้เสียอีก หลายคนบอกขึ้นกับดวง กับโชควาสนาว่าจะเจอนายจ้างแบบไหน อย่างว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก
หลายคนบอกการทำงานแนนนี่ มันไม่ใช่แค่ว่าทำงานเป็นแม่บ้านอย่างเดียว นายจ้างยังมีความคาดหวังเรื่องการสอน การกระตุ้นพัฒนาการเด็กซะอย่างชนิดที่ ต้องได้ดีเหมือนคุณครูที่โรงเรียนสอนเด็กกันเลยทีเดียว ไหนจะมีการเขียนรายงานเล่าเรื่องกิจกรรม หรือรายงายพฤติกรรมของ เด็กในแต่ละวันโดยการจดเป็นบันทึกรายวัน และถามถึงเราพาทำกิจกรรมใดบ้าง อันนนี้ต้องมีผลงานให้ดูด้วย มีการรับโทรศัพท์รายงานเกียวกับเด็กระหว่างวันทุกวัน
เรื่องอาหาร นี่ต้องดูแลอาหารเช้า เที่ยง และเย็น แนนนี่บางคนอาจไม่ต้องทำอาหารเย็น หรือว่าสลับกันทำ หรือช่วยกันทำก้อแล้ว แต่ครอบครัวกับทางแนนนี่จะตกลงกัน อย่างในกรณีที่เด็กไปโรงเรียนก้ออาจทำกล่องอาหารกลางวันเตรียมตั้งแต่เช้าเลย นายจ้างบ้างบ้านนี่ให้แนนนี่เตรียมกล่องอาหารกลางวันให้ด้วยนะ ประหยัดค่าอาหารกลางวัน คนที่อยากมาทำลิฟอินนี่ ก้อต้องคิดเมนูอาหาร เรียนทำอาหารกันมาบ้าง เพราะมันเป็นหนึ่งในหน้าที่ๆจะต้องทำ
เมื่อถึงมื้ออาหาร ก้อต้องจัดโต้ะ เตรียมถ้วยจาน แก้วน้ำ ช้อนส้อม ตักเสริฟ รวมถึงเก็บกวาด ล้างจานชามบางบ้านล้างมือ บางบ้านล้างเรื่อง เก็บกวาดห้องครัว เตา พื้นห้อง จัดเก็บถ้วยจานให้เรียบร้อย
งานบ้าน จะกล่าวรวมๆ ไม่นับกรณีที่บอกว่า บางบ้านไม่ได้ทำ ขอบอกว่าส่วนน้อย ส่วนใหญ่ งานที่ทำ ก้อมี ปัดกวาดเช็ดถู ดูดฝุ่น ทุกอย่างในบ้าน โต้ะ เก้าอี้ โซฟา เปลี่ยนผ้าปูเตียงนอน จัดเก็บห้องให้สะอาดเรียบร้อย ทุกห้อง ทั้งบ้าน ห้องครัว ห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ โถส้วม รวมไปถึงเช็ดหน้าต่าง บานเกล็ด รวบรวมถังขยะไปทิ้งหน้าบ้านรอรถรับขยะมารับ ที่ต้องกล่าวระเอียดปลีกย่อยเพราะอยากให้เห็นภาพกัน จริงๆว่าคุณทำได้ไหม อย่างมีเพื่อนออร์แพร์ เพื่อนพยาบาล เพื่อนครู ประถม หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่าต้องทำงานบ้านกันหลายอย่างถึงเพียงนี้ แม้แต่พวกที่มาก่อนก้อบ่นๆกันอยู่บ่อยๆ ถ้าคิดว่าทำได้มีความสุขก้อน่ามาทำ แต่บางคนคิดว่ารับไม่ได้ก้อจะได้ไม่ต้องมาแล้วฝืนใจทำ
เรื่องการซักรีด เสื้อ ผ้า นี่ก้อไม่ได้ทำทุกวัน แล้วแต่ความเหมาะสม แต่แนนนี่มีหน้าที่ซัก พับ รีด เก็บเข้าตู้ ให้เรียบร้อย อันนี้รวมกางเกงชั้นใน เสื้อชั้นใน ถุงเท้าของนายจ้างด้วย
เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย หวังว่าท่านที่กำลังตัดสินใจอยากมา อยากทำงานนนี้ จะได้เห็นภาพ เห็นสโคปงาน จากประสบการณ์ของลิฟอินแคร์กิฟเว่อร์ กลุ่มนึง ที่เต็มใจ อยากเล่าเรื่อง ไม่ได้เป็นผู้คนที่คิดลบ ต่ออาชีพแต่อย่างใด แต่มองเห็นและให้ข้อคิดเห็นตามความเป็นจริง เพราะหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่มากก้อน้อย ส่วนท่านอื่นมีประสบการณ์แตกต่างกันออกไปอย่างไรนั้นก้อต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ
#52ChinookJun 07, 2010
ก็เรียกกันไปตรงๆเลยว่าเป็นงานคนรับใช้ หรือแม่บ้าน คนคิดจะมาจะได้ไม่คาดหวังไว้สูง และจะเตรียมพร้อมรับงานได้หนักกว่าคนที่คิดจะมาเป็น ออแพร์ หรือ แนนนี่
#53jeenaJun 07, 2010
ก็เรียกกันไปตรงๆเลยว่าเป็นงานคนรับใช้ หรือแม่บ้าน คนคิดจะมาจะได้ไม่คาดหวังไว้สูง และจะเตรียมพร้อมรับงานได้หนักกว่าคนที่คิดจะมาเป็น ออแพร์ หรือ แนนนี่
ถูกใจประโยคนี้ค่ะ ส่วนตัวเราเองนะ ถ้าเป็นงานตรงตัวและถ้าให้ต้องสมัครทำที่เป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็กโดยเฉพาะ เพราะมันจะเป็นระบบค่ะ แต่หากทำกับบ้านนายจ้าง มันก็มีต่างๆ นานา ดีบ้าง ร้ายบ้าง และก็เหมือนกับที่อ่านโพสท์มาข้างบน ทุกอย่างต้องคุยให้เคลียร์ก่อน จะได้ไม่ต้องถกกันทีหลัง ให้ลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในสัญญาว่าจ้าง เพราะหากผิดระเบียบกันจริงๆ สามารถถกกันได้เต็มปาก ;) ;)
#54panpanJun 07, 2010
กลายเป็นงั้นไป เราว่านะแคร์กิฟเวอร์แต่ละคนที่มาไม่มีใครคาดหวังไว้สูงกันหรอกและก็ไม่ได้คาดหวังว่ามาแล้วจะสบายกันหรอก เพราะมันก็เป็นงานอย่างนึง งานที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของเด็ก ตอนเป็นออแพร์ ก็ไม่ได้ไรมากมาย งานมันก็คล้ายๆกะแคร์กิฟเวอร์ เพียงแต่ว่างานแคร์กิฟเวอร์เนี่ย นายจ้างคาดหวังไว้สูงมากกว่าออแพร์ ปํญหาของแคร์กิฟเวอร์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในแนวถูกนายจ้างเอาเปรียบ เพราะนายจ้างบางคนคิดว่า ตัวเองเป็นสปอนเซอร์แคร์กิฟเวอร์ ก็เลยเอาเปรียบทุกอย่าง ซึ่งจิงๆแล้วเนี่ย แคร์กิฟเวอร์ส่วนใหญ่ ก็สมัครมากะเอเจนซี่ ไม่ได้มาฟรีๆ จ่ายเงินเอเจนซี่เป็นแสนได้ พอมาถึงแล้วมีปัญหา เอเจนซี่กลับไม่ช่วยไรเลย กลายเป็นแคร์กิฟเวอร์ผิด ทั้งๆที่นายจ้างเป็นฝ่ายเอาเปรียบ เอเจนซี่ส่วนใหญ่ก็ได้แต่แนะนำให้แคร์กิฟเวอร์ทน ถ้าไม่ทนก็จะไม่หานายจ้างใหม่ให้ มีงี้ด้วย ต้องรอจนกว่านายจ้างจะหาแคร์กิฟเวอร์ใหม่ได้ เอเจนซี่ถึงจะยอมให้เปลี่ยนบ้าน T T นายจ้างบางบ้านก็อ่ะนะ ไล่แคร์กิฟเวอร์ออกจากบ้านแบบไม่มีบอกล่วงหน้า โดยที่ไม่คิดว่าแคร์กิฟเวอร์จะไปอยู่ที่ไหน เราก็เข้าใจนะว่าสมัครกะเอเจนซี่มันเป็นธุรกิจ แต่ก็อยากให้เอเจนซี่มีความเป็นธรรมกะแคร์กิฟเวอร์ด้วย เงินที่จ่ายไปเนี่ย ก็แพงมากมาย ปัญหาหลักๆของแคร์กิฟเวอร์ ก็คือปัญหากับเอเจนซี่เนี่ยแหละ เก็บแพง แต่พอมีปัญหา กลับไม่ช่วยเหลือ ไม่แฟร์กะแคร์กิฟเวอร์สุดๆ แคร์กิฟเวอร์เอาตังค์คืนไม่ได้อีก เพราะจ่ายไปแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีการจ่ายเอเจนซีแล้ว แต่ก็เชือว่าคงมีเอเจนซี่แอบเก็บเงินกับแคร์กิฟเวอร์อย่างลับๆ นายจ้างส่วนใหญ่ตอนนี้ก็คงไม่ค่อยเอาแคร์กิฟเวอร์จากต่างชาติแล้ว เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่อยากจ่าย ปัญหาใหม่มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียในตัว
งานแคร์กิฟเวอร์ ก็เป็นงานอย่างนึงแหละ เป็นอาชีพที่ไม่ได้ง่ายๆอย่างที่หลายคนคิด เป็นงานที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็ก เป็นงานที่ต้องมีความอดทนอย่างสูง ขอย้ำว่าแคร์กิฟเวอร์ที่มา ก็ไม่ได้คาดหวังสูง เพราะว่ามาทำงาน และก็มีเป้าหมายที่จะสมัครพีอาร์
#55TanyaJun 08, 2010
ปํญหาพี่เลี้ยงเด็กประเทศไหนๆ ก้เจอเหมือนกัน
เนื่องจากโดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันก็เคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กประเทศ อเมริกา เขาเรียกกันว่าโครงการออแพร์นะค่ะ
ตอนเป็นออแพร์ หรือ พี่เลี้ยงเด้กอเมริกา เรื่องราวทีได้ยินจากเพื่อนฝูงโดยตรง และ ผ่านทางเว็บบอร์ด เรื่องราวก้ไม่ได้แตกต่างจากชีวิตพี่เลี้ยงเด้กแคร์กิฟเวอรืแคนาดา อาทิเช่น
อ้าวไหนมาบอกไม่ได้ให้ทำแล้วทำ เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร ไหนบอกว่าแล้วแต่สะดวกใจ แต่พอไปมากำหนดให้ทำสะงั้น ไม่ทำก็บึ้ง ไม่พูดน้อย โอสตืหน้าออก สะงั้น อ้าวทำก็ทำฟระ part of family
มาแล้วทำไมใช้งานเกิน สีสิบห้าชั่วโมง เกินไม่ว่าหรอก แต่ไม่จ่ายเงินนี้สิ
โอ้ไม่มีอะไรจะกินเลยอะ เงินฉั้นก้ได้นีอยๆ ต้องออกไปหากินเองอีกเหรอนี้ โฮตืไม่เข้าใจเหรอว่าเงินค่าห้องค่าอาหารมันหักไปจากรายได้แล้วนะ
ไม่มีอะไรให้ในบ้านเลย แม่ง อยู่บ้านป่ามากๆ เน็ทก็ยังหมุนอะแก รถเมลล์ก้ไม่มี รถให้ใช้ก็ไม่มี มีแต่ป่า กวาง
เด้กซนอะ ไม่ฟังเลย ทำโทษก็ไม่ได้ ไม่ฟัง ไม่กลัว พ่อแม่ก็เอาใจสารพัด ไม่เคยลงโทษเลยอะ บอกว่าอย่านะ เดี๋ยวโดนลงโทษ แต่ไม่เคยทำสะที ลูกเทวดาจริงๆ แล้วงัยเด็กเสีย พ่อแม่ยังไม่ฟัง แล้วจะมาฟังพี่เลี้ยงเหรอ
หนำซ้ำเลี้ยงเด็กฝรั่ง ตีไม่ได้ ได้แต่บอกอธิบาย แม่ง เด้กฟังก็ดีสิ เด้กไม่ฟังนั่งเถียงกัน เืบื่อโว๊ย
โอสตือยู่ดีๆ ก็ไล่หนูออก บอกว่าเข้ากับบ้านเขาไม่ได้ หนูเพิ่งมาได้แค่ห้าวันเองค่ะพี่ เขาบอกหนูดูแลเด็กไม่ได้ ภาษาหนูไม่ดี หนูไม่เหมาะกับการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เขาส่งหนูกลับค่ะพี่ ซวยหนักเลยเคสนี้
แล้วเมกาเขาให้กลับด้วย เพราะเขาถือว่าโฮสตืซื้อตั๋วมาให้ เอเจนซี่สปอนเซอร์เข้ามา หากเอเจนซี่และโฮสต์บอกว่ากลับ ก็คือกลับ ถึงจะเพิ่งมาก้ตาม แต่แคนาดาเราดี ชีวิตเป็นของเรา เราก็แค่คนตกงาน หางานบ้านไหนต่อไป ไม่ต้องกลับเมืองไทย
บ้างบ้านหนักอีก ไล่ออแพร์ออก พร้อมป้ายว่าเด้กขโมยของ
ไม่รวมปัญาพวกทำงานพีเลี้ยงเด็ก ทางยุโรป ทำงานเกิน ทำงานบ้านหนัก ในคราบวีซ่าออแพร์ ทางยุโรปนี้ทำงานแค่ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ
ในการเปรียบเทียบอาชีพพี่เลี้ยงเด็กกับหลายประเทศ ของแคนาดานี้ว่าดีทีสุด
1. ให้สิทธิ์ทำงานนได้ตราบนานเท่านาน ของประเทสอื่น แค่ปีหรือสองปี ของแคนาดา ถ้ามาแล้วนายจ้าโอเค จะจ้างต่อห้าปีก็ได้ เป็นพี่เลี้ยงเด็ก เป็นแม่นมกันไปเลย
2. มีิสิทธิ์เอาประสบการณ์ทำงานแคร์กิฟเวอร์มาขออยู่ถาวร มีประเทศใดให้ ประเทสอื่นมีแต่ kick off ออกไป แต่ประเทศนี้ให้ แน่นอน การจะให้ได้พีอาร์ของแคนาดา จะรวดเร็วคงเป็นไปไม่ได้ ขนาดกรีนการ์ดของเมกา คนแต่งงานต้องรอกรีนการ์ดเมกาเป็นปีๆ เช่นกัน จริงๆ แล้วสิทธิตัวนี้ แคนาดาจะไม่ให้ก็ได้ถ้าเขาไม่อยากให้ แนนนี่ขอพีอารืไม่ได้แล้วต่อไป ยังงั๊ย ยังงัย คนก็ต้องการจะมาทำงานอยู่ดีแหละ เพราะแค่เล่นให่้ทำงานได้ตราบนานเท่านานในประเทศ ตราบทีมีนายจ้าง อย่างนี้ คนก็อยากมาทำงานเก็บเงิน หาประสบการณ์เมืองนอกก็เยอะแหละ ไม่งั้น ออแพร์จะเต้มไปหมดไ้ด้งัย
งานแคร์กิฟเวรอ์มันคืออะไรกันแน่ แม่บ้านผสมผุ้ดูแลเด้ก แม่บา้นอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะเขาคาดหวังให้เราดูแลเด็ก สอนเด้ก มีให้อ่านให้เด็ก สอนการบ้าน เล่นกับเด็ก ถ้าแม่บ้านก็คือทำความสะอาดบ้านอย่างเดียว แล้วก็ซักผ้า ทำอาหาร เด็กไม่ต้องไปยุ่งไปสอนอะไรเขา งานแคร์กิฟเวอรืก้เลยเป็นงานทีผสมผสาน ถ้าจะให้พูดตรงๆ เขาเรียกว่างานคนเป็นแม่ แม่คนนี้ ดูแลลูก ต้องการให้ลูกฉลาดใส่ใจลูกทุกอย่าง ไม่ขาดตกบกพร่อง ในขณะเดียวกัน บ้านช่องห้องหับ อาหารการกิน เสื้อผ้า แม่ก็ต้องดูแลให้ลูกให้สามี มือขวาอุ้มลูก มือซ้ายโหลดจานลงเครื่อง มือขวาอุ้มลูก มือซ้ายใช้เครื่องดูดฝุ่น แต่ถ้าแม่คนนี้มีเงินก็จะไปจ้างคนมาทำความสะอาดบ้านต่อไป จะได้มี่แต่เวลาดูแลลูก แต่พอเอาไปเอามา ก็กลายเป็นแนนนี่ ดูแลลูกพร้อมดูแลบ้าน มาทำงานเป็นแม่แทนคนๆนนี้ เพราะคนนี้ๆ ออกไปทำงานหาเงิน
งานแคร์กิฟเวอร์เหมาะกับคนไทยไหม
ก่อนอื่นคือเรื่องของลักษระคนไทย ยังมีแนวคิด พอทำงานบ้านและดูแลเด็ก อี้ เรียนจบมาดีๆ สุง ปริญญาตรี เกรียตินิยม สอบบรรจุข้าราชการได้ ไม่ชอบ ไปเป็นขี้ข้าเขา เป้นคนใช้ ลักษระของผู้คิดอย่างนี้ คือยังเป็นการมองคนในลักษณะไม่เท่าเทียบกัน หากเป็นแคนาดา เธอจะทำอาชีพอะไรมันก็คืออาชีพ ได้เงินเยอะเธอก็สบายต่อชีวิตเธอ นั้นก็เรื่องของเธอ
คนไทยไม่ได้เกิดมาเป็นแม่บ้านสำหรับคนจบปริญญาตรี ปริญญาโท แต่คนเหล่านี้อยากมาเมืองนอก แต่ไม่มีเงิน ไม่มีทุน ก็ต้องขายแรงงาน แล้วก็อยากจะเป็นอย่างอื่นต่อไป มันต่างกับพวกฟิลิปปินส์ เขาเกิดมาเพื่อมาเป็นแนนนี่ ทำงานบ้านแม่บ้าน และก็เพื่อเป็นแม่บ้าน ได้พีอาร์ก็ยังทำงานเป็นแนนนี่ต่อ
#56TanyaJun 08, 2010
นายจ้างทีดี ก็ยังมีอยู่
ส่วนตัวดิฉันประสบการณ์ตรง นายจ้างดิฉันดี ดิฉันก็ขอสรรเสริญเขานะคะ่
งานบ้านดิฉันทำตอนเด็กหลับวนไปแต่ละวัน เพราะนายแกกลัวลูกได้รับสารเคมีนะค่ะ อีกทั้งบ้านไม่ใหญ่คะ่ วนๆ ทำไปแต่ละวัน วันนี้ทำครัว พรุ่งนี้ดูดุฝุ่น มะรืนล้างห้องน้ำ วันต่อมาเปลียนผ้าปูทีนอน ทำมันวันละอย่างตอนเด็กหลับ พวกซักผ้าพับผ้า นี้ไม่ใช่ปัญหาคะ่ เขาไม่ได้ให้ซักแบบไทยนี้ค่ะ ทุกอย่างก็คือโยนเข้าเครื่อง มันก็ปั่นไปของมัน ซักเสร็จ ก็โยนเข้าเครื่องปั่นแห้ง มันก็ปั่นไปของมัน เท้ามือดิฉันไม่ต้องไปขย้ำอะไรนะค่ะ ที่ล้างานจานก็มีค่ะ แค่จัดโหลดจานลงเครื่อง ไม่ได้ต้องมาล้างอะไร นี้เป็นอยา่งหนึ่งทีชอบในแคนาดา เครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิต
ทำงานห้าวันต่อสัปดาห์ ครบอาทิตย์ก็หมดงาน รับเงิน ชั่วโมงไม่มีตุกติก บ้านนี้ทำงานเช้ามาก หกโมงเช้าให้เริ่มงาน เลิกงานเร็วเพราะเข้ากลับบ้านมาไว สามสี่โมงเย็น ดิฉันก็เลิกทำงาน ลงบันทึกเวลาเลิกงาน สิ้นสัปดาห์ เงินนับครบตามชั่วโมง
นายจ้างดิฉันเขาดี สอนขำๆ สอนคนเป็น ดิฉันทำผิด (ก็แหมดิฉันไ่ม่ใช่เทวดา คนเราผิดได้ ) แต่นายหญิงดิฉันเขาสอนดีค่ะ เขาเข้าใจพุด เข้าใจติ ไม่ได้เรียกไปด่า หรือว่าหน้าออกแต่อย่างใด กริยามารยาทในการสอนลูกจ้างเขาดีคะ่ ทั้งทีตัวเขาก็ไม่ได้ทางานเป็น ผจก หรือ ประธานบริษัท เหรือฝ่าย HR ขาก็ลูกจ้างบริษัท Bell เป็นช่างคนหนึ่งเท่านันเอง เขาดูแลดิฉันดีตามสภาพนายจ้างค่ะ ช่วยได้เขาก็ช่วยเต็มที่ ดิฉันเข้าใจเสมอค่ะ เขาจ้างดิฉันมาเพื่อมาช่วยเขา ไม่ได้จ้างมาเป็นภาระ หากดิฉันกลายเป็นภาระของเขา เขาก็คงต้องเลิกจ้าง ดังน้น ช่วยตัวเองได้ก็ต้องช่วยตัวเอง รถไม่มีให้ ซื้อรถเองก้ได้ อยู่เมืองไทยก็เห็นมีรถขับกัน ซื้อได้แต่มาทำงานเป็นแนนี่ซื้อรถไม่ได้ เพราะจะเก็บแต่เงิน นั้นก็แล้วแต่ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ได้เงินเก็บ คุณก้ไม่ได้ความสะดวก ได้ความสะดวก ก็ไม่ได้เงินเก็บมากเท่าทีต้องการ แล้วแต่จะเลือก
นายจ้างแคนาดาไม่จำเป็นต้องมาให้มือถือ หรือ รถให้ใช้อะไร นี้คือใบทำงาน พวกทำงานพิซซ่าฮัท หรือ ร้านแม้คโดนัลล์ นายจ้างต้องให้รถขับ และมือถือหรือเปล่า แล้วเงินค่าแรงเรากับคนทำงานแม้กโดนัลล์ เราได้มากกวาอีก เพราะแม็กโดนัลเป็น minimum wage แนนนี่มากกว่าอยู่ 25 เซ็นต์จาก minimum wage
หรือถ้าเราไได้รายได้เท่า่กับพวกทำร้านฟาสฟู้ด ร้านกาแฟ คนเหล่านั้น เขาก็ไม่ต้องให้ ผจก ไปรับไปส่ง หรือส่งไป รร หลังเลิกงาน แล้วคนทำงานก็ต้องมีค่าเดินทาง บัตรเดินทางแบบเหมาของ TTC ก็เดือนละประมาณ 110 เหรีญ เหมาเดินทางได้ตลอดไม่จำกัดเทียว เป็นค่าเบื้องต้นในการทำงาน แต่แนนนี่ หรือ แคร์กิฟเวอร์ พักกับนายจ้าง ใต้ถุนบ้าง หรือ ชั้นบนบ้าน ถึงเวลาทำงาน ไม่มีคา่การเดินทาง ทำให้เก็บเงินได้อีกส่วน มากกว่าแล้วค่ะ ดิฉันจึงเห็นว่าอาชีพนี้มีรายได้ทีอยู่รอดและเลี้ยงตัวได้ในประเทศแคนาดานี้ค่ะ
มองชีวิตว่าคือการทำงาน แล้วดูแลรับผิดชอบตัวเอง แต่ถ้ามีการมาใช้งานล่วงเกินไ่ม่่จ่ายเงิน หักเงินค่าอาหารไม่มีอาหารให้กิน นี้เราก็ต้องคุยได้อยู่แล้ว เราไม่ได้ผิด คุยก็ไม่ได้คุยแบบชวนทะเลานี้ค่ะ คุยแบบปรึกษา หน้าตายิ้มๆ นี้แหละค่ะ
ทำได้เกือบปี ดิฉันก็ออกมาทำอีกบ้าน ไม่ใช่ว่ามีปัญหานะค่ะ เพราะเขาคลอดลูกแล้วก็ลาดูลูกเองหนึ่งปี เขายังบอกขำๆ ว่า ถ้าถูกหวยจะจ้างเราต่อเลยแหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฉันรู้อยู่แล้วตั้งแต่ิิอยู่เมืองไทย ว่าเขาท้องแล้วเขาจะคลอดลุก เขาต้องการดิฉันแค่เเจ็ดหรือแปดเดือนต็มทีเท่านั้น แต่ดิฉันก็ว่าโอเค เพราะสามารถมาหางานใหม่ได้อยู่แล้ว หากอยุ่ในแคนาดา
ดิฉันมาก็ใช้เอเจนซี่ค่ะ เอเจนซี่มี่ให้เลือกมากมาย เยอะแยะเป็นร้อยๆ เจ้า แต่ละเจ้าคิดค่าบริการไม่เท่ากัน เราเลือกใช้บริการของเจ้าไหนก็แล้วแต่เรา ไม่ได้มีใครบังคับ เราเลือกเอง แต่ในขณะเดียวกันดิฉันก็มีความรุ้ในโครงการอยู่ในส่วนที่คิดว่าเอาตัวรอดด้วยเช่นกัน เอเจนซี่ดิฉันก็ทำตามหน้าที่ทีเขาบอกว่าเขาจะทำ มันเป็นธุรกิจสำหรับเขา เราคบกันตามธุรกิจ นอกเหนืิอจากธุรกิจ คงไม่ต้องมองหาอย่างอื่นค่ะ
พอได้บ้านใหม่ ดิฉันดูแลผุ้ชายสองคน หนึ่งขวบ กับหกขวบ (จะขึ้นปอหนึ่ง) ซึงแม่เขาเป็นครู พ่อเป็นรองประธานบริษัท บ้านใหญ่เลยคะ่ สองเท่าตัวกับบ้านแรก นายหญิงให้คนมาช่วยดิฉันทำความสะอาดบ้านเดือนละหน ปรกติเขาบอกว่าตอนเขาอยู่ดูแลลูกนี้ เขาไม่มีแม่บ้านนะ เขาทำเอง แต่พอมีแนนนี่คือธัญญ่าเขาเกรงว่าจะไม่ทัน เลยให้คนมาทำความสะอาดบ้านช่วยไปแล้วกัน ดิแันก็บอกตรงๆ ว่าสายงานดิฉันนั้นครู สายการสอน แต่งานบ้านทำได้ไหม ทำได้ค่ะ ดิฉันก็คนรักสะอาดอยู่แล้วคะ่ อายเขาค่ะ เวลาเห็นบ้านสกปรก ตอนเด็ก ไม่แคร์ แต่โตขึ้น อายเขาค่ะ บ้านต้องดูดี เพราะคนเราอาศัยอยุ่อย่างไร ก็บ่งบอกนิัสัย หรือบุคลิกของคนนั้นได้ประกาศหนึ่ง อยู้กันมาปีครึ่ง ดีหมดค่ะ
เด็กฟัง เพราะนายจ้างเขาสั่งลูกให้เชื่อดิฉัน เด็กเองก็ติดดิฉันค่ะ แต่แน่นอนเด็กมันก็มีเถียง รั้น ดื้อ ดื้อตาใส ไม้เบื้อไม้เมาเป็นธรรมดา แต่ดิฉันไม่เคยเก็บมาเป็นส่วนตัวว่า เด็กทำงี้ แปลกว่าเกลียดเราไปตลอด เด็กคือเด็ก ทำไปพูดออกมา อาจจะไม่ได้คิดอะไร เช่น ไม่เอาไม่เล่นด้วยวันนี้ ตอนแรกใจเสียอะ ทำไมละ แต่เดี๋ยวเขามีรมณ์เขาก็มาเล่นกับเราดีๆ อีกเแหละ หรือถ้าเราหาคิดอะไรใหม่ น่าสนมาให้เขาดู เขาำทำ เขาก็มาทำตามดิฉันเอง
ขีวิตดีค่ะ ดิฉันมีแฟนโอสต์ก็ไม่ว่าอะไร แต่ดิฉันจะไม่ค่อยอยากนำแฟนเข้ามาวุ่นวายในบ้านเวลาทำงาน เรื่องส่วนตัวโทรหาแฟน หรือคุยกันนี้ ดิฉันทำนอกเวลางานค่ะ โอตืดิฉันเขาก็ดีอกดีใจกับฉันด้วย อยากเห็นหน้า อยากให้มาบ้าน มาเจอแ้ล้วก็ว่างๆ ก็มีการนัดกินข้าว แฟนดิฉันมีเรือโฮสตืและเด็กๆ ก็มาลงเรือแฟนด้วยกันยามเสาร์อทิตย์ก้มี ก็สนุกด้วยกันดี
ตอนดิฉันเป็นพี่เล้ยงเด็กอเมริกา มันทำได้แค่สองปีก็ต้องกลับ โฮสต์ก็ช่วยทำใบทำงานในเมกา จ้างทนายให้ เพื่อเอาดิฉันให้อยุ่ต่อ เขารักดิฉันมาก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ อเมริกา เรื่องอพยพนี้ยากส์คะ่ งานพื้นๆ อย่างนี้ใครก็ทำได้ แม้กซิกันอพยพเต็มบ้านเมืองเขาก็ทำได้ค่ะ ไม่ต้องไปเอาคนนอกประเทศสปอนเซอร์มาให้ใำบทำงานทำหรอก เมกาเขาป้องกันโครงการด้วยการทำเป็นโครงการออแพร์ วีซ่านักเรียนแลกเปลียนไว้เลย แต่ทุกวันีน้ทีมาอยู่แคนาดา ดิฉันก้ไปหาโฮสต์ที่เมกาตลอด อยู่แคนาดามาสี่ปี ได้ไปหาโอสต์ สิบครั้งแล้ว และทุกครั้งโฮสต์ออกค่าตั่วไปกลับให้โดยตลอด ถ้าอยากไปเมื่อไหร่ก็บอก จะให้ตั่วไปเทียวเสมอ บางทีเขาก็ไปต่างรัฐเช่นลงไปเทียวดิสนีย์แลนด์ หรือว่าดีซี เขาก็มาชวนดิฉัให้ไปรวมทริปกับเขาด้วย เพราะเด็กๆ ติดดิฉันมาก ต้องการให้บินจากโทรอนโทไปสมทบเขา เขายินดีออกทุกอย่างให้ นอกจากนี้ โอสต์ทีเมกาให้รถดิฉัน รถเก่ง มันก็เป็นรถเกา่ๆ อายุสิบสองปีทีโฮสต์ซื้อให้ใช้ตอนอยู่เมกา พอมาแคนาดา ดิัฉันต้องการซื้อรถอยู่แล้ว เพื่อความสะดวกส่วนตัว ทีไม่ต้องรอพึ่งใคร พอเอ่ยปากกับโฮตืเมกา เกริ่นว่าหาซื้อรถอยู่ เขาก็ยกให้ บอกมาเอาไปสิ ดิฉันก็ไม่อยากไปเอาในตอนแรก เพราะต้องขับข้ามประเทศ นายทีแคนาดารอติดต่อหาบริษัทขนส่งจากเมกามาแคนาดาให้มันคิดค่าขนส่งพันห้าร้อยเหรียญ ก็เลยคิด่าไปเอาเองดีกว่า คา่น้ำมันไม่เกินสองร้อยขับจากชิคาโกมาโทรอนโท ดิฉันก็บินไปรับรถ แล้วก็ัขับกลับมาแคนาดาคนเดียว ก็เป็นการขับข้ามประเทศครั้งแรกในชีวิติ GPS ไม่ม่คะ ท่องไว้สองสาย I-94 เหนือ เพราะแคนาดาอยูทางเหนือเมกา แล้วก็ พอเข้าแคนาดาก็ HwY401 ถึงบ้านเรา ง่ายไหมค่ะ แปดชั่วโมงค่ะ รู้แค่สองสายก็ขับมาถึงได้ปลอดภับค่ะ
ทุกอย่างทีดิฉันได้รับในชีวติ ดิฉันได้เรียนรู้ ก้เพราะสายอาชีพพี่เลี้ยงเด็กนี้แหละค่ะ ดิฉันเล่า่มานี้ไม่ได้จะอวด แต่แค่อยากให้คนทีอ่านได้เห็นว่า คนทีเขามีสุขกับโฮสต์และปรับตัวได้กับโฮสตืก็มี อาจจะไม่ได้มาเล่าผ่านหน้าจอ ก็คนเขามีความสุข ก็ไม่รู้จะมาแชร์อะไร เพราะว่าไปก็เหมือนอวดเปล่าๆ คนมีปัญหาก็มีแน่นอน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร มันเป็นสัจธรรมของโลก ทุกคนไม่มีปัญหาเป็นไปไม่ไ้ด้หรอกค่ะ อยู่กับใครก็ต้องปรับตัวเข้ากันไป ร้อยบ้าน ก็ร้อยปัญหา เล็กใหญ่ต่างกันค่ะ
ดิฉันก็ยังเชื่อว่า โครงการ ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ของแคนาดา เป็นโครงการทีดี ให้โอกาสกับชีวิตของดิฉัน และ โอกาสของชีวิตคนอื่นๆ ทีเหมือนๆ กับฉันก็คงจะมี (ดิฉันคงจะไม่ได้เป็นคนโชคดีคนเดียวหรอก คนอื่นก็คงจะมีเยอะไป แต่ไม่ได้มาเล่า)
#57TanyaJun 08, 2010
คุณ Rain จะฟ้องก็คือแจ้งตำรวจได้อย่างเดียวค่ะ โดยอ้างอิงจากสัญญาการใช้บริการ และ แจ้งข้อหาว่า เอเจนซี่ไม่ได้ให้บริการในเรื่องใดบ้างค่ะ (บริการใดทีให้ไม่ครบถ้วน แ้้จ้งไปค่ะ)
แต่โดยส่วนใหญ่ มันเป็นการขายบริการ มันจะต่างกับการขายสินค้า มันจะไม่เห็นเด่นชัด
ดิฉันก็รู้จักคนไม่น้อยทีมีปัญหากับเอเจนซี่ แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าสัญญาการบริการเซ็นต์อะไรไว้กับเขา หากเซ็นตืไปแล้วก็ต้องปฏิบัตตามน้น เพราะเป็นข้อตกลงตามการใช้บริการค่ะ
อย่างบ้างเอเจนซี่ บอกว่ามาแคนาดาหากมีปัญหากับนายจ้างหาโอสต์ให้ฟรี แต่พอจะให้เราหาโฮต์ได้เอง จะไปกับโอต์ทีหาได้เอง เอเจนซี่บอกไปไม่ได้ ต้องจ่ายค่าปรับห้าพันเหรยญ เพราะสัญญาระบุไว้ เป็นต้น
ดังนั้น แนนนี่คนนี้ต้องไปทำงานกับนายจ้างทีสมัครกับเอเจนซี่เท่านั้น ก้เลยต้องให้นายจ้างคนนั้นไปสมัครใช้บริการเอเจนซี่
เคสนี้ถามว่าคิดงัย ถ้าาทางคุณธรรมผิด ถ้าทางธุรกิจไม่ผิด
คุณธรรม เอเจนซี่ควรดีใจและช่วยเหลือให้แนนนี่ได้งานทีดีตามปรารถนา
ธุรกิจ หากปล่อยให้ไป รายได้สูญเสีย แนนน่คนนี้ไปใช้บริการให้เอเจนซี่หาโฮสตืหรือเปล่าสรุป เอเจนซี่ได้เงินเพราะโอสต์มาจากเอเจนซี่นั้น ไ่ม่ใช่ของฉัน ฉันเสียเปรียบ เพราะนำเด้กเข้ามา แล้วให้คนอื่นได้เงินเฉิบ เพือรายได้และกำไรของบริษัท สัญญาใช้บริการจึงต้องมีการจ่ายค่าปรับขึ้นมา ดิฉันบริษัท ไม่ใช่มุลนิธิ หรือสมาคมองค์กรช่วยเหลือฟรี
คนเราต่างมุมมองจะคิด แต่ถ้ามากับเอเจนซี่ได้โฮสตืดีไม่มีปัญหา เขาก็ว่าเอเจนซี่เขาดี ถ้ามาแ้ล้วมีปัญหาเขาก็ว่าเอเจนซี่ไม่ดี ไ่ม่ช่วยฉันด้วยต่อ เป็นต้น
คงไม่มีใครเพอร์เฟกซ์ เอเจนซี่ใดก็คงไม่เพอร์เฟกซ์ หากรำคาญเอเจนซี่มากนัก ไม่ต้องใช้มันค่ะ ประเทศนี้เขาก็ให้มาเองได้โดยไม่ต้องผ่านเอเจนซี่อยู่แล้ว มีคนมากมายมาเองไม่ผา่นเอเจนซี่ก็เยอะ อย่าง No1nanny ทีได้มาแชร์กันเป็นต้น
ปัญหาเอเจนซี่ใครก็เจอ ดิฉันก็เจอค่ะ
คนใช้อเจนซี่ไม่มีไม่เจอปัญหา ใช้ไม่ใช้เอเจนซี่มาต่างแดนนี้มีปัญหาหมดค่ะ
อย่างดิฉัน ตอนหาโอสต์บ้านทีสอง ไปหาโฮสตืเอง เพราะรอเอเจนซี่ไม่ไว ช้าไม่ทันใจวัยรุ่น จะว่าเอเจนซี่ผิดไหม ไม่รู้ดิ ก็ฉันเร็วกว่า เอเจนซี่เธอช้าอะ แต่เอเจนซีก็จะบอกไ้ดว่าถ้าคุณรอเราให้หาให้ เราก็ม่บ้านให้แน่นอนแหละ
ปรากฏว่าถ้าไปกับโอตือืนทีไ่ม่ใช่จากเอเจนซี่ในหนึ่งปีแรกทีอยู่ในแคนาดา ถูกปรับ เอาดิ ก็ต้องไปบอกนายใหม่ให้สมัครกับเอเจนซี่ค่ะ เอเจนซี่ได้ลูกค้าจากเราเต็มๆ ค่าคอมเราไม่ได้ ยังมีคิดจะเอานะ เอาดิ เกิดโชคไม่ดี นายใหมไม่สมัครเอเจนซี่ละ ไม่เอาอะธัญญ่า่เสียเงินพันกว่าเหรียญ ฉันทำเองได้ เธอออกมาจากเขาไม่ได้ฉันไม่เอาก็ได้นะ เพื่อความสบายใจกันแหละ เป็นงัยละ แค้นเอเจนซี่สิคราวนี้
อย่างเปลียนบ้านต้องทำใบทำงานใหม่ เอเจนซี่ไม่ได้บอก และไม่ได้แนะนำวิธีการทำใดๆ ให้แต่ LMO ใหม่ เดชะบุญว่าเข้าใจโครงการมันต้องทำใบทำงานใหม่ ทำอย่างไร ฟอร์มอะไรดิฉันศึกษาเ้ข้าใจก็ทำเอง ถามว่าเอเจนซี่ไม่ดีไหม อืม ไม่แนะนำอะไรเลยรู้ๆ กันอยู่ฉันต้องทำไม่บอกกันบ้างนะ แต่ในทางธุรกิจสํญญาเขาไม่ได้บอกนี้ว่าให้บริการทำใบทำงานใหม่ในแคนาดา อืม จะว่าเอเจนซี่ผิดได้ไหมนี้
พอโฮสต์ถามเรื่องการหักเงินให้แนนนี่ ทำอย่างไร เอเจนซี่บอกว่า ต้องติดต่อนักบัญชี ทางเอเจนซี่ให้บริการแตททำเอกสาร LMO และหาเด็กมาให้ อะนะ
เราไปทำเรื่องพีอาร์ เขาตอบว่าจะจ้างทนายไหม เพราะบริการทีจ่ายมาไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการทำหรือให้คำปรึกษาพีอาร์
บ้างคนจ่ายเงินคา่ทำพีอาร์แล้ว ก็ถามไปเถอะนะ ถามกับทนายใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ หากคุณจ่ายมาแล้ว
ดิฉันคิดว่า สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมุลการดำรงชีวิตในแคนาดาฐานะแคร์กิฟเวอร์จะดีทีสุด
การบอกว่าคุณควารทำอะไร เช่น
ตกงานเคลมเงินรัฐได้ไหม ทำอยา่งไรค่ะ
เรื่องภาษีรายปี ทำอย่างไรกันค่ะ
ได้รับเงินเท่านี้ โอเคหรือยังค่ะ
ถ้ามีปัญหาเรื่องการเดินทาง โอนเงิน ทำงัย
ฤดูกาลเปลียน หนาวๆ ทำอะไรกับเด้กบ้าง
เมนูอาหารฝรั่งเป็นงัยกันบ้าง แชร์กันหน่อย
แนนนี่หรือสมาคมไทย นัดสังสรรค์เจอกันทีไหน ช่วย ๆ กันกระจายข่าว จะได้มาเจอกัน
#58kungnangJun 08, 2010
อืม สรุปว่าทางที่จะได้รับเวงินค่าคอมมิชชั่นคือแจ้งตำรวจหรือคะ รอฟังคุณ rain นะ ว่าโฮสเขาจะแนะนำว่าอย่างไร เพราะรู้จักแนนนี่หลายคนที่อยากร่วมกลุ่มกันร้องเรียนเอาเงินคืนอยู่เมือนกัน
เห็นมีหลายความเห็นบอกมาว่า เรียกงานแคร์กิฟเว่อร์ว่างานคนรับใช้ อันนี้ก้อแล้วแต่มุมมอง แค่เป็นภาษาที่ดิ้นได้ บทบาทภาระงานมันมีมากกว่าคนรับใช้น่ะ ว่ากันจริงๆมันเป็นอะเมซิ่งแนนนี่ดีกว่า เพราะนอกงานบ้านจะต้องดีแล้ว งานดูแลเด็กจะต้องเยี่ยมด้วย ยิ่งกว่าคุณครู นักจิตวทยาซะอีก แต่รายรับก้อระดับโลวสกิล เพ่ด
ที่ได้ชี้แจงภาระกิจของลิฟอินให้ทราบนี่ ไม่ได้คิดว่างานนนี้ต่ำต้อยแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการแชร์ความรู้ข้อมูลให้แก่ผู้ที่อยากมาใหม่ ได้ทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะท่านที่เป็นลูกจ้างเอกชน พนักงาน ข้าราชการของรัฐ หรือผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ใดๆก้อแล้วแต่ทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ จะได้รู้ข้อมูลเบื้องลึก เพราะเคยคุยกับเพื่อนครู เพื่อนพยาบาล เพื่อนพนักงานออฟฟิซ อยากมาทำงานในตำแหน่งนี้กัน จากการรับทราบข้อมูลจากบรรดาเหล่าเอเจนซี่ที่จอมหมกเม็ด นำเสนอแต่ด้านที่สวยงาม ไม่นำเสน อด้านที่คนเขามาแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้น แล้วโดนปฏิบัติกันแบบไหน คนที่จะมาใหม่ เขาก้อจะมีทางเลือกจะผ่านเอเจนซี่ไหน หรือจะมาเอง แล้วมานี่งานประมาณไหน อย่างที่บางคนบอกหวังสูงจะได้ไม่ต้องมา มันก้อไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะบรรดาผู้ที่มาแล้วก้อล้วนแต่ความรู้ระดับปริญญากันทั้งนั้น เกียรตินิยมไม่เกียรตินิยม ก้อคิดว่าทำงานนี้ได้เช่นกัน และก้อรับทราบก่อนมาว่างานประมาณไหน แต่คนที่มากันคิดว่างานบ้านทำได้ รับใช้ทำได้ที่เคยคุยไม่ว่าจะเป็นพวกเคยทำงาน ออร์แพร์ ออฟฟิซ หรือข้าราชการนี้ต่างก้อคิดว่าทำได้กัน ไม่เหนือบ่ากว่าแรงก้อเหมือนทำให้บ้านเราเองเพราะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ที่ทนไม่ได้กันก้อคงเป็นในแง่โดนเอาเปรียบ และพวกนายจ้างจุกจิก มีปัญหา พวกจิตหงุมหงิม อย่างเรื่องซักผ้านี่ก้อใช่แหละโยนเข้าเครื่อง แต่ที่เสนอไปนี่ให้เข้าเครื่องตอนหลังสามทุ่ม ต้องรอเปลื่ยนเข้าดรายเย่อร์ และก้อรอพับ ถึงจะไปพักได้ นี่มันเกินไปไหม เขาเคยคุยกับนายจ้างแล้ว บอกค่าน้ำค่าไฟช่วงประมาณเวลานั้นมันราคาถูกนี่ถึงบอกว่ามันมีตริงเป็นปัญหา เครื่องล้างจานนี่เอาเข้าเครื่องล้างแหละ แต่ขอบอกบางบ้านให้ล้างมือบอกว่าสะอาดกว่า นี่ไม่ได้คิดว่าเป็นการเล่าเรื่องเกินความจริง แต่เป็นความจริงที่ยังไม่เคยถูกเล่า ก้อขอบอกกล่าวจะได้รู้ว่ามีอยู่จริง
แนนนี่ที่อยู่นี่ทุกคน ต่างอยากมาหาประสบการณ์ชีวิต มาด้วยมีความหวัง ความฝัน ถึงอนาคตที่จะสดใสหลังครบแอพพลายพีอาร์ ที่จะหาที่เรียน หางานใหม่ที่ตรงกับด้านที่จบกันมา ซึ่งถ้ารอเป็นพลเมืองค่าเรียนก้อถูกว่ามาก หรือบางคนก้ออาจจะกู้จากรัฐบาลอันนี้ก้อแล้วแต่ ซึ่งก้อคิดว่าเป็นทางประหยัดทุนการเรียนจะจ่ายแพงทำไมถ้ามีทางเลือกให้จ่ายถูกได้
แต่หลายคนต้องกลับไทยก่อนก้อมี และหลายคนก้อยังอยู่ไปแบบทนๆทำไป ที่มีความสุขก้อมี แต่ก้ออย่างที่บอกข้อมูลที่ให้ไปนี้ไม่มีหมกเม็ด บิดเบือนนำเสนอทุกด้าน ที่บอกแล้วว่าคงจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจแก่ผู้ที่อยากมาโครงการว่าจะทำได้ไหม และมาอาจเจอปัญหาอะไร แต่ทุกอย่างคิดว่ามีทางแก้ไข ก้อจากการเรียนรู้จากความผิดพลาด จากประสบการณ์ของรุ่นพี่แนนนี่
ส่วนแนนนี่ท่านที่ไม่เจอปัญหาหนักหนาอะไร หรืออยู่มีความสุขดี นั้นก้อดีใจด้วย หากอยากมาเล่าคงไม่มีใครใจแคบคิดว่าเป็นการโอ้อวดแต่อย่างใด และท่านที่ประสบปัญหาอยู่ก้ออยากให้มาร่วมให้กำลังใจกัน มาช้วยกันหาทางแก้ไขร่วมกัน ดีกว่าจะมาซ้ำเติมหรือโทษว่าเขาไม่ดีพอ คิดลบ ไปเสียอย่างนั้น ส่วนผู้ที่อยากมาใหม่ก้อจะได้มีข้อมูลมาชั่งใจเพราะบางคนมันไม่ใช่แค่ว่ามาแล้วไม่ดีก้อกลับ บางคนนี่มีว่ากำลังมีลูกน้อยแล้วอยากมาต้องทิ้งครอบครัวมา หรือลาออกจากงานเก่ามาเพราะคาดหวังว่ามาแล้วทำได้ ก้อจะได้คิดทบทวนหลายๆรอบ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กว่าโทษแน่นอน หากผู้อ่านเปิดใจกว้างรับข้อมูล ว่านี่มันเป็นเรื่องจริงจากประสบการณ์ของแนนนี่จำนวนหนึ่ง ขอย้ำ ไม่ได้บอกว่าทุกเคส หากใครมีข้อมูลหรือประสบการณ์ที่ต่างไป อยากมาเล่าเรื่อง นี่ก้อคงจะดีไม่น้อย อย่างประสบการณ์ของเพื่อนๆทุกคนที่เล่ามามันเป็นประโยชน์จริง เห็นมีคนเข้ามาขอบคุณซะมากกว่าจะมาตำหนินะคะ ควรจะขอบคุณเจ้าของเรื่องที่ได้อุตส่าห์ อนุญาติให้นำมาเล่าสู่กันฟัง ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะจากใจผู้เล่าเรื่อง
#59linatJun 11, 2010
เห็นเพื่อนๆมาแชร์ประสบการณ์ที่มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์ดีค่ะ
ดิฉันเพิ่งมาเป็นcaregiverที่นี่ได้แค่หนึ่งเดือน แต่เคยเป็นออร์แพร์ที่อเมริกามาเกือบสองปีค่ะ เห็นด้วยกะที่Tanya แชร์ประสบการณ์นะคะ
งานนี้จเรียกว่าคนใช้ เราว่าไม่น่าจะใช่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ชึ้นอยู่กะนายจ้างที่เราทำงานด้วยค่ะ
อย่างบ้านที่ดิฉันทำงานด้วยตอนนี้ ไม่ต้องทำงานบ้านเพราะเค้ามีคนมาทำอาทิตย์ละครั้ง เราก็ช่วยเรื่องซักผ้า ซึ่งตัวเค้าเองก็ทำอย่างบางทีทำเสาร์อาทิตย์วันหยุดเรา เค้าก็ซักให้เราด้วยนะ ซึ่งอันนี้ก็จะเห็นว่ามันเป็นน้ำใจ แล้วแต่บ้านแล้วแต่คนค่ะ เพราะตอนคุยกันหน้าที่หลักเราคือดูแลเด็ก พูดง่ายๆ เราทำงานที่นี่ก็ไม่ได้ต่างจากตอนอยู่อเมริกา ซึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ เราต้องคุยกันให้ละเอียดตั้งแต่ก่อนตกลงมาทำงานแล้วค่ะ หากเราไม่ชอบว่าบ้านนี้จะให้ทำโน่นนี่นั่น เยอะและเราก็ไม่สามารถทำได้ทั้งหมด ก็ไม่จำเป็นต้องรับข้อเสนอเค้าค่ะ เรามีโอกาสเลือกค่ะ เหมือนกะทำงานที่เมืองไทย เลือกไปเรือยๆจนกว่าจะได้งานที่ถูกใจ
ซึ่งต้องขอขอบคุณธัญญ่านะ ที่ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกะออร์แพร์ ทำให้ดิฉันได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับอาชีพนี้ และลองสมัครเข้าโครงการไปอเมริกา โดยที่หลายๆคนรอบตัว ไม่เห็นด้วย เพราะอย่างที่เรารู้ๆกันตามค่านิยมคนไทย จบจากมหาลัยดีๆ มีงานดีๆทำ บริษัทใหญ่โต ที่เมืองไทย ทำไมต้องไปพี่เลี้ยงเด็ก ...แต่เมื่องเวลาผ่านไป จนถึงทุกวันนี้ ดิฉันก็ยังเลือกที่จะทำงานด้วยอาชีพนี้อยู่ เพราะอาชีพนี้เปิดโอกาสในชีวิตให้เราได้ลองทำงาน ใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องรบกวนทางบ้าน อีกทั้ง ยังมีโอกาสได้เรียน ได้ศึกษาต่ออีกด้วย เหมือนกะที่ธัญญาได้บอกไว้ค่ะ แคนาดาเป็นประเทศที่ให้โอกาสคนทำอาชีพนี้ โดยที่ประเทศอื่นไม่มี
หากจะว่าไปแล้ว ทำงานที่ออฟฟิศที่เมืองไทย ก็งานหนักเหนื่อยเหมือนกันอาจจะคนละแบบ และดิฉันเชื่อเหมือนที่คุณธัญญ่าบอกว่า คนไทยเราไม่ได้จบปริญญาตรีเพื่อจะมาทำอาชีพนี้ ซึ่งต่างจากคนฟิลิปปินส์ หลายๆท่านเพียงแค่ต้องการลองหาประสบการณ์และลู่ทางเพื่อเปิดโอกาสให้กับชีวิตของตัวเองค่ะ และดิฉันก็เป็นหนึ่งคนในนั้น ที่ไม่ได้คิดจะทำงานเป็นแนนนี่ไปตลอดแต่จะทำทุกๆงานทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ดีที่สุด เพื่อนอนาคตที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ
#60pookieJun 17, 2010
หวัดดีค่ะ ชื่อ ปุ๊กกี้ มาอยู่ที่แคนาดา ได้ประมาณ ปีกว่าๆ แล้วค่ะ เป็นแนนนี่เหมือนกัน มากับเอเจนซี่เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าตอนนั้นเลือกได้ คงหาทางมาเองดีกว่า แต่เพราะเราไม่ได้หารายละเอียดอะไรมากมาย อ่ะค่ะ
รู้สึกดีใจที่มีเวบบอร์ดนี้ขึ้นมาแชร์ประสบการณ์ให้กับคนที่สนใจโครงการนี้ บางทีรู้จากหลายๆ คนที่เค้ามีประสบการณ์แตกต่างกัน มันก็จะเป็นผลดีและเป็นแรงชักจูงให้หาข้อมูลให้กับตัวเอง
ปุ๊กโชคดีที่ได้โฮสที่เค้าแฟร์ แล้วก็เปิดใจคุยกันได้ ตกลงกันได้ บ้านที่อยู่ตอนนี้อยู่ไกลจากโตรอรโต้ ประมาณชั่วโมงกว่าๆๆ แต่ว่าเข้าโตนอนโต้ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ ไม่งั้นตัวเองจะบ้าตาย เห็นแต่ป่าแต่ทุ่งหญ้า และก็ฟาร์ม ตอนห้าเดือนแรกยังอยู่แถว นอร์ทยอร์กอ่ะค่ะ แต่โฮสสร้างบ้านใหม่ ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ ตอนแรกก็อึ้งค่ะ มันไม่มีอะไรเลย ยิ่งกว่าบ้านที่เมืองไทยอ่ะ รถเมล์ก็ไม่มี รถไฟก็มาไม่ถึง แต่เราก็คิดซะว่า คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากค่ะ เราก็ต่อรองกับโฮส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโทรศัพท์มือถือ (ซึ่งมีคลืนบ้างเป็นบางเวลา) ทีวีพร้อมเคเบิลในห้อง อินเตอร์เนตสติ๊ก(มันไม่มีไวลเลสอ่ะ)
มันก็เหงาบ้าง แต่เราก็ต้องหากิจกรรมให้ตัวเองกับเด็กๆ ทำ ส่วนใหญ่ก็กินอยู่เล่น แบบพอเพียงค่ะ ไม่มีสนามเด็กเล่นที่เดินไปได้ ก็ต้องอาศัยข้างบ้านที่เค้ามีชิงช้าเล่น
ก็อยากจะแชร์ปรัสบการณ์ของตัวเอง ที่ไม่ได้เหมือนกับตอนเป็นออแพร์ที่ชิคาโก้เลยนิดเดียว เพื่อนที่อยู่ที่ชิคาโก้ตอนนี้ อยากจะมาเป็นแนนนี่ที่นี่ ก็ขอให้ศึกษาข้อมูลดูดีๆ และก็คิดเผื่อไว้หลายๆด้านว่าถ้าเราเจอเหตุการณ์แบบรี้ เราจะอยู่ได้มั้ย ถ้าเค้าให่เราทำงานมากกว่าที่ตกลงกัน เราจะทำอย่างไร ของปุ๊กปิ๊ก ทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ค่ะ บางอาทิตย์ เป็นหกสิบเพราะแม่ต้องทำงานต่างจังหวัด หรือไปต่างประเทศเป็นอาทิตย์ เราก็คุยกับเค้าว่า เค้ายินดีจ่ายเราเป็นค่าโอทีมั้ย เค้าจ่ายให้เราชั่วโมงละสิบเหรียญเป็นเงินสดค่ะ ตอนนี้สิบเอ็ดเหรียญ บางทีก็รวบรวมชั่วโมงแล้วแลกกับวาเคชั่นค่ะ ปุ๊กได้ ห้าอาทิตย์วาเเคชั่นปีนี้ เพราะเค้าขอแรกชั่วโฒงทไงานเป็นวันหยุด เราก็โอเค เพราอย่างน้อยเค้าก็แฟร์กับเราค่ะ
ปุ๊กทำงานบ้านทุกอย่าง แบ่งวันทำงานค่ะ แต่ทำอาหาร โอสขอให่เราทำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์เลย เพราะเค้ากลับมาบ้านเกือบทุ่มทุกวัน เราก็โอเค เพราะเราชอบทำกับข้าวอยู่แล้ว
บางที่เราต้องกล้าที่จะพูดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองค่ะ
#61YMCAJun 24, 2010
;) เหรียญมีสองด้านค่ะ สำหรับโครงการ live in Caregiver in Canada ข้อดีหาได้ทัวไปตาม website ของเอเจนซี่และนายหน้า ข้อเสียแทบไม่เคยได้เห็นตามบอรด์สาธารณะ พอเรามาเจอบอร์ดนี้และได้เห็นเพื่อนๆเเชร์ประสบการแย่ๆเกี่ยวกับโครงการนี้ จึงอยากขอแบ่งปันประสบการ์ณตรงของเราเองและเสียงของคนรอบข้างทีถูกเอาเปรียบจากเอเจนซี่ นายหน้า และนายจ้าง ภายใต้โครงการ์ณ Live-in caregiver in Canada... ค่ะ
#62YMCA77Jun 25, 2010
:) :) ก่อนอื่นต้องขอแนะนำเพื่อนๆ Caregiver ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านของการให้บริการของเอเจนซี นายหน้า โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ เรื่องที่จะรวมตัวกันเอาเรื่องกับเอเจนซี่นั้น ก่อนที่จะถึงตำรวจ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายค่ะ เพราะเราไม่รู้กฎหมายที่นี่ ไม่รู้ว่าเรามีข้อได้เปรียบเสียเปรียบมากน้อยแค่ไหนกับหลักฐานที่เรามี ทนายที่ว่านี้คือ
Legal Aid Clinics at The Library หรือ ทนายอนาฐาค่ะ ที่สำคัญฟรีค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ลิมิตวันและเวลาค่ะ ก่อนอื่นต้องโทรไปทีห้องสมุดนัดวันและเวลาก่อน
เรามีข้อมูล ของห้องสมุดที่ให้บริการใน Ontario มาให้เพื่อนๆค่ะ
Legal Aid Clinics at The Library
An Ontario Legal Aid lawyer provides free legal advice and guidance for limited amounts of time at these branches:
Cedarbrae District library
Ongoing, Thursdays, 6:30- 8:30 p.m.
Please contact the library at 416-396-8850 to book a 15-minute appointment.
North York Central Library
Ongoing, Tuesdays, 6:30-8:30 p.m.
Please call 416-395-5613 for a 30-minute appointment.
Downsview Public Library
Ongoing, Thursdays, 3:30-5:30 p.m.
Please contact the library at 416-395-5720 to book a 15-minute appointment.
ทนายที่มาให้บริการเป็นทนายอาสาค่ะ มี Private Room ในการปรึกษาหาลือ แต่ด้วยลิมิตของเวลา เพื่อนๆต้องทำการบ้านมานะค่ะ เตรียมหลักฐาน เอกสารและคำถามให้พร้อม เล่าความจริง ทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับระหว่างเรากับทนายค่ะ ไม่ต้องกลัวนะค่ะ เรื่องที่ผู้อพยพอย่างเราโดนเอาเปรียบจากเอเจนซี่นั้น มีมานานแต่อาจจะต่างเรื่องราวกันไป ทนายเค้าได้รู้ได้ฟังมามาก เค้าจะให้คำแนะนำตามความรู้และประสบการ์ณของเค้า อย่างน้อยการปรึกษาทนายในครั้งนี้ ก็จะได้รู้ว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป
#63kungnangJun 25, 2010
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ K.YMCA รู้แล้วก้อจะบอกต่อ คืบหน้ายังงัยแล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เรื่องค่านายหน้าที่แพงเกินจริงนี้ ยังไม่ต้องให้มีประเด็นอื่นในการให้บริการไม่สมบูรณ์ดังได้กล่าวอวดอ้างโฆษณา ก้อผิดตั้งแต่กระทงแรกแล้ว ยังไม่ต้องรอให้ทนายหรือตำรวจทราบหรอกคนแคนาเดี้ยนนี้เขาก้อบอกมาแล้ว ว่ามันโหดเกินไปจริงๆ ยังงัยก้อจะให้ไปร้องเรียนเอาเงินคืนให้ได้ หาทนายให้เสร็จ ;D
ยังงัยก้อรออ่านอยู่นะคะ จะได้หูตาสว่างขึ้นอีก ไว้เป็นอุทาหรณ์ เป็นบทเรียนชีวิตจริงที่เราๆท่านๆจะหาอ่านที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ขอปรบมือชื่นชมค่ะ ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่สนใจหาข้อมูลที่จะมาทำงานนี้ที่นี่ ;) :D Cheer .........
#64YMCA77Jun 25, 2010
;) ;) ด้วยความยินดีค่ะ K. gardensalad ยินดีที่ได้แบ่งปันและช่วยเหลือ เราคนไทยไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย จริงไหมค่ะ
มาต่อด้วยเรื่องของการถูกเอเจนซี่และนายหน้าเอาเปรียบค่ะ รวมถึงนายจ้างด้วยนะค่ะ หลักๆ Caregiver จะมีปัญหากับคน 3 กลุ่มนี้
พอปรึกษาทนายแล้ว หากการถูกเอาเปรียบเป็นเรื่องจริง มีหลักฐาน มีพยาน อย่างเรื่องจ่ายค่านายหน้า ค่าดำเนินเรื่องและหานายจ้างใหม่ให้ Caregiver เวลาที่ตกงานกลางเวหา ไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างที่ได้พูดคุยกันไว้
อย่างนี้สามารถแจ้งไปยังองค์กรที่ดูแล Live-in Cargiver ค่ะ มีอยู่ทั่วประเทศ ตามนี้ค่ะ
The Live-In Caregiver Program: Association
http://www.cic.gc.ca/english/work/caregiver/associations.asp
องค์กรเหล่านี้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ Caregiver ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างและเอเจนซ่ค่ะ เพียงแค่อีเมล์ไปบอกเราเรื่องราว เค้าจะติดต่อกลับมา และจะให้คำแนะนำช่วยเหลือกันต่อไป
ในขณะเดียวกันควรส่งเรื่องไปยังหนังสือพิมพ์ค่ะ เพื่อให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ของสาธารณชน คนที่นี่ให้ความสนใจในเรื่องของระบบที่ถูกต้องค่ะ โดยเฉพาะเรื่องการเอารัดเอาเปรีบยผู้อพยพี่มีศักยภาพการทำงานถูกต้องตามกฎหมาย
จะมีผู้สนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ และทีนี้จะมีอีกหลายองค์กรเข้ามาช่วยเหลือค่ะ
Website ที่มีลิสต์รายชื่อของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของ Ontario ที่นี่ได้เลยค่ะ
http://www.abyznewslinks.com/canadon.htท
หากเคสไหนที่หนังสือพิมพ์เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เค้าจะให้ความานใจมากค่ะ
#65YMCA77Jun 25, 2010
เรื่องแบบนี้เพื่อนๆต้องกล้าที่จะเรียกร้องสิทธิให้ตนเองค่ะ กล้าที่จะต่อสู้กับพวกที่เอาเปรียบคนที่ไม่มีทางสู้อย่างเรา
กล้าที่จะเรียกร้องเอาเงินคืนหากไม่ได้รับการบริการอย่างที่นายหน้าและเอเจนซี่กล่าวอ้าง
สวนเรื่องของการแจ้งตำรวจ ทางองค์กรต่างๆและทนายจะเป็นผู้ให้คำแนะนำค่ะ หากบุ่มบ่ามดำเนินเรื่องเองหากไม่มีประสบการ์ณ จะได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ ค่ะ
#66sai-piaJun 30, 2010
สวัสดีค่ะ
มีเรื่องสงสัยนิดหน่อยค่ะ
ข้อแรก ถ้าเราเป็นแนนนี่ครบสองปีแล้วยื่นเอกสารพีอาร์ ระหว่างนั้นเราตกงาน เราสามารถเครมเงินคนตกงานได้มั้ยคะ
ข้อสอง แนนนี่ได้ภาษีคืนกี่เปอร์เซ็นคะ ได้ข่าวที่ยังไม่ได้พิสูจน์มาว่าได้มากได้น้อย แล้วแต่คนทำบัญชีที่เราไปจ้างเค้าทำจริงมั้ยคะ คือแล้วแต่เทคนิคของนักบัญชีในไชน่าทาวน์
ขอบคุณมากๆค่ะ
#67kungnangJun 30, 2010
เข้ามาตอบข้อสงสัยตามข้อมูลที่พอจะทราบน่ะค่ะ
เรื่องตกงานเคลมเงินประกันระหว่างตกงานนี่เคลมได้น่ค่ะแต่ต้องมีชั่วโมงสะสมมากน้อยแล้วแต่ทางเซอร์วิสแคนาดากำหนดต่างกันไปตามพื้นที่เราทำงานอยู่
Re: EI Claim เมื่อให้ออกจากงานกลางคัน
« Reply #6 on: Jun 11, 2010, 13:53:50 » Quote Modify Remove
--------------------------------------------------------------------------------
For Toronto area need only 560 hrs for apply or claim EI within last 52 weeks you dont need to wait untill 52weeks just count the hours that you have worked for example if you work 40hrs/wk only 3.5 months you can apply EI benefit
by online as soon as possible atleast 7 days after no job no paid then submit ROE later by mail or person at the nearest Service Canada office so you will not loss your benefit money for delay time.
for the second time apply for EI you may need much more hours than the first claim.
Anyway for any question you need to contact directly to Service Canada it's much better kha
เชคได้ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ
http://srv129.services.gc.ca/eiregions/eng/toronto.aspx?rates=1&period=256
สามารถตรวจสอบจำนวนชั่วโมงตามพื้นที่ๆเราทำงานตามลิ้งค์นี้ ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม ป้องกันการเสียสิทธิ์ค่ะ จำนวนชั่วโมงอาจแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ระยะเวลา อัตราการว่างงานและสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ของพื้นที่นั้นๆ
http://srv129.services.gc.ca/eiregions/eng/postalcode_search.aspx
For live - in caregiver if you have deal with unfair paid,unfair-not nice employer and it still you can give this reason to service canada for quit your job don't wait or let any not nice employer or bad agency lay off you just one side.
การจะเคลม อีไอ เบนิฟิท ได้นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายถูกบอกยกเลิกการจ้างงานเพียงฝ่ายเดียว สามารถลาออกจากงานด้วยความพอใจของเรา โดยการให้เหตุผลไปว่า ไม่ได้รับการจ่ายเงินตามที่ควรๆได้ตามจริง ถูกเอาเปรียบ และไม่ได้รับการถูกปฏิบัติอย่างเหมาะสมในการจ้างงานนี้ จงรักษาสิทธิ์ และศักดิ์ศรีตนเอง ไม่มีใครมารักษาผลประโยชน์นี้ให้เราเท่าตัวเราเอง
ส่วนเรื่องการรีฟันเงินภาษีนี่ไม่สันทัดค่ะ ที่รู้มาคนที่รายได้น้อยๆยิ่งได้คืนมาก อย่างอาชีพลิฟอินนี่ได้คืนน่าจะไม่ต่ำกว่าพันเหรียญ แต่หลักการคำนวนนี่รอให้ผู้รู้ท่านอื่นมาตอบนะค่ะ
#68tikkyfonJun 30, 2010
สวัสดีคะ หนูชื่อติ๊กคะกำลังทำเรื่องcaregiver จะเดินทางประมาณเดือนสิงหาคมนี้คะ หนูจะไปอยู่ที่ saskatoon มีเพื่อนๆพี่คนไหนอยู่ที่นั่นบ้างไมคะ อยากรู้จักเพื่อนๆคนไทยคะ ยังไงรบกวนพี่ๆเพื่อนๆแนะนำด้วยนะคะ ฝากตัวด้วยค้า:)
#69bsbloverJun 30, 2010
คุณติ๊ก อยู่จังหวัด Saskatchewan รึเปล่าค่ะ?
#70tikkyfonJul 05, 2010
ช่ายแล้วคะ แต่ยังไม่ได้เดินทางไปนะคะ คงได้เดินทางเดือนหน้eคะ คุณอยู่จังหวัดเดียวกับติกหรือป่าวคะ มีไรแนะนำด้วยนะคะ ฝากตัวด้วยคะ :)
#71bsbloverJul 06, 2010
ป่าวค่ะ อยู่จังหวัดติดกันหน่ะค่ะ
อยู่ Calgary, Alberta ค่ะ
#72kungnangJul 14, 2010
เอามาให้อ่านเล่นๆ ฝึกภาษาคลายเครียด ตัวอย่าง ข้อตกลงหน้าที่ความรับผิดชอบของแนนนี่ ฉบับร่างจากนายจ้าง ต่างบ้านต่างความต้องการ
NANNY - EMPLOYEE/EMPLOYER AGREEMENT FOR CHILD CARE AND HOUSEHOLD DUTIES
Child Care Duties
1. Meals
a. This includes the preparation of a healthy breakfast, lunch and/or dinner for the children. Meals can be discussed prior to preparation until Nanny becomes aware of what the children normally eat for each meal.
b. The Nanny will prepare food for the family everyday.
2. Dressing and hygeine
a. The Nanny shall ensure that the child is appropriately dressed for activities in which they are engaged, taking into consideration the weather and nature of the activity. The Nanny must ensure that the clothing is clean and worn properly.
b. The Nanny is responsible for teaching the child all personal hygiene including dressing, potty training, washing their hands after going to the restroom and before eating, cleaning their teeth after each meal. We will take care of bath’s and sleep time at night, unless we are out that evening/night.
3. Child Development and Nap Time
a. The Nanny shall engage the child or children in all activities striving to teach them proper speech, basic phonetics and arithmetic, shapes, colors, animals.
b. The Nanny shall also teach the child how to share with other children, etiquette and how to keep their toys and things in an orderly fashion.
c. The Nanny will play with the child to encourage speech and personality development.
d. The Nanny must supervise the child at all times and never leave the child unattended or in the care of anyone else. All activities must be supervised.
e. When it is time for the child to take a nap, the Nanny must do her best to ensure that the nap is taken at the proper time each day. While the child is taking a nap, the Nanny must keep the monitor near and periodically check on the child.
4. Discipline
a. The Nanny must never hit nor touch the child in an aggressive manner.
b. The Nanny must never use any profane or derogatory language in front of the child.
c. The Nanny must never grab the child harshly or shake the child in any way.
d. There will be activities that the Parents deem dangerous for the child and forbid the child from engaging in these activities. The Nanny must adhere to the Parents’ choices for what they deem dangerous and forbidden.
e. Time-outs are used as a method for discipline. All other punishment is the Parents’ responsibility. Any child behavioral modification and suggested solutions should be discussed with the Parents and given full approval and authorization prior to implementation.
5. Communication
a. The Nanny must keep an open line of communication with the Parents at all times. All issues will be resolved with good communication and without confrontation.
b. Problems or issues with the child’s behavior, routine, attitude or discipline must be discussed immediately.
c. If the Nanny has personal problems or problems with the parents, that might interfere with the care of the child, this must be discussed and resolved immediately.
d. If the Nanny has problems with her childcare or household duties, then the Nanny must inform the Parents immediately.
e. The Nanny promises to be honest with the Parents regarding all aspects of the child’s care and in return asks the same of the Parents.
f. The Nanny will never ask the child (children) to do something that the Parents do not want the child (children) to do and/or keep secrets with the children with respect to this conduct.
6. Transportation
a. Whenever the Parents direct, the Nanny will take the child to and from activities such as parks, parties and special events she can do so in the street car or in a vehicle permitted by the parents.
b. Whenever the Nanny is taking the child from the house for a walk or drive, the Parents must be made aware of such activities.
c. If the Parents cannot be reached, or are not at home, then a message must be left for their information as to where the Nanny is going and as to how long the activity will take. The Nanny must never veer off the intended activity to do something that the Parents do not know about.
d. The Nanny must never take the child in anyone’s vehicle or to any strange location that has not been discussed with, and approved by, the Parents.
e. The Nanny must never, under any circumstances, leave the child alone in the car.
7. Releasing Children
a. Under NO circumstances will the Nanny release a child to any relative, neighbor, family friend or personal friend without the direct approval and authorization of the Parents. If the Parents give such authorization, then the Nanny must be certain that the child is being released to that specific person by checking identification.
8. Termination
a. Although its not legally required, the Nanny should as a goodwill gesture give the Parents at least two (2) weeks’ notice prior to leaving employment
b. the Parents agree to provide two (2) weeks’ notice before terminating the Nanny unless the personal safety of either the Nanny or the children is involved. In such case, the Nanny can leave employment immediately. Upon notice to terminate this agreement either by the Nanny or Parents, each party will attempt to end the relationship amicably and professionally.
Household Duties
1. General Household Maintenance
a. The Nanny will be responsible for the general household maintenance as it directly relates to the care of the children. However, at no time will the general household maintenance interfere with the direct care of the child or children. These duties must be done while keeping a close eye on the child or children. The priority is always the care of the children first.
b. Once a week public spaces in the house will be cleaned and everyone, including the nanny is expected to help. These areas include the basement, laundry room, living room toilet, living room, dining room and kitchen.
c. Once in 14 days the refrigerator must be cleaned and everyone, including the nanny is expected to help.
2. Kitchen and living room
a. Daily cleaning (vacuum and mopping) of the kitchen, living and dining room area after dinner –
b. Daily cleaning of dishes used by the Nanny and/or children,
c. Daily cleaning of highchairs, toys in kitchen area, floor underneath the eating area and highchairs and other chairs used by children.
d. All dishes used to cook for the Nanny and/or children must be put into the dishwasher or washed by hand after each meal.
3. Playroom
a. Nanny must pick up the toys daily after each play period and at the end of each day.
b. Clothes or any other items left out must be returned to their place.
c. Vacuuming or mopping is done daily/or weekly as needed.
4. Garbage
a. The Nanny will be responsible for emptying the diaper pail and removing any garbage from the child’s bedroom and bathroom on a daily basis.
5. Child’s and family 's Bedroom and Bathroom
a. The Nanny is responsible for complete maintenance of the child’s and family's bedroom and bathroom. This includes changing the sheets, keeping the room vacuumed and organized, wiping down the bathroom counters, removing clothes from the hamper and keeping all mirrors wiped after washing of hands and brushing of teeth.
b. All clothes must be folded and place in the respective drawers after it is laundered and ironed.
6. Pet Care
a. Love and give attention to the pets as they are part of the family and like children
b. Take the dogs out for 15-30 Minuit walks at least 3 times a week in the evening at 6pm after their meals. Clean their paws and their private parts after returning.
c. Let dogs out of their kennels if they are not out in the morning and let them in the back yard to do their business. Clean their paws and their private parts before letting them in the house.
d. When the family is away, take special care of the dogs and assume all responsibilities
a. Including feeding in the morning and evening with a snack in the afternoon.
b. Make sure they have clean water in their bowl.
c. Take them out daily for their 15-30 minute walk after their evening meal.
d. Play and pet them 10 minutes daily
e. NEVER hit them
f. NEVER leave them tied up outside any store. Never leave them in the care of strangers.
g. Bathe them once a week and dry them well.
h. Clean their living area, including under their crates once a week, preferably the day they are given baths
i. Wash their bedding once a week, preferably the day they are given baths
j. For any emergencies call parents right away
7. Laundry - The Nanny are responsible for the bedding of the child’s crib/bed and family bed the laundry belonging to family and any child under her care.
7. Cooking
a. The Nanny must cook for any child under her care and learn what meals are desired for each child.
b. Dinners will be a set meal for all children and family. The Nanny must be aware of any food allergies and be careful NOT to provide such foods to the child.
8. Medicine
a. The Nanny shall not administer any medication, including over-the-counter drugs, unless specifically directed to do so by the Parents.
b. The Parents also know that the Nanny will need a written request and approval for all medication administered by the Nanny. All medicine administered by the Parents or the Nanny must be logged with exact dosages and the time given so that no overdosing occurs.
9. Emergencies
a. In the case of an emergency, the Nanny will contact the Parents immediately. If the situation requires immediate attention by a professional Doctor or Paramedic, then the Nanny must dial 911 or the Poison Control Center prior to calling the Parents.
b. If the Parents cannot be reached, then the Nanny must turn to her list of people to call in the event of an emergency and follow the steps previously outlined by the Parents as to who should be called next. This list of phone numbers for emergency use will be posted next to telephone in the kitchen area. The Parents will sign and date two “Authorization to Treat a Minor” cards per child: one to be put on file in their pediatrician’s office, and the other held in the Nanny’s possession.
c. In the unlikely event of an emergency, if the Parents cannot be reached by the Nanny, the Doctor and/or Hospital, this allows the Doctor to ask permission of the Nanny to administer any medically necessary care to the child or children.
d. If the Nanny is required to treat the child or children, the Parents understand that all medical care administered would be on the advice and at the discretion of medical personnel only, and the Nanny cannot be held liable for any decisions made by said medical personnel. Furthermore, the Nanny cannot be held liable for any medical bills incurred by such medical attention.
#73goywaraphonJul 15, 2010
จากประสบการณ์ ที่เปน แนนนี่ มาสองปี จากที่เราทำงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาล มีคนนับถือ เกรงใจ เรียกว่ามีศักดิมีศรีในวิชาชีพ พอมาทำงานเปน แนน นี่ที่แคนาดา หรือที่คนไทย แปลออกมาว่าเป็นคนใช้ ฝรั่ง ก้อไม่เถียงคะ เพราะเราก้อรับบทบาทเป็นทั้งแม่บ้าน เปน เหมือน แม่ของเด็กๆที่เราดูแล ต้องสอน อบรม เด็กๆไปด้วย ถือว่าเป็นง่ายไม่ใช่ง่ายๆคะ พอบางคนที่มาจากครอบครัวดีๆ มีการศึกษาต้องมาทำงานแบบ นี้ อาจรู้สึก และ แอบคิดในใจว่า ทำไมตรูต้องลดตัวมาทำงานนี้ด้วยฟระ เคยแอบคิดกันใช่ไหมคะ เราก้อเกิดการขัดแย้งในความคิด แล้วทำให้ยอมแพ้ และกลับไทยกันไก้อมี ประกอบกับเจอนายจ้างเอาเปรียบต่างๆนาๆ เพราะบางนายจ้างเหนว่า เราเปนเอเชีย ยากจน มาเปน แนนี่ จะเอาเปรียบไงก้อได้ ก้อมีคะ ส่วนตัวเรานะ ใช้วิธีlive in the present คือ เหมือน พระสอนไว้ ให้อยู่กะปัจจุบัน เพราะความเป็นตัวกูของกู หรือ อีโก้ มันทำร้ายตัวเราเองให้ไม่ประสบความสำเร็จ ให้เป็นทุกข์ พอทำงานมาผ่านไปสองปี ย้อนมองกลับไปที่เราทำงาน งกๆๆ ขัดส้วม ถูพื้น ทำหมกที่ไม่เคยทำที่บ้านตัวเอง ได้ทำหมด ถือว่าเป็นประสบการณที่หาค่าไม่ได้ เพราะเราได้เอาชนะใจตัวเอง และผ่านอุปสรรคไปได้ ถึงบอกว่ามาอยู่เมื่องนอก มาทำงานมันต่างกะมา เที่ยว แบบชิวๆๆ นะ ที่ฝันไว้ เดินท่ามกลางหิมะ ใส่โค้ทหรูๆ เหมือนหนังเกาหลี อะ มันก้อเป็นไปได้นะ แต่ก้อทำงานหลาย ชใม กว่าจะซื้อโค้ท หรูๆได้ :)
ฝากถึงเพื่อนๆๆแนนนี่ทุกคน ที่กะลังจะมา หรือที่มาแล้ว กะลังทุกขใจ ให้ อดทน คิดถึงเวลาก่อนมาเรารอวันนี้มานานแค่ไหน ก้อเอามาเปนแรงฮึดสู้ เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้นะคะ เราคิดว่าเราทำได้ เราก้อจะทำได้และผ่านไปได้เอง
ปล อย่าเอาขนาดบ้านตัวเองไปเทียบกะบ้านนายจ้างนะคะ เพราะบางทีบ้านเราก้อใหญ่กว่าเค้ามาก เลยทำให้ดูถูกงานแนนนี่ ให้คิดว่าทำแล้วได้อะไร มันจะมีแรงฮึดเองคะ
#74kungnangJul 15, 2010
เข้ามาเห็นด้วยอีกคนกับคุณก้อย คิดว่าทุกคนที่มาทำงานเป็นแนนนี่ที่แคนาดานี้ ต่างก้อไม่ได้ดูถูกในอาชีพตัวเองหรอก แต่มันเหมือนเป็นบททดสอบ บทเรียนเริ่มต้น มันเป็นบันไดขั้นแรกที่จะไต่ไปถึงดาว ที่ต่างคนมุ่งหวัง ทุกคนที่สมัครมาก้อมาเพราะมีคุณสมบัติ ความสามรถที่จะทำอาชีพนี้ได้ ไม่ใช่ใครอยากมาก้อจะมาได้ทุกคน มันมีขั้นตอนการคัดสรร กฏกติกาของมันอยู่
เป้าหมายของแนนนี่ไทยทุกคนที่มานี่คงไม่ได้มาเพราะอยากเป็นแนนนี่ไปตลอดชีวิตกันหรอก คำถามนี้เพื่อนหลายคนเคยโดนถาม จากคนที่ทำงานอย่างอื่น เขาก้อคิดคำถามได้นะ ::)
โครงการนี้ก้อยังมีจุดดีมากกว่าจุดด้อยแหละ หากว่าแนนนี่ได้รับการปฏิบัติตามที่ กฏหมายแรงงานได้ว่าไว้ แต่นี่ที่เสียความรู้สึกกัน ก้ออย่างที่คุณก้อยว่า พวกจ้องจะเอาเปรียบ พวกเห็นว่าเป็นเอเชีย จะทำอะไร ใช้อะไร ดูถูกอย่างไรก้อทำได้ นี่มันน่า.....นะ ทั้งเอเจนซี่ ทั้งนายจ้าง ตัวดีทั้งหลาย นั่นแหละ คนที่จะมารายต่อไป ก้อสกรีนกันดีๆ หากว่ามาแล้ว มันเกิดปัญหาขึ้นก้ออย่าไปยอมมากมาย ยังไงกฏหมาย และหน่วยงานของรัฐก้อยังคุ้มครองท่านอยู่ เอาให้เขารู้ซะบ้างเราก้อมีทางไปที่ดีกว่า จะทนให้สับโขก เอาเปรียบยังกะทาส เรามาในตำแหน่งลูกจ้าง นายจ้าง ไม่ใช่ทาส ยงงัยก้อเอาใจช่วยทุกคนให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อุปสรรคก้อฝ่าฟันกันไป ยอมได้ก้อยอม ยอมไม่ได้ก้อย่าไปยอม นัยหนึ่งก้อพออะลุ้มอล่วยได้ก้อทำไปเอาบุญกุศล แต่ถ้ามันมากไปก้อต้องบอกกล่าว อย่าไปกลัวเกรงให้เขาเอาเปรียบ กดขี่กันมากไป มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีในตัวเอง มีคณค่าในตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นฟันเฟืองที่เล็กแค่ไหน ถ้ามันใช้งานไม่ได้ เครื่งจักรก้อทำงานไม่ได้ จริงมั้ย ฉะนั้นเมื่อถึงคราวที่ต้องเล่นบทบาทนี้ เป็นแนนนี่ก้อทำไปตามหน้าที่ของเรา เมื่อไหร่ที่มีโอกาสเป็นตัวของตัวเองเมื่อนั้น ก้อทำตามฝัน ตามเป้าหมาย ให้คนที่รอดูอยู่เห็นว่าเราก้อมีดี มีความสามารถ ในหลายๆด้าน ชนิดที่ อาจมีอึ้งได้เหมือนกัน :-*
#75UnknowJul 16, 2010
อยากเป็น Live in Caregiver ค่ะแต่ไม่รู้ว่าต้องมี Agency หรือป่าวค่ะไม่อยากเสียเงินอะค่ะพอดีว่าเมื่อเดือนก่อนติดต่อไม่ที่หนึ่งเค้าบอกว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่หนี่งแสนบาท เราคิดว่ามันมากไปเพราะจากที่อ่านพวกพี่ๆ บอกว่าไม่ควรเสียแล้วควรมีคุณสมบัติอย่างไรค่ะ พอดีเป็นครูสอนเด็กประถมอะค่ะทำงานมา 4 ปีแล้ว ต้องมีเอกสารอะไรบ้างค่ะถ้าต้องการดำเนินการเองควรทำอะไรเป็นอันดับแรกค่ะ แล้วต้องมี Certificate รับรองภาษาหรือว่าไปสอบอะไรหรือป่าวค่ะ ตอนนี้สับสนไม่รู้จะเริ่มอะไรเป็นอย่างแรกอะค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ และขอบคุณสำหรับคำแนะนำล่วงหน้าค่ะ
#76kungnangJul 16, 2010
ลองศึกษาข้อมูล ในสองกระทู้นี้นะคะ คงพอได้คำตอบ
http://www.thaiontario.com/index.php?topic=5451.0
http://www.thaiontario.com/index.php?topic=5413.0
ตัดสินใจได้อย่างไร ก้อเข้ามาแชร์กันนะคะ ;)
#77bhusaJul 17, 2010
ตอนนี้เห็นมีบริษัท etos เปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กต่างประเทศ เห็นจากเว็บไซต์ ก้อลองติดต่อดูนะ
#78UnknowJul 17, 2010
ขอบคุณมากนะค่ะ
จะลองติดต่อดูค่ะ
#79lanlahJul 18, 2010
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ทุกๆ คนเอามาแชร์กันนะคะ สนใจจะไปเป็น caregiver เหมือนกัน ตอนนี้กำลังเก็บข้อมูลอยู่ค่ะ เคยเป็นออแพร์ที่เมกามาก่อนค่ะ กลับมาทำงานที่เมืองไทย เป็นอีกคนนึงที่ตอนแรกอยากจะหาโฮสเองเหมือนกัน แต่เวลาและโอกาสไม่อำนวยค่ะ เพราะงานยุ่งมาก ถึงมากที่สุดค่ะ กำลังคิดว่าอาจจะต้องใช้บริการผ่านเอเจนซี่ค่ะ โทรไปสอบถามมาหลายที่เหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่เห็นราคาจะอยู่ที่ประมาณ อย่างที่คุณ unknow บอกน่ะค่ะ แต่เราติดต่อไปที่นึง ค่าดำเนินการเค้าอยู่ประมาณสามหมื่นห้า แต่เค้าจะมีค่าประกันโครงการต่างหาก ที่คุยมาคือ ถ้าเราไปทำงานครบหนึ่งปี เค้าจะคืนค่าประกันโครงการให้เต็มจำนวนเลย มีการทำสัญญากันก่อน เรามองว่ามันก็ดูไม่โอเวอร์จนเกินไป เราถามเรื่อง กม. อันใหม่ของ caregiver ด้วย เค้าก็ชี้แจงให้ฟัง ตรงไปตรงมาดี ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะตัดสินใจยังไง คิดว่าจะพยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดก่อนตัดสินใจเหมือนกันค่ะ แต่เดี๋ยวจะลองเตรียมเอกสารดูเองก่อนเหมือนกัน แล้วจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังนะคะ
#80UnknowJul 18, 2010
คุณ lanlah ค่ะไม่ทราบว่าที่ไหนค่ะ เผื่อว่าเราจะได้ไปติดต่อบ้าง อยากหาข้อมูลหลายๆทางนะค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ
#81joyjajoyJul 26, 2010
สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้เป็นออแพร์อยู่ค่ะ แต่กำลังหาโฮสที่แคนาดาอยู่ด้วย ตอนนี้อาจจะต้องลาจากการเป็นออแพร์เร็วกว่ากำหนดเพราะโฮสมัมจะอยู่บ้านตอน weekday ไอ้เราก็เลยตกกระป๋อง แฮ่ะๆๆ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน่ะค่ะ หวัวว่าจะหาโฮสได้ในเร็ววันนี้ :)
#82goywaraphonAug 03, 2010
สำหรับก้อยนะคะ พอแล้วคะงานแครกิฟเวอร สองปีที่ทำงานมา เรียนรู้ไปเยอะ แต่ก้อรู้ว่าต้องรอพีอารไปเปนปี แปดเดือนแรกคงได้ใบทำงานก่อน เอาไปทำงานไรก้อได้ ช่วงรอก้อขออีไอไป กะทำvolunteer นี่คือแผนคะ ถามว่าคิดยังไงกะงานแนนี่ หรือแครกิฟเวอร เปนงานที่เปิดทางให้เราได้มาทำงานเมืองนอก เป็นประตูเปิดทางไปสู่โอกาสที่บางอย่างเราไม่มีโอกาสที่ไทย แต่จะทำไปนานไหม คงไม่หละคะ ตอนนี้คิดถึงวิชาชีพที่เรียนมามากๆๆ อยากไปจับเข็มฉีดยาจะแย่อยู่แล้ว อิอิ งานแนนี่ขอบอก อดทนอย่างเดียวคะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆๆ ต้องใช้ทั้งวุฒิภาวะทางอารมณ ความคิดมากๆๆ ถ้าบางคนที่ mental unstable นี่ อยู่ลำบากคะ เพราะมาอยู่ไกลบ้าน แปลกที่แปลกทาง อาหารการกิน อากาศ ผู้คน ก้อทำให้ ซึมเศร้าไม่มีความสุข กลับบ้านไปมากมาย ขอเปนกำลังใจให้ทุกคนที่กะลังทำงาน ให้อดทน แล้วสนุกกะทุกๆวินาทีเมื่อเรามีโอกาส แล้วชีวิตมันจะผ่านไปด้วยดีคะ
#83joyjajoyAug 19, 2010
มีใครพอทราบบ้างมั้ยค่ะว่าขอ วีซ่าสำหรับ caregiver จากอเมริกาได้มั้ยค่ะ ??
#84kungnangAug 19, 2010
ตอบ จอยจ้าจอย อิอิอิ ไม่ทราบว่าวีซ่าอะไรเอ่ย วีซ่างานเหรอจ้ะ ขอได้แน่นอนประสบการณ์ไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีนะค่ะ
ถ้ามีนายจ้างที่แคนาดาสปอนเซ่อร์มา ก้อได้แน่นอนค่ะ ;) เพราะสถานทูตแคนาดาในเมกาก้อมีไม่น่าจะมีปัญหา โชคดีค่ะ
#85CoBoBoAug 22, 2010
รบกวนหน่อยคะ ชื่อโบนะคะ พอดีว่ามาอยู่ได้สองเดือนแล้วคะ มาถึงวันที่ 4 Jul 10 อยู่ได้หนึ่งอาทิต โดนออกคะไม่แฮปปี้กับโฮสเก่า
อยากรบกวนถาม เรื่องต่างๆหน่อยคะ
1 เรื่องการขอ work permit ใหม่จากโฮสที่สอง นับจากวันที่ได้ work permit คือนับหนึ่งใหม่เลย หรอคะ ถ้าจะขอๆ PR
2 เรื่องประกันสุขภาพ เราจะได้90 วันนับจากวันที่เราเข้าประเทศใช่ป่าวคะ ถึงเราจะเปลี่ยนโฮสแล้วเปลี่ยน work permit
3 นายจ้างเก่าจะมีผลรัยกัยเราป่าวคะ ระหว่างที่เราขอ work permit ใหม่
4 เรื่องการขอ ภาษีคืน นี่คืออะรัยหรอคะ แล้วเราต้องทำงัยบ้าง
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ตอนนี้ก้ยังมึนๆอยู่ อยู่ระหว่างการขอ work permit ใหม่อยู่คะ
#86goywaraphonAug 22, 2010
1 เรื่องการขอ work permit ใหม่จากโฮสที่สอง นับจากวันที่ได้ work permit คือนับหนึ่งใหม่เลย หรอคะ ถ้าจะขอๆ PR
hi bo yes if you get a new work permit the date of issued is the first day of work but you can keep all the hours from your last employer to count hours or months for PR
you shold call them to give you a ROE ( record of employment ) if they not giving it to you dont worry the service canada will help you to get it you just have to go to service canada where you at and tell them.
2 เรื่องประกันสุขภาพ เราจะได้90 วันนับจากวันที่เราเข้าประเทศใช่ป่าวคะ ถึงเราจะเปลี่ยนโฮสแล้วเปลี่ยน work permit
yes OHIP or health card you will get it in 90 days after u entered canada but you need to have SIN number first to apply for it.
3 นายจ้างเก่าจะมีผลรัยกัยเราป่าวคะ ระหว่างที่เราขอ work permit ใหม่
NO not at all they has nothing to you with you , they cannot do an ything with your visa or your life. you are done with them since u left :)
4 เรื่องการขอ ภาษีคืน นี่คืออะรัยหรอคะ แล้วเราต้องทำงัยบ้าง
INCOME TAX REFUND will be in febuary every year u will need to work with the valid wirk permit ,pay tax then ask T4 from your employer to go for tax refund.
#87kungnangAug 22, 2010
เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มอีกนิดนึงเรื่อง บัตรสุขภาพคือระหว่างรอ 90 วันนี้ กฏหมายใหม่ระบุว่านายจ้างต้องซื้อประกันสุขภาพ
ให้กับแนนนี่ระหว่างรอบัตรOHIPใช้งานได้
ส่วนนายจ้างเก่ามีผลอะไร ก้ออาจมีนิดนึงตรงที่นายจ้างใหม่อาจสัมภาษณ์ประสบการณ์การมาทำงานที่นี่ บางรายอาจต้องการคุยกับนายจ้างเก่าด้วย
หากจบไม่สวย ก้อไม่ควรใช้เขาเป็นเรฟเฟอเร้นส์เพราะไม่ได้เกิดแน่ ยังงัยก้อต้องเตรียมหาเรฟเฟอเร้นส์ที่ดีๆไว้ จะมีโอกาสได้งานใหม่สูงกว่า
แต่ในกรณีคุณโบ คงไม่มีผลอะไรแล้วเพราะตอนนี้ได้ใบจ้างงานใหม่แล้ว ขอให้มีความสุขกับการทำงานกับครอบครัวใหม่ค่ะ ว่าแต่อยู่แถวไหนเอ่ย :D
#88CoBoBoAug 23, 2010
ขอบคุณ นะก้อย กะคุณ Gardensalad (แอบอยากรู้ชื่อนะคะ) โบแบบว่าไม่รู้เรื่องรัยเลยของจิง มาแบบได้มาก้มาอย่างนี้คิดว่าคงไม่มีรัยเกิดขึ้นกะเรา โบอยู่Oakvilleคะ ขอบคุณนะคะที่คอยแนะนำ บอกทุกเรื่องเลย :D
#89kungnangAug 23, 2010
ด้วยความยินดี คุณโบ ขอบคุณที่อยากรู้จัก เราอุ้มค่ะ อุ้มอยู่ Georgina หากมีโอกาสผ่านมาเที่ยวก้อมาทักทายได้ค่ะ
หากคิดจะมาอยู่ที่นี่ในระยะยาว ต้องศึกษาหลายๆเรื่องค่ะ จะทำให้โลกทัศน์กว้างขึ้น วางแผนชีวิตได้แน่นอนขึ้น เพราะหลายๆเรื่อง
ตนก้อเป็นที่พึ่งเเห่งตนจะดีที่สุด
หากมีข้อสงสัย หรืออยากปรึกษาหารืออะไรเพิ่มเติม ก้อแวะเวียนมาที่เวปบอร์ดนี้ เชื่อว่าคนไทยผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ ไม่ได้คิดเห็นแก่ตัวเงินทางธุรกิจพร้อมที่จะช่วยให้คำแนะนำ ให้ข้อมูล และข้อเท็จจริงแก่ทุกท่านแน่นอนค่ะ คนไทยไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว ;)
#90CoBoBoAug 24, 2010
-ขอบคุณมากเลยคะอุ้มถ้ามีโอกาศเราคงได้เอจกันนะ :)
#91joyjajoyAug 31, 2010
ขอบคุณ Gardensalad ค่ะ ตอนนี้เป็นออแพร์อยู่อเมริกาค่ะ พอดีได้โฮสจาก Ottawa ก็เลยอยากรู้ว่าจะขอ Work permit จากที่นี่ได้เลยหรือป่าวหรือต้องกลับไทยอย่างเดียว ขอบคุมากน่ะค่ะ
#92kungnangAug 31, 2010
ตอบคุณจอย งั้นก้อยื่นเอกสารต่างๆ ไปที่สถานฑูตแคนาดาในเมกาเลย ส่งเอกสารครบ แล้วรอลุ้นว่าสถานฑูตจะอนุมัติให้หรือไม่ แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไรค่ะ ยินดีต้อนรับสู่แคนาดาล่วงหน้าเลย :D
#93littlebirdSep 14, 2010
สวัสดีค่ะทุกๆคน กำลังหาโฮสอยู่ค่ะ แต่มีข้อสงสัยว่า ตามปกติแล้ว live-in caregiver เนี่ย โดยทั่วไป sign contract กับนายจ้างกันนานแค่ไหนคะ ที่ได้ยินมาเค้าเซ็นสัญญากันตั้ง 3 ปีเลยอ่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ
#94kungnangSep 14, 2010
เซ็นต์สัญญาจ้างงานไม่ควรน้อยกว่าสองปีค่ะสูงสุดได้ไม่เกินสี่ปี
เซ็นต์นานเกินสองปีไม่มีผลเสียอะไร หากมันมีเหตุจำเป็นต้องทำงานไม่ถึงกำหนด
ด้วยเหตุอันควรก้อสามารถยกเลิกสัญญาจ้างได้ทุกเมื่อ
ยกตัวอย่างเซ็นต์กันมาสองปี แต่โดนเอาเปรียบมาก อยู่ไม่มีความสุขก้อสามารถบอกเลิกกันได้ทุกเมื่อ
อย่างนายจ้างก้อเช่นกันเกิดมีเหตุให้เขาไม่ประทับใจในแนนนี่ท่านนั้นเขาก้อยกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อเช่นกัน
#95littlebirdSep 15, 2010
ขอบคุณมากๆๆๆๆ ค่ะสำหรับข้อมูล แต่สงสัยอีกนิดนึงค่ะว่า ทำไม่ถึงต้องเซ็นต์สัญญากันนานขนาดนั้นคะ มีเหตุผลอะไรหรือป่าว แล้วถ้าเราหรือนายจ้างยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด
จะต้องเสียค่าปรับ หรืออะไรหรือป่าวคะ ขอโทษค่ะที่คำถามเยอะแยะเลย กังวลนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
#96kungnangSep 15, 2010
― ―
ถามมาได้ตลอดค่ะ ถ้าตอบได้ยินดีตอบเสมอ เหตุผลในการเซนต์สัญญานานแค่ไหนอาจแล้วแต่เหตุผลส่วนบุคคลระหว่างแนนนี่และนายจ้าง
ยกตัวอย่างเท่าที่ทราบ
-เคยมีนายจ้างอยากเซ็นต์แค่ปีเดียวเพราะต้องการดูก่อนว่าแนนนี่จะเข้ากันได้ไหมถ้าเข้ากันได้ดีก้อเซ็นต์สัญญาต่อ
-เซนต์อย่างน้อยสองปีในกรณีเป็นการทำสัญญาจ้างครั้งแรกที่มาทำงานที่แคนาดานี้ เพราะในโครงการลิฟอินนี้เมื่อครบสองปี
แอพพลายพีอาร์ได้จึงเป็นมาตราฐานว่าไม่ควรน้อยกว่าสองปี
-ที่เซ็นต์สามถึงสี่ปีก้อนายจ้างอาจกันเหนียวไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินมาต่อสัญญาจ้างอีกหลังผ่านการทำงานไปสองปี
ถ้ายกเลิกการจ้างก่อนกำหนดในสัญญาจ้างแนนนี่ไม่เสียค่าปรับอะไรแต่นายจ้างต้องเสียเงินเป็นค่าแรงสองวีคให้แนนนี่ตามกฏหมาย
แต่ถ้าในกรณียังทำงานไม่ครบตามสัญญาแล้วแนนนี่อยากขอออกจากงานโดยที่นายจ้างยังไม่อยากให้ออกนี่ก้อยังไม่ทราบเหมือนกันว่า
เขาจะฟ้องจะปรับอะไร
แต่เท่าที่ทราบถ้ามีเหตุอันเหมาะสมทั้งสองฝ่ายบอกยกเลิกการจ้างงานก่อนสัญญาได้โดยไม่ต้องไปเสียค่าปรับอะไร
#97tikkyfonSep 17, 2010
สวัสดีคะเป็นแคร์เวอร์อยู่ที่ saskatoonเพิ่งมาได้อาทิตเดี่ยว แต่นายจ้างไม่ทำตามสัญญาเรื่องงานไม่ได้แจ้งเราก่อนว่าเราต้องดุเด็กลำพังอาทิตเว้นอาทิต คือพ่อแม่เด็กเค้าไปทำงานไกลไปเป็นอาทิต แบบนี้เราควรนับชั่วโมงยังไงคะ เพราะว่าเค้าใหเรา14ชั่วโมงวันที่เค้าไม่อยุ่แต่วันที่เค้ากลับเค้านับแค่10หรือไม่ก้อ8ชั่วโมงคะ คือว่าเรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์เพราะเราอยู่ในหน้าที่ตลอดทั้ง24ชั่วโมงแต่ให้แค่14 เราคิดว่าชั่วโมงที่เหลือมันก้อคือstandby hoursอันนี้เราเข้าใจถูกไมคะ เพราะก้อตื่นตอนกลางดึก เด็ก1ขวบ กะหกขวบคะลืมบอกไป แถมหักค่าอาหารเพิ่มอีกต่างหากนอกเหนือจากค่า room and board ที่หักไปแล้ว อินเตอร์ก้อคิดเพิ่มด้วย ใครรู้เรื่อง standby hoursช่วยนะนำทีนะคะขอบคุณมากคะ
#98kungnangSep 17, 2010
― ―
อย่างแรกที่ควรทำหากมากะเอเจนซี่ลองสอบถามเขาไปว่าเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดูว่าเขาจะให้คำแนะนำมาแบบไหน เพราะจริงๆแล้วถ้าทำงานก้อต้องนับตามชั่วโมงทำงาน ยกตัวอย่างพวกนางพยาบาลเข้าทำงานตอนกะดึกๆดื่นๆไม่ได้หลับได้นอนคนไข้นอนเขาก้อต้องได้รับค่าแรง แนนนี่ต้องทำชั่วโมงดึกแบบดูแลเด็กอ่อนแบบนี้ก้อเหมือนกันต้องได้ค่าแรง หรือค่าสินน้ำใจกันบ้าง อยากรู้ชัวร์ๆนี่โทรไปถามที่นี่ได้ เพราะหลายเอเจนซี่จะเข้าข้างนายจ้าง
http://www.cic.gc.ca/english/work/caregiver/associations.asp
พูดเรื่องการไม่พูดความจริงของนายจ้างนี่ได้ยินมาหลายแบบมาก ยกตัวอย่างไม่บอกว่ากำลังท้องอยู่อีกคนบอกแค่ดูเด็กคนเดียว
บ้างก้อบอกว่าให้ทำงานเลิกตามเวลาเพราะเขาก้ออยู่บ้านกันทั้งวันพอเอาเข้าจริงใช้ตะบัน ทั้งที่รู้ว่าเป็นกิจวัตรแบบนั้นแต่กั้กไม่บอกตอนสัมภาษณ์กัน
บ้างไม่บอกว่ามีพ่อหรือแม่อยู่ยงที่บ้านด้วย พวกนี้เขารู้ว่าขืนบอกความจริงคงไม่มีแนนนี่หน้าไหนมาทำงานด้วยไง
โดยทั่วไปแล้วถ้าเขาฝากเด็กไว้หลังชั่วโมงงานก้อนับเป็นชั่วโมงเลยจนเขากลับมาบ้าน แต่อย่างบางทีถ้ามันเป็นแค่ครั้งคราว แนนนี่ก้อมีน้ำใจให้คือหลังจากเด็กหลับก้อไม่คิดค่าแรง
เคยมีเพื่อนอยู่คนโดนอย่างนี้เลยจะให้สแตนบายกลางวันทั้งวัน กลางคืนให้เข้าไปนอนกะเด็กแรกเกิดสรุปว่ามันก้อยี่สิบสี่ชั่วโมงแต่ค่าจ้างนี่ไม่มีให้เพิ่ม ทำสัญญาสี่สิบห้าชั่วโมง นี่เขาไหวตัวทันตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ก้อเลยไม่ทำด้วย
ค่าอาหารและค่าห้อง ค่าเนท อะไรก้อจะรวมในนี้ ศึกษาได้นะตามลิงค์นี้ดูว่าอยู่เมืองไหนเขาไม่มีสิทธิ์หักเกินนั้น หักเกินถือว่าผิดกฏหมาย
แล้วในห้องเรานี่เขาก้อจะต้องจัดหาเฟอร์นิเจอร์ ตู้ เตียง ทีวีให้ ขนาดที่ว่าถ้าแนนนี่อยากให้มีล้อคเขาก้อต้องจัดหาให้ กฏหมายเขาคุ้มครองแนนนี่ดีมาก
http://www.rhdcc-hrsdc.gc.ca/eng/workplaceskills/foreign_workers/advertReq/wageadreq.shtml
ลองคุยให้นายจ้างเข้าใจ อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลเหล่านี้ เพราะหากเขาไม่ปฏิบัติตามนี้ถือว่าผิดกฏหมายการจ้างงาน ท้ายที่สุดแนนนี่สามารถเรียกร้องเงินค่าล่วงเวลาได้ทุกเพนนี ค่าจ้างใช่ว่าจะแพงอะไร แต่คนคอยจ้องจะเอาเปรียบนี่ถ้าไม่บอกกล่าว แนนนี่ก้อจะโดนเอาเปรียบซ้ำซากอยู่อย่างนี้
#99TudySep 19, 2010
― ―
สวัสดีค่ะ คุณ lanlah ดิฉันกำลังสนใจหาข้อมูลไปเป็น caregiver อยู่ค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะผ่านเอเจนซี่ แต่ก็แพงจัง เลยคิดว่าจะลอง post ประวัติไว้ หาโฮสเอง
แต่พออ่านเจอว่ามีเอเจนซี่ที่คุณแจ้ง เห็นว่าค่าบริการไม่แพงจนเกินไป จึงสนใจค่ะ ถ้าไม่รบกวนขอข้อมูลเกี่ยวกับเอเจนซี่นั้นด้วยได้มั้ยค่ะ เคยเป็นออแพร์ที่เมกามาสองปีเหมือนกันค่ะ
กลับมาอยู่ที่ไทยได้กือบปีแล้ว อยากลองไปเสี่ยงที่แคนนาดาดูค่ะ
#100kungnangSep 20, 2010
อีกหนึ่งทางเลือกคือ ใช้บริการของเอเจนซี่ที่แคนาดาโดยตรง ไม่เสียค่าคอมมิชชั่นใดๆ เพราะกฏหมายแจ้งว่านายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่งแนนนี่ พูดง่ายๆคือนายจ้างต้องเป็นคนเสียค่าใช้จ่ายในการหาแนนนี่เองในกรณีที่หาผ่านเอเจนซี่
กฏหมายคุ้มครองแนนนี่ดีมากๆ แต่คนที่เขาคิดว่าเขาฉลาดก้อพยายามหลบหลีกไม่ทำตาม เพราะคิดว่าแนนนี่ไม่รู้ ไม่ทักไม่ท้วง แต่ก้อมีแบบหากแนนนี่ท้วงมาก รู้มาก ตรูก้อไม่เอาดีกว่า เอาแบบพวกยอมๆตรูดีกว่า ไม่ยอมให้ตรูเอาเปรียบตรูก้อไม่เลือกหรอก แล้วก้อจะมาหาว่าแนนนี่ไม่เฟลกซิเบิ้ล สืบเนื่องมาจากรู้มากและไม่ยอมให้ตรูเอาเปรียบ
เรื่องมันเป็นอย่างนี้แล ขอให้ทำใจไว้ด้วย เพราะคนจำพวกนี้มักคิดว่าแนนนี่คือพวกที่ไม่รู้อะไร ด้อยการศึกษามั้ง ทีอย่างอยากให้สอนลูกตัวนี่ อยากให้สอนหยั่งกะเป็นคุณครู เนี้ยบอยากได้แนนนี่ฉลาดๆ แต่พอทีแนนนี่จะรักษาสิทธิ์ของตัวเองขึ้นมา ดันอยากให้โง่ซะ สองมาตรฐานซะ
#101littlebirdSep 22, 2010
ขอบคุณคุณ GardenSalad ที่นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกกับทุกคน รู้สึกดีมากๆ ที่ยังมีเพื่อนๆที่ยังมีน้ำใจให้กัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันก็ตาม ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ
หวังว่าถ้ามีโอกาสได้ไปแคนาดาเมื่อไหร่ คงจะได้เจอกันบ้างนะคะ ตอนนี้กำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ คาดว่าอาจจะมีเรื่องรบกวนเพื่อนๆในนี้อีกแน่ๆเลยค่ะ เพราะรายละเอียดมันเยอะมากจริงๆ อิอิ
#102kungnangSep 23, 2010
เดี๋ยวคงจะได้จัดเลี้ยงทานส้มตำกระชับมิตรสักวันแน่ค่ะ รออยู่นะจ้ะ
ถามมาได้ตลอดค่ะ ตอบได้จะตอบให้ และพยายามหาคำตอบมาให้
ของแบบนี้ไม่ต้องอำค่ะ เพราะไม่ได้ทำธุรกิจ เพราะมีปนิธานกับตัวเองว่า
อยากจะช่วยทุกๆคนเท่าที่เราพอจะทำได้ตามศักยภาพของตัวเอง
และหวังว่าข้อมูลที่จัดหามาให้คงเกิดประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจไม่มากก้อน้อย
#103littlebirdOct 01, 2010
มีเรื่องรบกวนเพื่อนๆอีกแล้วค่ะ
เคยเป็นออแพร์ค่ะ สงสัยว่าออแพร์ที่รับเงินเป็นเงินสด แล้วก็ไม่ได้มีหนังสือจ้างงาน หรือ pay slip ค่ะ มีแต่ reference letter จากโฮสแฟมิลี่
ปกติเพื่อนๆที่เคยเป็นออแพร์มาก่อนใช้หลักฐานอะไรบ้างคะ(เฉพาะที่เกี่ยวกับการฟรูฟเรื่องคุณสมบัติของเราน่ะค่ะ)ตอนที่จะยื่นขอวีซ่าแคร์กิฟเวอร์กับทางสถานทูต เพราะเรามีแต่จดหมายรับรองจากโฮสเก่าอย่างเดียวน่ะค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
#104kungnangOct 01, 2010
ในเคสเรา เอกสารที่เราใช้เพิ่มเติมคือ
The photocopy J-1 Visa
The criminal record check from FBI America
Some pictures of hostfamily and children
#105GoCanadaOct 10, 2010
ตอนนี้เรามีครอบคัวติดต่อมา บอกว่ามีลูก 2 คน เป็นเด็ก special needs ทั้งสองคนเลย ค่าจ้างคิดยังไงดี จะได้ราคาพิเศษจากเด็กปรกติมั้ย ช่วยแชร์ด้วยค่ะ
#106kungnangOct 11, 2010
ค่าจ้างโดยทั่วไป ไม่มีทางได้เกินเรทขั้นต่ำต่อชั่วโมงของแต่ละเมืองหรอกจ้า เท่าที่ทราบมานะแค่ให้มันได้แฟร์ๆตามชั่วโมงจริงนี่ก้อถือว่าเป็นบุญแล้ว
โดยมากโดนโกงชั่วโมงทั้งนั้น แต่ถ้าเขาสู้ราคาก้อลองดู ดูว่าไปทำที่เมืองไหนเรทขั้นต่ำเท่าไหร่ ก้อต่อรองไปเผื่อจะได้เยอะกว่านั้น
ข้อแนะนำคือทางที่ดีเลือกเคสเด็กปกติเถอะ แต่ก้ออย่างว่าแหละต้องได้ลองอยู่ด้วยกันก่อนถึงจะรู้ว่าจะไปกันรอดหรือเปล่าเพราะได้ยินได้เห็นมานักต่อนักแล้ว ขนาดเด็กปกติยังมีอย่างอื่นมาจุกจิกอีก เพราะงานแนนนี่มันใช่ใช่แค่ดูเเลเด็ก ใจเย็นๆ เลือกมากๆ หน่อยก้อได้จ้า
http://www.hrsdc.gc.ca/eng/workplaceskills/foreign_workers/advertReq/wageadreq.shtml#il
#107kungnangNov 09, 2010
รวบรวมลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ลิฟอิน มาให้ได้อ่านกันค่ะ หวังว่าจะเกิดประโยชน์บ้าง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกจ้องจะเอาเปรียบ
http://www.thaiontario.com/index.php?topic=6045.0
http://www.thaiontario.com/index.php?topic=6094.0